หุ้นเด่นวันนี้! ชูธีมแลกการ์ด-เปิดเมือง

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นเด่นวันนี้! ชูธีมแลกการ์ด-เปิดเมือง

หุ้นเด่นวันนี้! ชูธีมแลกการ์ด-เปิดเมือง

โบรกมองหุ้นไทยวันนี้ไซด์เวย์ แม้ปัจจัยภายนอกจะได้รับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่จะกลับมาเปิดทำการมีแนวโน้มดัชนีปรับขึ้นจากตัวเลขจ้างงานดีกว่าคาด ชูหุ้นแลกการ์ด-เปิดเมือง

รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า คาด SET ยังมี Upside จำกัดบริเวณ 1,600 จุด และมีแนวโน้มอ่อนตัวมาที่กรอบล่างบริเวณ 1,585-1,590 จุด แม้ปัจจัยภายนอกจะได้รับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่จะกลับมาเปิดทำการในวันนี้ และมีแนวโน้มปรับขึ้นได้จากตัวเลขจ้างงานที่ดีกว่าคาด อย่างไรก็ตามความกังวลการแพร่ระบาดในประเทศเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายทำกำไร กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนหลักรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1,450-1,470 จุด ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้ Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ


สำหรับหุ้นเด่นแนะนำ 1.หุ้นกลุ่ม defensive ที่มีความผันผวนน้อยและ laggard เพื่อรับมือกับไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นช่วง low season ของตลาดหุ้นไทย ADVANC BBL 2. หุ้น mid-small cap แนวโน้มกำไร 1Q64 โตเด่น YoY หรือ turnaround STARK TWPC SISB TNP WICE 3. หุ้นกระแส EV, clean energy : EA ส่วนหุ้น reopening เลือกซื้อรายตัว BEM BDMS


ส่วนหุ้นเด่นวันนี้คือ NER (ราคาเป้าหมาย IAA consensus 6.08 บาท) คาดงบ 1Q64 เติบโตโดดเด่นจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา ผู้บริหารคาดรายได้ปีนี้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หนุนให้กำไรมีโอกาสโตมากกว่าที่ประเมินไว้ 32%YoY


นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้คาด SET แกว่ง Sidewayแนวรับ 1,585 จุด และแนวต้าน1,610 จุดเน้นหุ้นที่มีพัฒนาการเชิงบวก โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ " AOT" การเปิดเมืองจะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค. โดยเปิดที่แรกคือสนามบินภูเก็ต โดยนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนจะไม่ต้องกักตัว โดยสนามบินภูเก็ตเป็น

สนามบินที่ใหญ่อันดับ 3 มีสัดส่วนรายได้ประมาณร้อยละ 13 ของรายได้กั้งหมด การเปิดเมืองจึงเป็นผลดีโดยตรงกับ AOT เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 72 บาท


ถัดมาเป็น HMPRO คาด SSSG 1064 พลิกเป็นบวกครั้ง แรกในรอบ 7 ไตรมาส และจะเร่งตัวดียิ่งขึ้นใน 2064 โดยได้ผลบวกจากการอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวฟื้นตัว รวมทั้งสัดส่วนสินค้า Housebrand ค่อยๆฟื้นตัวกลับมา ขณะที่สาขามาเลเซียมีโอกาสถึงจุดคุ้มทุนปีนี้ผสานกับราคาหุ้นยังฟื้นช้ากว่ากลุ่ม เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 16 บาท



ด้านบล.เอเซียพลัสชู 3 หุ้นเด่น STEC([email protected]) ทิศทางธุรกิจสดใสจาก Backlog ปัจจุบันที่มีสูงถึง108,667 ล้านบาท รองรับการสร้างรายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมโอกาสที่เปิดกว้างจากงานประมูลภาครัฐจำนวนมากที่ทยอยออกมาในปีนี้ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายจะรับงานใหม่ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาทอัตรากำไรมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยประเมิน Grossmargin ปีนี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 5% เทียบกับปี 2563 ที่ทำได้เพียง 4.4% และประเมินรายได้ก่อสร้างเติบโต 7%YOYสู่ระดับ 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมี Backlog รองรับแล้วทั้งหมด พื้นฐานแข็งแกร่งทั้ง Backlog และฐานะการเงิน ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน Historical PBV-2SD ประเมิน FVอิง PER 24 เท่า ให้ราคาเหมาะสม 18 บาท



BBL([email protected]) ธนาคารฯ มองสินเชื่อปี 2564 ขยายตัว 3% - 4% yoy ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)คาดการณ์ลดลงมาที่ 2.2 หมื่นล้านบาท จาก 3.1 หมื่นล้านบาทในปี 2563 ถือว่าเข้าสู่เส้นทางของการฟื้นตัวที่แท้จริงสำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารฯ คาด NPL Ratioณ สิ้นปี 2564 จะอยู่ในกรอบไม่เกิน 4.5% จาก 3.9% ณสิ้นปี 2563 จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวโดย ธ.พ. มี Coverage Ratio ณ สิ้นงวด 4Q63 ที่181.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 150%แนวโน้มกำไรปี 2564 ฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน ด้านราคาหุ้น BBL ยังคง Laggard SETBANK และหุ้นธพ.อื่นๆอยู่มากพอสมควร


ปิดท้ายที่ TMT ([email protected]) ตั้งเป้าขายเหล็กปี 2564 จะมีปริมาณเติบโต 10%YoY วางแผนเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดจากปัจจุบัน 18.9% มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกมิติ ขณะที่สัญญาณราคาเหล็กเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564-65 ขึ้น 23.5-36.7% แนะนำซื้อ



ข่าวแนะนำ