เงินบาทอ่อน! แรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศจ่ายปันผลต่างชาติ

TNN ONLINE

WEALTH

เงินบาทอ่อน! แรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศจ่ายปันผลต่างชาติ

เงินบาทอ่อน!  แรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศจ่ายปันผลต่างชาติ

เงินบาทอ่อนเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โควิดพ่นพิษในประเทศ-รอบโลก ผนวกแรงซื้อสกุลเงิจต่างประเทศจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 31.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยระยะสั้น ค่าเงินบาทยังเผชิญหลายปัจจัยกดดันให้มีโอกาสอ่อนค่า อาทิ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศและรอบโลก รวมทั้งแรงซื้อสกุลเงินต่าง

ประเทศ์จ่ายปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ


อย่างไรก็ดี เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้างต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากผู้นำเข้าส่วนมากรอทยอยซื้อเงินดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าใกล้ระดับ 31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ส่งออกก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่ามากกว่าระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.30 - 31.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


ภาพรวมตลาดการเงินในคืนที่ผ่านมามีความผสมผสานและผันผวนพอสมควร โดยในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงและทยอยเทขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยง จากทั้งความกังวลผลกระทบจากการขึ้นภาษี โดยเฉพาะ ภาษี Capital Gains ที่ระดับ 39.6% สำหรับนักลงทุนที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี


ขณะเดียวกัน ตลาดก็ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ทำให้ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง กดดันให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ S&P500 ปิดลบ 0.9% อย่างไรก็ดี บรรยากาศการลงทุนกลับแตกต่างในฝั่งยุโรป โดยดัชนี STOXX50 ปิดบวกเกือบ 1% เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างให้ความหวังกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังจากที่ทางการยุโรปเตรียมแจกจ่ายวัคซีน Johnson&Johnson อีกครั้ง นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมาก เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ


ในฝั่งตลาดบอนด์ บรรยากาศการลงทุนที่ดูอึมครึมนั้น ยังคงกดดันให้ ผู้เล่นในตลาดซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ทรงตัวที่ระดับ 1.54% ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้เล่นในตลาดต่างรอจังหวะให้ยีลด์ปรับตัวขึ้น (ราคาบอนด์ลง) ก่อนจะเข้าซื้อ หรือเป็น Dip Buyers ทำให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบต่อ


ส่วนตลาดค่าเงิน เมื่อตลาดการเงินผันผวนขึ้น ผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็เลือกที่จะถือเงินดอลลาร์ เพื่อหลบความผันผวน หนุนให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดย ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 91.28 จุด กดดันให้เงินปอนด์ (GBP) อ่อนค่าลงมา สู่ระดับ 1.3844 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ส่วนเงินยูโร (EUR) ก็อ่อนค่าลงมาเล็กน้อย แตะระดับ 1.20 ดอลลาร์ต่อยูโร


สำหรับวันนี้ ตลาดจะติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ผ่านการรายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการ ของ Markit (Manufacturing and Services PMIs) โดย การเร่งแจกจ่ายวัคซีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถฟื้นตัวแข็งแกร่ง สะท้อนผ่าน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการ (Markit Manufacturing & Services PMIs) เดือนเมษายนที่ยังคงปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60 จุด และ 61 จุด ตามลำดับ (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตหรือการบริการ) ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดคาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปอาจจะไม่ได้สะดุดลงจากการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 หลัง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการ (Markit Manufacturing & Services PMIs) เดือนเมษายน จะทรงตัวที่ระดับ 62.2 จุด และ 49.9 จุด ตามลำดับ



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง