โบรกมองหุ้นไทยผันผวนจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงฉุดดัชนีร่วง

TNN ONLINE

WEALTH

โบรกมองหุ้นไทยผันผวนจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงฉุดดัชนีร่วง

โบรกมองหุ้นไทยผันผวนจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงฉุดดัชนีร่วง

โบรกมองหุ้นไทยในช่วงที่เหลือสัปดาห์นี้ผันผวนถูกกดดันจาก 2 ปัจจัยเสี่ยง ทั้ง MSCI-เงินเฟ้อสหรัฐฯ แนะเลี่ยงหุ้นบิ๊กแคป แต่หุ้นตัวไหนที่น่าลงทุนช่วงตลาดขาลงตามไปดูกันเลย

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ แนวโน้มผันผวนจาก 2 ประเด็นหลัก คือ MSCI Global Standard ปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย 0.1% เหลือ 1.73% จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พ.ค.นี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลออกประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท ซึ่งจะกดดันดัชนีให้ปรับฐานลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Big Cap ต้องระวัง แต่เชื่อว่าจะกระทบช่วงสั้น


นอกจากนี้ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯในวันที่ 28 พ.ค. โดยเฉพาะ GDP ไตรมาส 1 และเงินเฟ้อพื้นฐาน( Core CPI) ว่า จะปรับตัวขึ้นมากน้อยแค่ไหน จากก่อนหน้านี้ที่ปรับขึ้นมากกว่า 1% ซึ่งถ้าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวได้ดีอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดปรับลดคิวอี แต่ต้องรอดูผลการประชุม ของหรือเฟด ในวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้อีกครั้งว่าจะส่งสัญญาณลดคิวอีหรือไม่ คือถ้าลดคิวอีก็จะเป็น sentiment เชิงลบต่อตลาด แต่ถ้ายังคงมาตรการคิวอีไว้ก็ทำให้ตลาดพลิกเปลี่ยนด้าน ซึ่งในช่วงนี้ตลาดก็เกิดความกังวลในเรื่องดังกล่าว


ทั้งนี้มองว่าหากหุ้นไทยเข้า 1,600 จุด คาดว่าปรับตัวลงอีกรอบ ดังนั้นหากนักลงทุนรับความเสี่ยงต่ำก็ให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน โดยเฉพาะหุ้น Big Cap เป็นหุ้นที่ อาจจะถูก fund Flow เทขาย ดังนั้นการลงทุนควรไปที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก แม้โดนกระทบจากตลาดปรับฐาน แต่ไม่มาก


ซึ่งหุ้นที่น่าสนใจลงทุนตัวแรกคือ CHAYO คาดเห็นความชัดเจนของ Chavo JV และผู้ร่วมลงทุนในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มอีกกว่า 1,800ลบ. (เพิ่มขึ้นเก่าตัวจากปัจจุบัน) ผสานกับมีทรัพย์ NPA ก้อนใหญ่ที่อยู่ระหว่างเจรจาและคาดปิดดีลได้ใน3Q64จะทำให้กำไรเติบโตแบบก้าว กระโดดอีกครั้งแนวรับ 15 บาท แนวต้าน 17 บาท


หุ้นเด่นถัดมาคื อMTC คาดกำไร 2Q64 All Time High ซึ่งเป็นหุ้น Growth Stock แนวรับที่ 60 บาทแนวต้านที่ 65 บาท จากความต้องการสินเชื่อจำนำทะเบียนและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ยังคงแข็งแกร่ง และผู้บริหารไม่มีนโยบายที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเนื่องมาจากบริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นแล้ว

หุ้นเด่นปิดท้ายคือ BCH เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 21 บาท คาดแนวโน้มกำไร 2Q64 จะขยายตัวเด่นทั้ง QOQ และ YOY แรงหนุนเชิงบวกจากการรับรู้รายได้การตรวจวัคชีนในช่วง 2Q64 ที่คาดเร่งตัวขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะอยู่ที่ 500,000 เคส จากเดิมไตรมาส 1Q64 อยู่ที่ 120,000 เคส ผสานกับรายได้ เพิ่มเติมจาก Hospitel ส่วนการเคลื่อนไหวของดัชนีคาดว่าจะอยู่ที่ 1,550 จุดแนวต้านที่ 1,580 จุด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง