ดาวโจนส์ ปิดลบ 34.94 จุด แห่เทขายหุ้นเทคโนฯ กังวลเงินเฟ้อ

TNN ONLINE

WEALTH

ดาวโจนส์ ปิดลบ 34.94 จุด แห่เทขายหุ้นเทคโนฯ กังวลเงินเฟ้อ

ดาวโจนส์ ปิดลบ 34.94 จุด แห่เทขายหุ้นเทคโนฯ กังวลเงินเฟ้อ

ดาวโจนส์ ปิดที่ 34,742.82 จุด ลดลง 34.94 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

วันนี้ (11 พ.ค.64) ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อได้ผลักดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพุธนี้ ซึ่งหากตัวเลข CPI พุ่งขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 34,742.82 จุด ลดลง 34.94 จุด หรือ -0.10%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,188.43 จุด ลดลง 44.17 จุด หรือ -1.04%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,401.86 จุด ลดลง 350.38 จุด หรือ -2.55%

สำหรับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ รวมถึงหุ้นเฟซบุ๊ก ดิ่งลง 4.11% หุ้นแอปเปิล ร่วงลง 2.58% หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 2.09% หุ้นอัลฟาเบท ดิ่งลง 2.57% หุ้นแอมะซอน ร่วงลง 3.07% หุ้นทวิตเตอร์ ร่วงลง 3.68%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นและช่วยสกัดแรงลบในตลาด โดยหุ้น 3M พุ่งขึ้น 2.08% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.63% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) บวก 0.38% หุ้นฮันนีเวลล์ บวก 0.94%

หุ้นไฟร์อาย (FireEye) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ พุ่งขึ้น 1.2% โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า บริษัทไฟร์อายจะได้ประโยชน์จากการได้รับเลือกได้เข้าช่วยสืบสวนหาสาเหตุของการที่ท่อส่งน้ำมันของบริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐ ถูกโจมตีทางไซเบอร์

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า อุปสงค์วัสดุพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับภาวะอุปทานที่ลดลงอันเนื่องมาจากปัญหาติดขัดในด้านต่างๆ ได้ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ ซึ่งความกังวลในเรื่องดังกล่าวทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหันไปซื้อหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stocks) หรือหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญในวันพุธนี้ โดยหากดัชนี CPI ของสหรัฐขยายตัวมากกว่าคาด ก็อาจทำให้เฟดชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้วยการลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ จากปัจจุบันที่เฟดทำ QE อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนมี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย., ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนเม.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ค.

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง