TNN online หุ้นเด่นวันนี้! 5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive TNN WEALTH

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นเด่นวันนี้! 5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive TNN WEALTH

หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH

หุ้นน่าซื้อวันนี้ 23 ก.ย. 2565 โบรกมองหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวลักษณะ Sideways ในกรอบ 1,635-,1655 จุด คาดตลาดผันผวนจากการปรับสถานะของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันหลังทราบผลการประชุม FOMC เน้น Domestic-Defensive


นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของ SET Index วานนี้ +11.84 จุด เทียบเท่า +0.72% เป็นอัตราการปรับตัวขึ้นที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชีย บนปริมาณการซื้อขายที่ 6.7 หมื่นลบ. มีปัจจัยหนุนคือกระแสเงินทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิ 2.3 พันลบ. โดยกลุ่มหุ้นหลักที่เป็นแรงผลักดันตลาดได้แก่ ธนาคารพาณิชย์, พลังงาน, ธุรกิจการเกษตร, อิเล็กทรอนิกส์, วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์



สำหรับตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจาก Sentiment เชิงลบของการประชุม FOMC ที่ส่งผลให้ US Dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


ปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจวานนี้ได้แก่ (1) ธนาคารกลางอังกฤษปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เป็น 2.25% ตามที่ตลาดคาด ในความพยายามบรรเทาผลกระทบจากเงินเฟ้อ ที่ยังทรงตัวในระดับสูงกว่า 9.9% YoY สำหรับการรายงานล่าสุดในเดือน ส.ค. 2565 อย่างไรก็ตาม อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินปอนด์อ่อนค่าต่อเนื่องเป็น 0.89 ปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากความกังวลด้านผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ


 (2) ผลการประชุมธนาคารญี่ปุ่น คงนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยคงดอกเบี้ยนโยบายการเงินอยู่ที่ -0.10% และ Yield Curve Control สำหรับพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่ที่ 0.00% แต่มีการประกาศนโยบายเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี ผ่านการนำเงินทุนสำรองเข้าแลกสกุลเงินเยนส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นสู่ 142 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และ (3) สหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ที่ 2.13 แสนราย ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 2.18 แสนรายสะท้อนภาคการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่ง


ด้านการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์สำคัญ (1) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องนำโดยดัชนี NASDAQ -1.37%, S&P500 -0.84% และ DJIA -0.35% (2) Bond Yield สหรัฐฯ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.12% ขณะที่ Bond Yield 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 16 bps เป็น 3.71% เป็นปัจจัยกดดันการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม และ (3) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX และ BRENT รีบาวน์เฉลี่ย +0.7% หลังการปรับฐานในวันก่อนหน้า


อย่างไรก็ตาม คาด SET Index วันนี้เคลื่อนไหวลักษณะ Sideways ในกรอบ 1,635-,1655 จุด กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำชะลอการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน จากแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดที่คาดยังมีความผันผวนจากการปรับสถานะของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันหลังทราบผลการประชุม FOMC


หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH

หุ้นเด่นตัวแรกคือ   SCB หุ้นกลุ่มธนาคารมีปัจจัยบวกรออยู่ในสัปดาห์หน้า คือ การประชุม กนง.ในวันที่ 28 ก.ย. คาดขึ้นดอกเบี้ย +0.25% เป็น 1.00% ช่วยสนับสนุนให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของกลุ่มธนาคารเร่งตัวขึ้นในปีหน้า รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นอีกปัจจัยบวกต่อการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อ


คาดกำไร 3Q65 เติบโต +25% YoY และ +10% QoQ เป็น 1.1 หมื่นลบ. เราคาดว่าหลังปรับโครงสร้างเป็นบริษัท Holding จะเพิ่มศักยภาพเรื่องการกระจายธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น หนุนให้ ROE เร่งตัวขึ้น ซื้อขาย PBV 0.7 เท่า ให้ Yield 5% 


หุ้นเด่น ถัดมาคือ   KISS  เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการใน 3Q65 จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเป็นบวกให้ยอดขายฟื้นตัว และออกสินค้าใหม่ราว 35-40 SKU ใน 2H65 เทียบกับ 1H65 ที่ 17 SKU และมากกว่าปกติที่ปีละ 25-30  SKU คาดหนุนกำไรปกติ 3Q65 เพิ่มขึ้น +94% YoY และ +8% QoQ เป็น 31 ลบ.คาดกำไรปกติปี 2566 เติบโต +69% YoY เป็น 204 ลบ.เป็นระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท จากการกลับสู่ระดับปกติของรายได้ในประเทศ และรายได้เสริมจากอินโดนีเซีย ซื้อขายที่ PER2566  ระดับ 25 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 33 เท่า 



หุ้นเด่นอีกตัวคือ    HUMAN เราคาดว่ากำไรปกติจะเข้าสู่การเติบโต YoY ตั้งแต่ 3Q65 เป็นต้นไป จากการรวมงบการเงินของ DataOn แบบเต็มไตรมาส และมีแนวโน้มเติบโต YoY ไปอีกอย่างน้อย 4 ไตรมาสจากนี้ ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็น Net Cash และคาดกำไรปกติปี 2566 เติบโต +31% YoY เป็น 320 ลบ. จุดเด่นคือธุรกิจราว 70-80% เป็น Recurring Income คือ การให้บริการ HR Solution จึงมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง ซื้อขายที่ PER2566 ระดับ 31.6 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 43 เท่า


หุ้นเด่นสุดท้าย คือ     ORI ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 11.30 บาท แนวรับ 10.80 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 10.50 บาท

ORI มีจุดเด่นคือ การเดินหน้าสร้างธุรกิจ Recurring เช่น โรงแรม, ศูนย์การค้า อย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Recurring เพิ่มจาก 10% ในปี 2565 เป็น 13% ในปี 2566 ขณะที่แนวโน้มกำไร 2H65 เด่นจากการรับรู้รายได้โครงการ JV เช่น Park Origin Thonglor ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER2565 เพียง 7.6 เท่า และ Yield 6% ต่อปี


  หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH

 

บล.เอเซียพลัส      SET Index วานนี้ปรับตัวขึ้นมาสวนตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้ เห็นถึงความแข็งแกร่งในเชิงเปรียบเทียบ โดยจุดที่สร้างความโดดเด่นได้แก่ ภาพ ใหญ่เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวชัดเจนเทียบกับประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วที่อยู่ในภาวะ ชะลอตัวจนถึงถดถอย, ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตเกินคาดทำให้เห็น การปรับเพิ่มประมาณการ และ ในทาง Valuation พบว่า Market Earning Yield Gap ของตลาดหุ้นบ้านเราสูงถึง 4.5 – 4.7% เทียบกับ MSCI World ที่ 2.2% 


สำหรับ Investment Theme ที่ชัดเจนที่สุดในช่วงเวลานี้คือ กลุ่มการเดินทาง ท่องเที่ยว หลังจากที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเซียกลับมาเปิดรับนักเดินทาง ตามปกติ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และ การยกเลิกมาตรการควบคุม Covid-19 โดย น่าจะเห็นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการประชุม ศบค.วันนี้ SET Index ยังน่าจะอยู่ในภาวะผันผวน กรอบการเคลื่อนไหว 1630 – 1655 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ไม่มีการปรับเปลี่ยนหุ้น แต่ให้ยกStop profit หุ้น PLANB ขึ้นไป อีก ระดับเงินสดสำรอง 20% ของพอร์ต หุ้น Top Pick เลือกBBLCKP และ ERW 


หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH     

 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ  ผู้อำนวยการอาวุโส   บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า  วันนี้คาด SET แกว่ง Sideways ในกรอบแนวรับ 1,635 จุด และแนวต้าน1,660 จุด เน้นหุ้นคาดแนวโน้มกำไรดี

 

โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ   AOT  นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยเด่นที่หนุนภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว ผสานกับการ

ทยอยเปิดภาคการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น (ฟรี VISA ระยะสั้น)คาดจะเพิ่มรายได้ให้แก่ AOTมากยิ่งขึ้น หนุนผลการดำเนินงาน AOT พลิกกลับมา

Turnaround ได้ในปีหน้าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 80 บาท


หุ้นเด่น ตัวต่อมาคือ   KTB  คาดกำไรปีนี้เติบโต +46%YoYโดดเด่นกว่ากลุ่มธนาคารที่+18%YoYได้แรงหนุนจากNIM ที่ปรับสูงขึ้น ต้นทุนลดลงคุณภาพสินทรัพย์ดี ผสานกับValuation ที่ไม่แพง โดยเทรดเพียง PBV 0.6เท่า และ PER7.6เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่  PBV ที่ 0.8 เท่า และ PER 9 เท่าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 19 บาท

หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH


บล.อินโนเวสท์ เอกซ์    คาด SET แม้ฟื้นตัวได้จากการรีบาวน์ทางเทคนิค อย่างไรก็ตามคาดกรอบบนยังถูกจำกัดตามแนวต้าน โดยวันนี้มีแนวต้านอยู่ที่ 1,650-1,655 จุด เนื่องจากมองตลาดยังเผชิญปัจจัยกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ด้านกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1,640 และ 1,630 จุด หากต่ำกว่าเป็นลบ

 

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ    BBL (ราคาเป้าหมาย 168.00 บ.) จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น อีกทั้งคาดจะเป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่กำไร 2H65 จะเพิ่มขึ้น HoH และฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมาก YoY แรงหนุนจากการเร่งตั้งสำรองเพิ่มในช่วง 1H65 การปล่อยสินเชื่อได้สูงในช่วง 2H65 และการขยายตัวของ NIM จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ


หุ้นเด่นอีกตัวคือ    AOT (ราคาเป้าหมาย 75.00 บ.) มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศสูง และภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เป็นบวกหลังการกลับมาเปิดประเทศเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ได้กระตุ้นให้ต่างชาติมาไทยมากขึ้น โดย 8M65 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ~4.6 ล้านคน ซึ่งมองเป็นผลดีต่อผลประกอบการ และจะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง


หุ้นเด่นวันนี้!  5 โบรกเคาะ 14 หุ้นน่าเก็บ เน้น Domestic-Defensive   TNN WEALTH


ขณะที่ บล.กสิกรไทย  มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ  1,635-1,650 จุด โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ 3 ตัวคือ  BBL     ราคาปัจจุบันอยู่ที่  137.50  บาท เป้าหมาย 146  บาท  หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ CKP  ราคาปัจจุบัน  5.40    บาท   ราคาเป้าหมาย 5.95   บาท  และหุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ SICT  ราคาปัจจุบัน 9.65    บาท ราคาเป้าหมาย   10.60    บาท 



ศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คลิกที่นี่ 


ที่มา : บล.หยวนต้า,  บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย), บล.ไทยพาณิชย์ ,บล.กสิกรไทย

ภาพประกอบข่าว : AFP,  TNN Online,


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง