พาณิชย์ถกเป้าส่งออกเอกชนวันนี้ หลังไอเอ็มเอฟปรับจีดีพีโลกโต6%

TNN ONLINE

WEALTH

พาณิชย์ถกเป้าส่งออกเอกชนวันนี้ หลังไอเอ็มเอฟปรับจีดีพีโลกโต6%

พาณิชย์ถกเป้าส่งออกเอกชนวันนี้  หลังไอเอ็มเอฟปรับจีดีพีโลกโต6%

พาณิชย์ถกเอกชนถกเป้าส่งออกใหม่ หลังไตรมาส 1/64 ตัวเลขกลับมาขยายตัวเพิ่ม 2.27% ขณะที่ไอเอ็มเอฟปรับจีดีพีโลกโต 6% จากภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้น

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ในวันนี้ (่ 18 พ.ค.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีกำหนดนัดประชุมประเมินสถานการณ์การส่งออกประจำไตรมาส 2 ปี 64 ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพราะจากสถานการณ์ล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 64 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่า 64,148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.27% ซึ่งกลับมาขยายตัวได้แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ติดลบมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกปี 64 จะขยายตัวที่ 4% แต่เป้าหมายดังกล่าวประเมินมาตั้งแต่ช่วงต้นโดยปัจจุบันนี้สถานการณ์ที่เป็นผลกระทบอย่างโควิด-19 ในประเทศคู่ค้าสำคัญ ๆ ของไทยมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้ามากขึ้น จึงต้องมีการประเมินเป้าการส่งออกรายประเทศ และรายสินค้าใหม่

" จะประเมินร่วมกับภาคเอกชนในส่วนแรกก่อน และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะมีการหารือกับทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ และความเป็นไปได้อีกครั้ง จากนั้นจะมาดูว่า จะมีการปรับเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่แนวโน้มน่าจะปรับขึ้น และเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 4% และเมื่อได้ตัวเลขแล้ว จะเสนอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์พิจารณาต่อไป"


นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ประเมินแนวโน้มการส่งออกไว้ว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป การส่งออกจะมีทิศทางเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง โดยหากส่งออกได้เฉลี่ยต่อเดือนที่มูลค่า 19,624 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัว 4% เฉลี่ยมูลค่า 20,134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัว 6% และเฉลี่ยมูลค่า 20,391 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 7%


สำหรับปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการส่งออก มาจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 64 จะขยายตัว 6% จากเดิม 5.5% เนื่องจากได้แรงสนับ สนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดของสหรัฐอเมริกา และการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของรัฐบาลทั่วโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น เช่น สหรัฐ เพิ่ม 6.4% จีน เพิ่ม 8.4% ญี่ปุ่น เพิ่ม 3.3% และประเทศในทวีปยุโรป (อียู) เพิ่ม 4.4% ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการนำเข้าสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง