เช็กอุณหภูมิหุ้นไทยรุ่งหรือร่วง คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยต่อลมหายใจธุรกิจ

TNN ONLINE

WEALTH

เช็กอุณหภูมิหุ้นไทยรุ่งหรือร่วง คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยต่อลมหายใจธุรกิจ

เช็กอุณหภูมิหุ้นไทยรุ่งหรือร่วง  คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยต่อลมหายใจธุรกิจ

โบรกมองหุ้นไทยเผชิญปัจจัยบวกลบทั้งใน-นอกประเทศรุมเร้า คาดกนง.คงดอกเบี้ย 0.50% พยุงเศรษฐกิจเหตุท่องเที่ยวฟุบเทียบอดีตต้มยำกุ้งใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำนาน 2 ปี ประเมินกรอบสัปดาห์หน้า 1,550- 1,585 จุด ชูหุ้นพื้นฐานแกร่ง

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ( 22-26 มี.ค)คาดว่าแกว่งขาขึ้นในกรอบ 1,550- 1,585 จุด หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน และปลายสัปดาห์มีประเด็นปรับเกณฑ์คำนวนดัชนี SET50, SET100 และ SETHD ด้วยการนำเกณฑ์ Free Float Adjusted Market Cap. มาใช้วันที่ 1 ก.ค.นี้ คาดว่าจะเห็นการเปลื่ยนแปลง 2 แนวทางคือ1.การปรับเปลี่ยน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงของหุ้นใหญ่ในดัชนี และ2. จะมีหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวนใหม่ และหุ้นที่จะต้องถูกถอดออก


ทั้งนี้กลยุทธการลงทุนยังแนะนำลงทุนหุ้น Theme พื้นฐานแข็ง แกร่ง โดยเลือก BBL (FV@154.0) เป็นหุ้นที่มีโอกาสได้เม็ดเงินจาก Passive Fund เพิ่มขึ้นมากสุดของหุ้นทั้งหมดใน SET100 เนื่องจากการจัดน้ำหนักใหม่ด้วยวิธี Free Float Adjusted Market Cap. แล้วมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในรอบแรกจาก 1.74% เป็น 2.82% แสดงว่าเม็ดเงินจาก Passive Fund จะต้องไหลเข้า BBL เพิ่มขึ้น 56% ในรอบแรกกลางปีนี้ และจะไหลเข้าเพิ่มขึ้น 113% ในปีนี้ แลด้านราคาหุ้นนับตั้งแต้ต้นเดือน-ปัจจุบัน (mtd) ราคาหุ้น BBL ยังคง Laggard SETBANK และหุ้นธพ.อื่นๆ อยู่มากพอสมควร คือ BBL +3.7% KBANK+15%mtd SETBANK +7.8%mtd


เช็กอุณหภูมิหุ้นไทยรุ่งหรือร่วง  คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยต่อลมหายใจธุรกิจ


ถัดมาเป็นหุ้น INTUCH(FV@74.0) เป็นหุ้นที่มีโอกาสได้เม็ดเงินจาก Passive Fund เพิ่มขึ้นมากสุดของหุ้นทั้งหมดใน SET100 เนื่องจากการจัดน้ำหนักใหม่ด้วยวิธี Free Float Adjusted Market Cap. แล้วมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในรอบแรกจาก 1.31% เป็น 1.77%แสดงว่าเม็ดเงินจาก Passive Fund จะต้องไหลเข้า INTUCH เพิ่มขึ้น 35% ในรอบแรกกลางปีนี้ และจะไหลเข้าเพิ่มขึ้น 70% ในปีนี้ จุดเด่นเรื่องปันผลชัดขึ้น จากอัตราจ่ายปันผลที่สูงขึ้น ADVANC หลังอิงกำไรที่มีผลรายจ่ายทางบัญชีมาตรฐานบัญชี TFRS16 ช่วยให้ INTUCH ส่งต่อปันผลเกินปีละ 4.5% ซึ่งคาดหวังปันผล 2H63 สูงกว่าคาดที่ 1.35 บาท XD 22 เม.ย. 64 นี้

เช็กอุณหภูมิหุ้นไทยรุ่งหรือร่วง  คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยต่อลมหายใจธุรกิจ


สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามมีทั้งปัจจัยบวกและลบ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่มองแนวโน้มหุ้นไทยยังเป็นเป้าหมายของฟันด์โฟว์ โดยปัจจัยต่่างประเทศนั้น วันที่ 22 มี.ค. มีประชุมธนาคารกลางในแถบเอเชีย ได้แก่ธนาคารกลางจีน (PBOC) คาดว่าธนาคารฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำ 3.85% และการประชุมธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) วันที่ 25 มี.ค. คาดว่าคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% โดยรวมมองอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวระดับต่ำเป็นมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย


แถลงการณ์ (Testify) ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ต่อสภาคองเกรส โดยให้น้ำหนักว่าอาจจะมีมุมมองต่อการดำเนินนโยบายการเงิน และการคลังของสหรัฐอย่างไร ภายหลังผลประชุม Fed ยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 0-0.25% และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ มีผลบังคับใช้แล้ว รายงานดัชนี PMI ของทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น, ยุโรป และสหรัฐ ในวันที่ 24 มี.ค. โดยตลาดคาดว่าค่าดัชนี PMI จะยังอยู่ในระดับสูงกว่า 50 จุด สะท้อนว่าภาคการผลิตยังมีแนวโน้มขยายตัว ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว


ส่วนในประเทศนั้น 23 มี.ค. ประชุม ครม. คาดว่าจะพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 หลังจากสัปดาห์ก่อน ครม. ยังไม่อนุมัติ คาด เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นโรงแรม ดีต่อ CENTEL, MINT, ERWส่วน 24 มี.ค. กระทรวงพาณิชย์ รายงานยอดการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ก.พ. ตลาดคาดยอดส่งออก จะขยายตัว 1.9%yoy เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.4% สอดคล้องกับยอดนำเข้าของจีน (ประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยมีการส่งออก 10% ของการส่งออกรวมของไทย)เดือนก.พ.ที่ขยายตัวมาถึง 155% yoy และการนำเข้าขยายตัว 17.3% คาดเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นส่งออก อาทิ CPF,TFG,TU


สำหรับการประชุม กนง. ASPS คาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไวที่ 0.5% (ต่ำสุดเป็นต่อไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว (สัดส่วน 20% ของ GDP) ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และหากพิจารณาในอดีตสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 กนง.คงอัตราดอกเบี้ยต่ำนานถึง 8 ไตรมาส หรือ 2 ปีขณะที่วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. งานมอเตอร์โชว์ คาดจะกระตุ้นยอดขายรถได้ ล่าสุด ยอดผลิตรถยนต์ไทย ก.พ. เท่ากับ 155,200 คัน (2M64 ที่ 3 แสนคัน ลบ 1.2% yoy) เติบโต 3% YoY (+5% MoM)


ฝ่ายวิจัย ASPS คาดยอดผลิตรถยนต์ตั้งแต่ มี.ค. – ส.ค. 64 เติบโต YoY ทุกเดือน และคาดยอดผลิตรถยนต์ปี 64 ที่ 1.6 ล้านคัน เพิ่ม 12% yoy ดีต่อหุ้นในกลุ่มยานยนต์ โดยในเชิงพื้นฐาน ราคาหุ้นในกลุ่มฯ ปรับตัวตอบรับการฟื้นตัวบางส่วนแล้ว ทำให้ Upside เริ่มจำกัด แต่แนวโน้มกำไรมีโมเมนตัม YoY ถึง 3Q64 ฝ่ายวิจัยเลือก SAT(FV@B19.6) ที่มีออเดอร์ใหม่หนุนและการบริหารต้นทุน ทำให้การดำเนินงาน Outperform อุตสาหกรรมฯ ตามด้วย STANLY (FV@B220) ราคาซื้อขายที่ PBV ต่ำ 0.76 เท่า ส่วน AH(SWITCH : FV@B20) ราคาเต็มมูลค่าพื้นฐาน จึงแนะนำเพียง Trading


ข่าวแนะนำ