"จุรินทร์" ลั่นส่งออกไทยพ้นจุดต่ำสุด เม.ย.ขยายตัว13.09%

TNN ONLINE

WEALTH

"จุรินทร์" ลั่นส่งออกไทยพ้นจุดต่ำสุด เม.ย.ขยายตัว13.09%

จุรินทร์ ลั่นส่งออกไทยพ้นจุดต่ำสุด  เม.ย.ขยายตัว13.09%

"จุรินทร์" เผยส่งออกไทย เม.ย.ขยายตัว 13.09% ปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ชี้ความต้องการสินค้าทำงานที่บ้านมากขึ้น มั่นใจพ้นจุดต่ำสุด เร่งแก้ปัญหาขาดตู้สินค้า เผย 25 พ.ค.นี้มีเรือขนตู้เปล่ามาเพิ่มหมื่นตู้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกไทยในเดือน เม.ย. ขยายตัว 13.09% เป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือน มี.ค. ที่ขยายตัว 8.47% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ปรับดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งถือว่าการส่งออกของไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดว่าเป้าหมายการส่งออกในปีเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โต 4 %เห็นได้จากข้อมูล 4 เดือนที่ผ่านมา ส่งออกของไทยขยายตัวเกิน 4% แต่ยังไม่มีการทบทวนปรับเป้าการส่งออกต้องดูสถานการณ์ก่อน โดยจะมีการทำงานเชิงรุก เพื่อผลักดันการส่งออกขยายตัวเกินเป้าหมายที่วางไว้


" ที่ผ่านมาการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 จนทำให้การส่งออกของไทยทรุดหนักตัวเลขการส่งออกติดลบมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 โดยเฉพาะ ในเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว การส่งออกติดลบถึง 23 % จากนั้นก็เริ่มติดลบน้อย จนกระทั่งเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว การส่งออกได้กลับมาเป็นบวกแต่ไม่มากนัก โดยปัจจุบันมูลค่าการส่งออกของไทยดีขึ้นเป็นลำดับ และการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนได้ขึ้นมาแตะระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ"


ทั้งนี้เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มมากขึ้นหลังสถานการณ์ การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลงในหลายประเทศ รวมทั้งการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้านหรือ Work from home มีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น


2.การบริหารจัดการด้านการส่งออก โดยเมื่อเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการกำหนดแผนการผลักดันการ ส่งออกชัดเจนที่นำการส่งออกประสบความสำเร็จ โดยส่วนแรกได้ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ที่มีกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)


คณะกรรมการดังกล่าวได้ร่วมมือกันทำงานผลักดันการส่งออก เมื่อมีปัญหาก็ ร่วมกันแก้ไข ล่าสุดปัญหาการขาดแคลน ตู้สินค้า ทางกรอ.พาณิชย์ก็ได้เข้าไปแก้ไขโดยตนได้มีการประสานให้เรือขนาดใหญ่ที่มีความยาว 400 เมตรสามารถเข้ามาเทียบท่า เพื่อนำตู้เปล่าเข้ามา ซึ่งในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เรือขนาดใหญ่ลำที่ 2 จะขนตู้เปล่าอีก 6,000-10,000 ตู้


ส่วนที่เหลือ คือ การปรับปรุงการทำงานของทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัด เพื่อให้ เป็นเซลส์แมนประเทศและเซลส์แมนจังหวัด ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าทีมเซลส์แมน โดยเฉพาะทูตพาณิชย์ที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาและทำหน้าที่เป็นผู้ขายสินค้าให้กับประเทศด้วย

นอกจากนี้การเจรจาซื้อขายสินค้าก็ต้องปรับตัวรองรับยุค New Normal ทั้งเรื่องการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ จัดงานแสดงสินค้า ผ่านระบบไฮบริด การเดินหน้านโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด โดยเฉพาะผลไม้ไทยทั้งทุเรียน มังคุด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งจากการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ จนถึงปัจจุบันก็เห็นผลสัมฤทธิ์ และแม้จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในปัจจุบันแต่การส่งออกของไทยกลับมาดีขึ้นแล้ว


ด้านยุทธศาสตร์การส่งออกที่ต้องเดินต่อไปในการผลักดันการส่งออกผ่าน 3 ตลาด คือ 1.รักษาตลาดเดิมไว้ เช่น สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ 2.หาตลาดใหม่ เช่น รัสเซีย กลุ่มประเทศยูเรเซีย มองโกเลีย อินเดีย และ 3.ฟื้นตลาดเก่าที่เสียไปให้กลับมาเหมือนเดิม เช่น ตลาดตะวันออกกลาง อิรัก ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน การเดินหน้าข้อตกลงทางการค้าต่างๆทั้งข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ไม่ว่าจะ เป็นไทย-อียู ไทย- สหราชอาณาจักร ไทย- กลุ่มประเทศยูเรเชีย


นอกจากนี้ยังจะเร่งทำมินิเอฟทีเอกับมณฑล หรือรัฐของประเทศต่างๆด้วย ล่าสุดได้ทำมินิเอฟทีเอกับมณฑลไหหนาน ประเทศจีน มินิเอฟทีเอกับรัฐตรังกานู ประเทศอินเดีย พร้อมเดินหน้า ผลักดันให้ไทยเป็นครัวไทยเป็นครัวโลก โดยส่งออกอาหารมังสวิรัติ อาหารฮาลาล อาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารแนวใหม่

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง