"ทรีนีตี้" คัดธีมหุ้นลงทุนไตรมาส 2/64 เน้น 5 กลุ่ม พี/อีต่ำกว่า 15 เท่า

TNN ONLINE

WEALTH

"ทรีนีตี้" คัดธีมหุ้นลงทุนไตรมาส 2/64 เน้น 5 กลุ่ม พี/อีต่ำกว่า 15 เท่า

ทรีนีตี้ คัดธีมหุ้นลงทุนไตรมาส 2/64  เน้น 5 กลุ่ม พี/อีต่ำกว่า 15 เท่า

บล.ทรีนิตี้คัดหุ้นเด่น 5 กลุ่ม พี/อีต่ำกว่า 15 เท่า ราคาต่อมูลค่าบัญชีต่ำกว่า 2 เท่า หุ้นตัวไหนน่าสนใจเก็บเติมพอร์ตตามไปดูกันเลย

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในช่วงไตรมาส 2/64 ว่า บล.ทรีนิตี้ได้คัดเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุน โดยเป็นกลุ่มที่มีพี/อี ต่ำกว่า 15 เท่า และมีราคาต่อมูลค่าบัญชีต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ , กลุ่มเกษตร , กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มประกัน ซึ่งการวิเคราะห์ได้ย้อนกลับไปในอดีตที่ยังพบด้วยว่า หุ้นทั้ง 5 กลุ่มนี้นั้นยังมีพี/อีต่ำกว่า หรือใกล้เคียงค่าเฉลี่ยอีกด้วย จึงมองว่า หุ้นทั้ง 5 กลุ่มนี้สามารถเป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนในเดือน เม.ย.และต่อเนื่องได้ตลอดไตรมาส 2


“รายชื่อหุ้นที่น่าลงทุนใน 5 กลุ่มที่พิจารณาจากการเติบโตของกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/ 64 กับงวดเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ในส่วนของกลุ่มแบงก์แนะนำธนาคารเล็กคือ TISCO ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์หุ้นเด่นแนะนำ AH ซึ่งแนวโน้มกำไรปีนี้เติบโตสูง กลุ่มเกษตรหุ้นเด่นคือ STA และ STGT ซึ่งสินค้ายางธรรมชาติและถุงมือยางของเรานั้นยังคงส่งออกได้ดี ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้างหุ้นเด่นแนะนำ SCC ที่ได้ประโยชน์จากสเปรดปิโตรเคมีในระดับสูง ในขณะที่กลุ่มประกันภัยถือว่าเป็นกลุ่มที่จะได้อานิสงส์ จากบอนด์ยีลด์อยู่ในภาวะที่ยังปรับตัวสูงขึ้น”


นอกจากนี้ยังมีหุ้นที่ทางทรีนีตี้คาดการณ์ว่าจะถูกนำเข้าคำนวณดัชนีสำคัญในช่วงถัดไป เช่น ดัชนี MSCI ที่จะมีการทบทวนในเดือน พ.ค. ซึ่งในส่วนนี้คาดว่า SCGP จะเป็นตัวเก็งหลัก ในขณะที่ดัชนี SET50 ประจำงวดครึ่งปีหลังนั้น คาดว่าหุ้นที่จะถูกนำเข้าคำนวณคือ STGT, IRPC และ STA ซึ่งหากนักลงทุนต้องการเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนีเหล่านี้ จังหวะที่เหมาะสมก็คือช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้าที่จะมีการประกาศ ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลานี้พอดี


สำหรับการลงทุนในช่วงเดือน เม.ย.ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในภาวะที่อึดอัด การปรับตัวขึ้นอย่างสำคัญจะมีความยากจาก Valuation ที่อยู่ในระดับสูง ส่วนการปรับฐานรุนแรงก็ยังเกิดได้ยากจากสภาพคล่องทั้งภายในและภายนอกที่ล้นระบบ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective ประกอบด้วย1. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Reopening และมี Valuation ที่ถูก เช่น หุ้นน้ำมัน คือ OR, PTG กลุ่มโรงพยาบาล BDMS, BCH, IMH


2. กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและเงินบาทอ่อนค่า เช่นยานยนต์หุ้นเด่น AH และกลุ่มอาหารหุ้นเด่นคือ CPF,TU 3. กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะรายได้กำไรออกมาดี เมื่อเปรียบเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้ารวมถึงอัตราปันผลเกิน 3% ขึ้นไปหุ้นเด่นคือ ADVANC, EGCO, PTT ,QH, SCC 4. กลุ่มลุ้นเข้า MSCI ได้แก่ SCGP 5. กลุ่มลุ้นเข้า SET50 ได้แก่ STGT, IRPC, STA

ข่าวแนะนำ