หุ้นเด่นวันนี้! แนะเก็บหุ้นพื้นฐานดีร่วงแรง

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นเด่นวันนี้! แนะเก็บหุ้นพื้นฐานดีร่วงแรง

 หุ้นเด่นวันนี้!  แนะเก็บหุ้นพื้นฐานดีร่วงแรง

โบรกมองหุ้นไทยปรับตัวลงต่อ โควิดระบาดรอบใหม่กดดัน คาดระยะสั้นลุ้นรีบาวน์ทางเทคนิค หลัง 2 วันที่ผ่านมาร่วง 40 จุด ประเมินแนวรับบริเวณ 1,542 จุด แนวต้าน1,565 จุด แนะเก็บหุ้นพื้นฐานดี หลังราคาร่วงแรง

รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า SET ยังโดนปัจจัยกดดันหลักจากการระบาดในประเทศระลอกใหม่ของ COVID-19 และในภาพรวมเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ส่วนภาพในระยะสั้นวันนี้ คาดว่าดัชนีมีโอกาสเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิคจากแนวรับบริเวณ 1,542 จุด หรือ 1,535 จุด หลัง 2 วันที่ผ่านมา ปรับลงมาแล้วกว่า 40 จุด อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,565 และ 1,572 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนหลักรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1,500 จุด ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้ Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ


สำหรับหุ้นเด่นวันนี้เน้นกลุ่ม defensive ที่มีความผันผวนน้อยและ laggard เพื่อรับมือกับไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นช่วง low season ของตลาดหุ้นไทย ADVANC, BBL 2. หุ้น mid-small cap แนวโน้มกำไร 1Q64 โตเด่น YoY หรือ turnaround STARK, TWPC, SISB ,TN,P NER, WICE 3. หุ้นกระแส EV, clean energy : EA, KCE, GULF, BGRIM


หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ EA (ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 69.00 บาท) คาดงบ 2Q64 โตดีกว่า 1Q64 โดยเริ่มรับรู้รายได้จากการส่งมอบรถบัสไฟฟ้า และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม 1GWh เริ่ม COD และแนะนำหุ้นเด่น GULF (ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท) ได้ sentiment บวกหลัง ครม. อนุมัติผลตอบแทนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และเก็งกำไร STGT, TQM ได้อานิสงส์จากการระบาดรอบใหม่


รายงานข่าวจากบล.เอเซียพลัส แจ้งว่า Covid-19 สายพันธ์อังกฤษ เข้าไทยกดดันหุ้นไทยเพียงช่วงสั้น ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังถูกกดดันจาก1. การกลับมาเข้มงวดกิจกรรมเศรษฐกิจในกิจการ

หรือพื้นที่เสี่ยง (ปิดผับ บาร์ และบางจังหวัดจำกัดให้คนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงกักตัว 14 วัน อย่างไรก็ตามรัฐบาลประกาศจะไม่ยั้ง Lockdown ( ASPS ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจรอบนี้ หากไม่ยืด

เยื้อ ก็ไม่น่าจะรุนแรงเท่าปี 2563)


2. สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ที่กลับมาเพิ่มขึ้น 3 หลัก เมื้อวานนี้เพิ่ม 334ราย(รอบนี้พบในกลุ่มรายได้สูง, ศิลปิน, ดาราฯลฯ) โดยให้น้ำหนัก ช่วงเวลา คือ หลังเทศกาลสงกรานต์ต้อง จับตาว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

สำหรับประเด็นสำคัญ อิงจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ระบุว่า Covid-19 ที่แพร่ระบาดรอบนี้ คือ สายพันธุ์ B.1 . 1.7 ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศอังกฤษช่วงเดือนพ.ย. - ธ.ค. 63 (สายพันธุ์อังกฤษ) (แพร่ระบาดเร็วมากกว่าสายพันธุ์ธรรมดา 1.7 เท่า ติดต่อกันง่าย) ปี 63 ไทยระบาดในสายพันธุ์ S ทำให้เกิดความกังวลตัวเลขผู้ติดเชื้อไทยจะแตะ 4 หลักหรือ หลักพัน/วัน หลังจากนี้


ASPS ศึกษาสถิติการแพร่ระบาดการแพร่ระบาดCovid-19 สายพันธุ์ B.1.1.7 กับ ประเทศที่พบการแพร่ระบาด คือ1. อังกฤษ :จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วงเวลา พ.ย. - ธ.ค.63 พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 4.5 เท่า ในระยะเวลา 1 เดือนจาก 1.24 หมี่นราย/วัน เป็น 6.82 หมื่นราย/วันหรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 14.5%


ส่วนฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งเกิด Third Wave ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.64-ปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องขยายระยะเวลา Lockdown พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นกันจากเฉลี่ยวันละ 1.75 หมี่นราย และ 8.02 พันรายในเดือน ก.พ. 2564 มาเป็นเฉลี่ยวันละ 3 หมื่นรายและ 1.19 หมื่นราย ในเดือน มี.ค. 2564 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดหุ้นจากการแพร่ะระบาด COVID-19 สายพันธ์อังกฤษ ระบาด ASPSพบว่าในช่วงที่การระบาด ตัวอย่างคือ ตลาดหุ้นอังกฤษปรับลดลงช่วงสั้น และเทรนด์เป็น

ขาขึ้นชัดเจน (ดังรูป)


 หุ้นเด่นวันนี้!  แนะเก็บหุ้นพื้นฐานดีร่วงแรง




ทั้งนี้คาดว่าช่วงนั้นตลาดให้น้ำหนักความคืบหน้าของการกระจายวัคซีน COVID-19 (อังกฤษเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 63)จากกรณีของอังกฤษข้างต้น ASPS จึงเชื่อว่าสถานการณ์ในไทยน่าจะคล้ายคลึงกัน โดยคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับลดลงจำกัด เพราะการฉีดวัคซีนในไทยเริ่มต้นเดินหน้าเช่นกัน สะท้อนจากปัจจุบันไทยมีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.48 แสนรายหรือ 0.36% ของประชากร และวัคซีนชุดใหญ่จาก AStrazeneca จะมาหลักๆ หลังช่วงครึ่งหลังของเดือน พ.ค.64 โดยเชื่อว่าระยะถัดไปตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น


ส่วนหุ้นเด่นวันนี้ คือ BDMS (FV@24.00) ค่อยๆปลดล็อคความกังวล คาดหวังฟื้นตัวได้หากนับเฉพาะเดือนมี.ค.64 (21 วัน) รายได้รวมจะลดลงเพียง 2% - 4%yoy สะท้อนรายได้ผู้ป่วยไทย (70% ของรายได้ปกติ) คาดกลับมาเติบโตราว 7%yoy MTDประเมินนับจากนี้จะคาดหวังรายได้คนไทยฟื้นตัวสู่ช่วงปกติได้แล้ว ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติ Fly-in (15% ของรายได้ปกติ) เห็นสัญญาณบวกมากขึ้น จากทั้งมาตรการ ลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน (ใกล้เคียงวันนอนเตียงผู้ป่วยต่างประเทศที่ราว 4 วัน) ประกอบกับ ทิศทางการเปิดประเทศที่จะเร็วขึ้น จากล่าสุดที่รัฐฯจะเน้นการกระจาย

วัคซีนในพื้นที่กรุงเทพฯ + ปริมณฑลฝ่ายวิจัยยังชื่นชอบ BDMS มากสุดในกลุ่มฯ จากธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีเครือข่ายครอบคลุม มูลค่าพื้นฐานที่ 24ยังมี Upside ลงทุน 11% แนะนำทยอยสะสม


หุ้นเด่นถัดมาเป็น BLA (FV@35.00) ภาพรวมธุรกิจฟื้นตัวชัดเจนในปี 2564คาดกำโสุทธิปี 64 จะเพิ่มขึ้นถึง 109.6% yoy จากฐานกำไรที่ต่ำในปี 63 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับการปรับปรุงนโยบายการตั้งสำรองค่าเผื่อความผันผวน (Provision for Adverse Deviation:PAD)เพิ่มขึ้นเป็น 5% ของสัญญาประกันชีวิตนอกจากนี้ ยังคาดธุรกิจประกันชีวิตฟื้นตัว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมากขึ้นด้วย ซึ่งก็จะหนุนให้แนวโน้มกำไรสุทธิงวด 1Q64 จะฟื้นตัวทั้ง Q0Q และ YoY โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าทิศทาง Bond yield จะยังคงอยู่ในระดับสูง และผลการดำเนินงานของ BLA ได้ผ่านจุดต่ำสุดในปี 2563 ไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นมีค่า PBV เพียง0.9 เท่า


ปิดท้ายหุ้นเด่นวันนี้ M (FV@59.00)ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าสถานการณ์ของ M ได้ผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้วช่วง ม.ค. 64 ทำให้คาด 1Q64 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ก่อนงวด 2064 จะฟื้นตัวเด่นชัด Q0Q และพลิกTurn around เป็นกำไรเมื่อเทียบกับช่วง 2Q63ด้านกำไสุทธิปี 2564 ประเมินขยายตัว 69% yoyมากกว่า EPS ตลาดปี 64 ที่ฝ่ายวิจัยมองไว้เติบโตราว38% yoy อีกValuation ถูกหลังราคาลงมาซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปีราว 1SD เทียบกับ AU และ ZEN ที่กลับมาซื้อขายในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยฯ แล้ว รวมถึงในธีมเปิดเมืองราคาหุ้น M ยัง Laggard กลุ่มท่องเที่ยวอยู่มาก


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง