ลุ้นหุ้นไทยโค้งสุดท้ายพ.ค.ฟื้นหรือฟุบ !

TNN ONLINE

WEALTH

ลุ้นหุ้นไทยโค้งสุดท้ายพ.ค.ฟื้นหรือฟุบ !

ลุ้นหุ้นไทยโค้งสุดท้ายพ.ค.ฟื้นหรือฟุบ !

ตลาดหุ้นไทยเผชิญมรสุมปัจจัยเสี่ยงใน-นอกประเทศ ซึ่งโค้งสุดท้ายของเดือนพ.ค.จะเป็นอย่างไร หุ้นตัวไหนที่น่าลงทุนท่ามกลางความผันผวนตามไปดูกันเลย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค.(24-28 พ.ค.) ประเด็นที่ให้น้ำหนักๆ 4 ประเด็นหลัก คือ 1. ตลอดทั้งอาทิตย์ จะมีการแสดงความเห็นทิศทางการใช้นโยบายการเงินของประธาน Fed หลายสาขา อาทิ สาขา Cleveland , Kansas City, Alanta หลังจากการอาทิตย์ที่แล้ว Fed Minute บ่งชี้ว่าท่าทีของกรรมการ Fed บางคนที่เห็นว่าควรพิจารณาการทำ QE tapering (ลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตร) หลังเงินเฟ้อเพิ่ม หากความเห็นออกมาในทิศทางใช้นโยบายตึงตัว อาจจะสร้างแรงกดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง


2. สถานการณ์ Covid-19 โดยให้น้ำหนักตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน หลังจากเริ่มพบการแพร่กระจายสายพันธุ์ใหม่ คืออินเดีย และแอฟริกาในไทยน่าจะสร้างแรงกดดันต่อหุ้นเปิดเมือง (Reopen) ช่วงสั้น แต่การเร่งกระจายวัคซีนของรัฐบาลที่จะเริ่มเร่งฉีดนับตั้งแต่ เดือน มิ.ย. เป็นต้นไปถือเป็นปัจจัยหนุน


3. วันที่ 25 พ.ค. เชื่อว่าหุ้นกลุ่มรับเหมาจะยังอยู่ในกระแสการเก็งกำไรต่อเนื่องจากสัปดาที่แล้ว (17-21 พ.ค.) จากประเด็นยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ในรูปแบบ E-Bidding 3 สัญญา วงเงินรวม 72,919 ล้านบาทร.ฟ.ท.เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่--นครพนม วงเงิน 5.46 หมื่นล้านบาท ด้วยวิธีe-Bidding ยังเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นรับเหมา อาทิ CK, STEC, ITD, UNIQ แนะนำเก็งกำไร


4. วันที่ 26 พ.ค. รายงานยอดการค้าระหว่างประเทศของไทย (X&M) เดือน เม.ย. Consensus คาดยอดส่งออกจะขยายตัวสูง 10% yoy และยอดนำเข้า 22% ผลจากฐานที่ต่ำของปี 2563 และการฟื้นตัวของต่างประเทศที่เร่งฉีดวัคซีน และทยอยเปิดประเทศในปีนี้ ซึ่งหากยอดส่งออกออกมาสูงกว่าที่คาด (เป้าทั้งปี 2564 สภาผู้ส่งออกเรือคาด 7% สภาพัฒน์ฯ ประเมินไว้ที่ 10.3%) เชื่อว่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นส่งออก อาทิ กลุ่มยางชอบ NER กลุ่มเกษตรและอาหาร CPF, TU กลุ่มยานยนต์ SAT


โดยรวมประเมินว่า SET Index ทั้งสัปดาห์จะแกว่งตัว (Side Way) ในกรอบ 1,545- 1,580 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะนำไปในหุ้นที่หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต yoy ได้ทุกไตรมาสต่อจากนี้ และเกาะไปกับกระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน


หุ้นเด่นวันนี้ประเดิมที่ MTC (FV @ 80.00) ราคาหุ้นปรับตัวลง 10%mtd ขณะที่ SET Index ปรับตัวลง 1.8%mtd เท่านั้น หากพิจารณาทางด้านพื้นฐาน ถือว่ายังน่าสนใจจากทิศทางสินเชื่อจะเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่งวด 2Q64 เป็นต้นไป (เติบโต QoQ) จากการเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก โดยเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมฯ คาดกำไรสุทธิปี 2564 จะเพิ่มขึ้น 15.2% yoy อยู่ที่ 6 พันล้านบาท


หุ้นเด่นถัดมาคือ BDMS (FV @ 24.00) แม้กำไร 1Q64 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 47.9%yoy ต่ำกว่าคาด หลักๆ มาจากรายได้ผู้ป่วย Fly-in (15% ของรายได้) หดตัวสูง แต่เชื่อว่าผลประกอบการนับจาก 2Q64 ต่อเนื่องปี 2565 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกทม.อีกทั้ง 2H64 จากความคืบหน้าวัคซีน อาจหนุนผู้ป่วยไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด ขณะที่ผู้ป่วย Fly-in คาดหวังทยอยฟื้นตัวบางส่วน โดยแนวทางการฉีดวัคซีนช่วงแรกใน 4 จังหวัดเริ่มต้น อาทิ ภูเก็ต กรุงเทพ กระบี่ และพังงา ซึ่ง BDMS มีสัดส่วนถึง 41%ของจำนวนโรงทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับรพ.เครือข่ายด้วยกัน จะมีมากกว่า BCH และ CHG ที่มีสัดส่วน 38% และ 0% เท่านั้น คงคาดกำไรปกติปี 2564 โต 43%YoY


หุ้นเด่นปิดท้าย STEC ([email protected] 18) มีความน่าสนใจมากที่สุดในกลุ่มหุ้นรับเหมา ทั้งในด้านปัจจัยพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่ง คือ มี Backlog มากกว่า 1 แสนล้านบาท รองรับรายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า และผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q64 จากนี้ไปจะเห็นกำไรฟื้นตัวขึ้นตามยอดรับรู้รายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นหุ้นที่ได้กระแสบวกจากการประมูลรถไฟทางคู่ไม่แตกต่างจากบริษัทรับเหมาใหญ่รายอื่น



ข่าวทีเกี่ยวข้อง

-แรงขายหุ้นบิ๊กแคปกดตลาดหุ้นไทยร่วง





ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง