3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด

TNN ONLINE

WEALTH

3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด

3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด

โบรกมองหุ้นไทยเช้านี้แกว่งขึ้นในกรอบจำกัด รับข่าว "ไบเดน" ลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ กูรูชู 7 หุ้นเด่นมีปัจจัยบวกเฉพาะ-แลกการ์ด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ (11 มี.ค.) ขานรับข่าวประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.63 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,485.59 จุด เพิ่มขึ้น 188.57 จุด หรือ +0.58% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,939.34 จุด เพิ่มขึ้น 40.53 จุด หรือ +1.04% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,398.67 จุด เพิ่มขึ้น 329.84 จุด หรือ +2.52%

ด้านบล.ไทยพาณิชย์มองว่า ดัชนีมีกรอบบนถูกจำกัด เพื่อชะลอตัวลดความร้อนแรง ซึ่งดัชนีสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และการเปิดเมืองมาระดับหนึ่งแล้ว ทำให้มีโอกาสอ่อนตัวจากแนวต้านแรก 1,583 และแนวต้านถัดไป 1,590 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,570 จุด หากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1,560 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนหลักแนะนำรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% บริเวณ 1,450-1,470 จุด ส่วนพอร์ตเก็งกำไรใช้กลยุทธ์ Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ


สำหรับหุ้นขนาดใหญ่ laggard ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง-ฉีดวัคซีน BEM, BDMS, CPALL, HMPRO, CPN, SCC ,MINT หุ้นขนาดกลาง-เล็กที่กำไรเติบโตดี NER, STARK, TWPC, TNP ,ZEN ,PTG ส่วนหุ้นเกาะกระแสกัญชงแนะนำเพียง DOD


3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด


ทั้งนี้หุ้นเด่นในวันนี้เลือก HMPRO (ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท) ราคาหุ้นยัง laggard ขณะที่คาดผลประกอบการปีนี้โต 17% หนุนจาก SSS ที่ฟื้นตัว การขยายสาขาเพิ่ม และผลการดำเนินงานของสาขาต่างประเทศดีขึ้น และแนะนำ BDMS (ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท) ราคาหุ้นยัง laggard เช่นกัน หนุนจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการหนุนจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งยังคงขยายฐานผู้ป่วยคนไทยผ่านการออกแพ็คเกจสุขภาพ และผู้ป่วยประกันสุขภาพภาคเอกชน



3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด


ด้านบล.เอเซียพลัสแนะนำหุ้น GULF คาดกำไรปกติงวด 1Q64 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ จากรายได้ที่คาดจะเพื่อมขึ้นเนื่องจากผ่านพ้นช่วง Low season ใน 4Q63 มาแล้ว และคาดค่าใช้จ่าย SG&A จะปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติ สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.0%yoy ขึ้นทำระดับสูงสุงใหม่ของปีเป็นประวัติการณ์ หนุนจากทั้งการรับรู้โครงการที่เข้ามาในปี 2563 ได้เต็มปี และการรับรู้โครงการใหม่ๆ 1.4 พันเมกะวัตต์ รวมถึงรายได้จากปันผล INTUCH ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น 14.4% จากเดิม 8.0% ในปี2563



ถัดมาเป็น BBL เนื่องจากธนาคารฯ มองสินเชื่อปี 2564 ขยายตัว 3% - 4% yoyขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)คาดการณ์ลดลงมาที่ 2.2 หมื่นล้านบาท จาก 3.1 หมื่นล้านบาทในปี 2563 ถือว่าเข้าสู่เส้นทางของการฟื้นตัวที่แท้จริงสำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารฯ คาด NPL Ratioณ สิ้นปี 2564 จะอยู่ในกรอบไม่เกิน 4.5% จาก 3.9% ณสิ้นปี 2563 จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวโดย ธ.พ. มี Coverage Ratio ณ สิ้นงวด 4Q63 ที่181.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 150%แนวโน้มกำไรปี 2564 ฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน ด้านราคาหุ้น BBL ยังคง Laggard SETBANK และหุ้นธพ.อื่นๆอยู่มากพอสมควร


รวมถึงหุ้น PTT ([email protected]) ราคาหุ้น laggard ราคาน้ำมันดิบมากเหลือเกินมุมมองเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว หนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น 70 เหรียญฯ ถือเป็นบวกต่อหุ้นน้ำมันอย่างPTT รวมถึงผลการดำเนินงานค่อยๆฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในภาพใหญ่ หนุนความต้องการใช้ปโตรเลียม/ปิโตรเคมีกระเตื้องขึ้นคาดกำไรงวด 1064 มีแนวโน้มดีขึ้น Q0Q จากทุกธุรกิจทั้งธุรกิจก๊าซฯ และโรงแยกก๊าซฯของ PTT จากความต้องการใช้ที่กระเตื้องขึ้นตามเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่คาดจะได้รับอานิสงค์จากทั้งค่าการกลั่น และ spread ปิโตรเคมีที่จะเห็นการฟื้นตัวประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 64 เท่ากับ 48.50 บาท มีUpside ประมาณ 15%



3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด


ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) คาด SET แกว่งขึ้น ประเมินแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน1,600 จุด เน้นหุ้นที่กำไรปี 64 โตเด่น โดยแนะนำ CHGปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 3.25 บาทและปรับเพิ่มคาด EPร ปี 64, 65 ขึ้น10% 12% จากการรวมธุรกิจบริหารโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ซึ่งน่าจะเพิ่มกำไรได้ราว 5% และยังเพิ่มอัตรากำไรEBITDA ใน 64 เป็น 27.2% เนื่องจากธุรกิจบริหารโรงพยาบาลสามารถทำกำไร EBITDA ได้ดีขึ้นเป้าหมายเชิงกลยุทร์ 3.25 บาท


ปิดท้าย IRPC คาดธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ ใน1H21มีกำไรดีกว่าตลาดคาดโดยเฉพาะจาก ABS Spread คาดเติบโตถึง 30%Q0Q จาก supply หายไปราว 10%ทั่วโลก ราว 3 เดือนจากเหตุไฟใหม้ ส่วน PP spread ยังอยู่ในระดับสูง ตามภาวะอุปทานที่ตึงตัวใน US และ N/E Asia เป้าหมายเชิงกลยุทร์ 4.5 บาท


3 โบรกเฟ้น 7 หุ้นเด่น เน้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว-แลกการ์ด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง