เช็กเลย! หุ้นตัวไหนทนทานไวรัสโควิด

TNN ONLINE

WEALTH

เช็กเลย! หุ้นตัวไหนทนทานไวรัสโควิด

เช็กเลย! หุ้นตัวไหนทนทานไวรัสโควิด

โบรกมองโควิดระบาดรอบใหม่ถ่วงตลาดหุ้นไทย เผยหากดัชนีปรับฐานลงแรงบริเวณ 1,400-1,450 จุด เป็นจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดี ส่วนหุ้นตัวไหนที่ทนทานไวรัสตามไปดูกันเลย

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.คันทรี่กรุ๊ป เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่เป็นความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นไทย ต้องติดตามถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกระทบกิจกรรมเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าหุ้นปรับตัวลงแรงแนวรับ 1,400-1,450 จุด เป็นจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดี (AOT, CENTEL ,CPALL, MINT, IVL, PTTGC, KBANK) ส่วนการลงทุนระยะสั้นแนะนำกลุ่มทนทานต่อ COVID19 โดยเฉพาะหุ้นอิเลคทรอนิกส์ DELTA,SYNEX,TQM,COM 7


ส่วนหุ้นที่คาดว่าได้รับผลบวกจากเศรษฐกิจโลกฟื้น หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศปรับขึ้นจีดีพีโลกเป็น 6% จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 5.5% แนะนำ PTTGC, IVL รวมถึงค้าปลีกและท่องเที่ยวมีพัฒนาการเชิงบวกในระยะกลางและระยะยาว เช่น AOT, CENTEL, ERW,MINT โดยยังให้น้ำหนักการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกระจายวัคซีนโควิดจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น



ซึ่งหากย้อนดูข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ในช่วงที่รัฐบาลประกาศตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 ธ.ค. 63 พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อวันเดียวราว 576 คน และวันถัดมาที่ 382 คน นับเป็นสถิติการรายงานที่สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นผลให้ SET INDEX วันที่ 21 ธ.ค. 63เปิดลบ 54 จุดก่อนจะร่วงลงไป 81 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุด หลังจากนั้น SET INDEX ก็ค่อยๆแกว่ง Sideway Up ขึ้นไปได้ท่ามกลางการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันหลักร้อย


นอกจากนี้ช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 63 สถานการณ์ COVID-19 เห็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงอีกครั้ง 250 คนวันนั้น SET INDEX ปิดลบ 12 จุด จากนั้นก็เข้าสู่วันหยุดปีใหม่แต่ปรากฏว่าช่วง 1 ม.ค. 64 รายงานผู้ติดเชื้อสูงอีกครั้ง 279 ราย 2 ม.ค. อีก 216 ราย และวันสุดท้ายก่อนเปิดทำการปีใหม่สูงถึง 315 ราย เป็นผลให้ SET INDEX ในวันเปิดปีใหม่ลบ 22 จุด และทำจุดต่ำสุดเช่นกันหลังจากนั้นดัชนีค่อย ๆแกว่ง Sideway Up ้คล้ายครั้งก่อน



" สถติข้อมูลที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาด 2 รอบข้างต้นเราทำการศึกษาเพิ่มเติมว่าอุตสาหกรรมใดปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดพบว่ากลุ่มอิเลทรอนิกส์เป็นอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนดีสุดใน 2 รอบการระบาด ด้วยผลตอบแทน (-0.7%) ช่วง 21 ธ.ค. 63 และ 7.5% ช่วง 4 ม.ค. 64 ส่วนผลตอบแทนหลังการแพร่ระบาด COVID-19 เราทำการศึกษา 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ระหว่าง 21 ธ.ค. – 30 ธ.ค. 63 และ สิ้นปี 63 ถึงปัจจุบัน พบว่าอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นเด่นทั้ง 2 ช่วงเวลาและให้ผลตอบแทนดีกว่า SET INDEX ได้แก่ การเงิน ธนาคารพาณิชย์ ปิโตรเคมี ชิ้นส่วนยานยนต์"


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ติดตามต่างประเทศเป็นเรื่องการขึ้นภาษีนิติบุคคลของสหรัฐฯ ถ้าเกิดขึ้นในระยะสั้นจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง แต่กลางจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียอาจทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามามากขึ้น ส่วนในประเทศเป็นเรื่องการแพร่ระบาดโควิดคลัสเตอร์ใหม่ว่ารัฐจะมีมาตการดูแลต่อไปอย่างไร

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง