หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด

หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด

โบรกมองหุ้นไทยบวกต่อ รับอานิสงส์ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาฟื้นตัว เตือนระวังแรงเทขายทำกำไรหากดัชนีฝ่าแนวต้าน 1,583-1,588 จุด แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด-มีปัจจัยบวกเฉพาะ

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้คาดว่ากว่าขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัว แต่ต้องติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดอย่างใกล้ชิด แนวรับ 1,570 จุด และแนวต้าน 1,590จุด เน้นBig caps ที่มีพัฒนาการเชิงบวก โดยหุ้นเด่นวันนี้ SCC คาดกำไร 1064 เด่น +72% YoY และ+49% Q0Q จากแรงหนุนธุรกิจ ปิโตรเคมี ที่แนวโน้ม Demand ยังแข็งเกร่ง ช่วยหนุนทั้งปริมาณขายและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ ทั้ง HDPE และPP ทรงตัวระดับสูง ผสานกับธุรกิจปูนซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ฟื้นตัวดีขึ้นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 450 บาท

หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด

หุ้นเด่นวันนี้ถัดมาเป็น KBANK คาดกำไรปี 2564-65 เติบโต 8-11%โดยมองเห็นวัพไซด์เพิ่มเติมจากต้นทุนสินเชื่อที่ต่ำกว่าคาดและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นในไตรมาส 1/64 ด้านคุณภาพสินทรัพย์ใน1Q64 ดีกว่าคาด และปัจจุบันเทรดที่ PEV 0.7 เท่า ซึ่งถือว่ายังเป็นระดับที่ไม่แพง น่าทยอยสะสมเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 160 บาท

รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า SET แม้ได้รับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่กลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม คาดกรอบบนถูกจำกัดบริเวณ 1,583-1,588 จุด ที่คาดจะมีแรงขายจากแนวต้านดังกล่าว ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก ทำให้มองดัชนีมีโอกาสเริ่มอ่อนตัว ซึ่งหากต่ำกว่า 1,570 จุด จะเป็นสัญญาณลบ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,563 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1,500 จุด


หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด


ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้ Selective Buy ในหุ้น 4 กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ 1.กลุ่ม Defensive ที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดรอบใหม่ TQM, BDMS ,BCH ,CHG ,RJH, EKH 2. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกระแส EV/clean energy EA,KCE, GULF, BGRIM 3. กลุ่ม Global Play ที่ได้ประโยชน์จาก ศ.ก. โลกฟื้นและเม็ดเงินไหลเข้า PTT, SCC 4. กลุ่ม mid-small cap กำไร 1Q64 โตเด่น STARK, TWPC, TNP, WICE, NER ,SFT


ทั้งนี้แนะนำ STARK (ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.68 บาท) คาดงบ 1Q64 เติบโตโดดเด่น หนุนจากรายได้ทั้งไทยและเวียดนาม คาดปี 64 กำไรโต 38%YoY ได้อานิสงส์นโยบาย EV มีโอกาสเข้าคำนวณ SET50 และแนะนำ WICE (ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.57 บาท) คาดงบ 1Q64 โตเด่น เตรียมขนส่งวัคซีนใน 2H64 รวมทั้งชิ้นส่วน EV


ด้านบล.เอเซียพลัสชู 3 หุ้นเด่นวันนี้ ประเดิม KSL(FV@3.70) ได้แรงหนุนจากราคาน้ำตาลที่ปรับตัวขึ้นแรง ณ วันที่ 20 เม.ย. 64 อยู่ที่ 16.72 เซ็นต์/ปอนด์ เพิ่มขึ้นถึง 3.1% จากวันก่อน และปรับเพิ่มขึ้นถึง13.2% นับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. 64 ทำระดับสูงสุดในรอบ4 ปี มองเป็นผลบวกต่อผู้ประกอบการน้ำตาลไทย อย่าง KSLคาดกำไรสุทธิปี 2563/64 จะอยู่ที่ 670 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 83 ล้านบาท ในปี 2562/63 จากธุรกิจน้ำตาลจะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากแนวโน้มราคาขายน้ำตาลสูงขึ้น และธุรกิจไฟฟ้าก็ฟื้นตัวต่อเนื่องเช่นกัน มี Upsideเกิน 10% ถือเป็นโอกาสสะสม



ถัดมาเป็น TMT(FV@11.00) โดยตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณขายเหล็กปีนี้ เพิ่มขึ้น 10% YOY เป็น 8.3 แสนตัน โดยราคาเหล็กปีนี้ทิศทางเป็นขาขึ้นชัดเจน ตามความต้องการเหล็กในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการผลิตที่ฟื้นตัวจาก COVID-19ทั้งยังมีแรงกระตุ้นจากนโยบายเศรษฐกิจด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ฝ่ายวิจัยจึงปรับสมมติฐานราคาขายเฉลี่ยปี 64 ขึ้นเป็น 24 บาท/กก. จาก 21บาท/กก. ส่งผลให้ประมาณการกำไรปีนี้ อยู่ที่ 800 ล้านบาท และปี 65 อยู่ที่ 963 ล้านบาท โดยประเมินมูลค่าทางพื้นฐานที่ระดับ 11 บาท มี Upside เกือบ 15%



หุ้นเด่นวันนี้ ! เน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาแลกการ์ด


ปิดท้ายที่ SCC(FV@450.00) หุ้นพื้นฐานแกร่ง เป้าหมาย Fund flow แผนการเติบโตที่ชัดเจนของทุกธุรกิจหลักในช่วง 3-5 ปี ข้างหน้า โดยเฉพาะกำลังการผลิตของธุรกิจปิโตรเคมีที่จะเพิ่มขึ้นถึง 70% หลังโครงการ LSP ในเวียดนามเสร็จสิ้นรวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจPackaging ภายใต้ SCGP จะช่วยยกฐาน EBITDA ของSCC ให้สูงขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2553-2563 ที่ทำได้ 71,030 ล้านบาท มาสู่ระดับ 1 แสนล้านบาทในปี 2566เป็นต้นไปคาดปีนี้กำไรสุทธิอยู่ที่ 3.66 หมื่นล้านบาท (+7.4%YoY) อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard กว่าหุ้นกลุ่มปิโตรฯอย่าง PTTGC และหุ้นลูกอย่าง SCGP อยู่มาก




ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง