หุ้นไทยพักฐานช่วงสั้น นักลงทุนเทขายทำกำไร-เงินหยวนอ่อน

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทยพักฐานช่วงสั้น นักลงทุนเทขายทำกำไร-เงินหยวนอ่อน

 หุ้นไทยพักฐานช่วงสั้น   นักลงทุนเทขายทำกำไร-เงินหยวนอ่อน

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 0.35 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นขนาดใหญ่หลังราคาปรับขึ้นแรงมาก่อนหน้าผนวกเงินหยวนอ่อนค่าเป็น sentiment เชิงลบ จับตาประชุมอีซีบี-ศาลรธน.ชี้ขาดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 11 มี.ค.นี้ แนะหุ้นแลกการ์ด-Commodity Play

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นปิดที่ 1,543.76 จุด ลบ 0.35 จุด หรือ -0.02 % ระหว่างวันเคลื่อน ไหวสูงสุด 1,562.56 จุด และต่ำสุดที่ 1,540.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 108,473.61 ล้านบาทว่าตลาดหุ้นไทยปิดร่วงจากแรงเทขายทำกำไรหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการพักฐานช่วงสั้น หลังจากช่วงเช้าปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นเอเชียรับข่าวมาตรการเยียวยาโควิดของสหรัฐ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านสภาสูง นอกจากนี้ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าทำให้สินทรัพย์ฝั่งเอเชียถูกกดดัน จากที่ปีก่อนหน้าเงินหยวนแข็งและมาปีนี้กลับมาอ่อนถือว่าเป็นการปรับสมดุล


สำหรับหุ้นขนาดใหญ่ในวันนี้ช่วงพยุงตลาดไม่ให้ปรับลงมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมัน พลังงาน ขณะเดียวกันมีแรงขายหุ้นในกลุ่มที่ปรับขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น SCGP ปรับลง -1.50 บาทหรือ -3.24% ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามการประุชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ เช่น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core CPI คาดว่าจะอยู่ที่ 1.4%และเงินเฟ้อทั่วไป CPI อยู่ที่ 1.6% ว่าเร่งตัวมากกว่าที่คาดการณ์หรือไม่ เพราะมีผลต่อผลตอบแทนพันธบัตรหรือบอนยีลด์


นอกจากนี้ในวันที่ 16-17 มี.ค.ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ส่วนในประเทศเป็นเรื่องการมือง โดยเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดอำนาจรัฐสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ 11 มี.ค.นี้ รวมถึงการชุมนุมทางการเมืองถ้าไม่รุนแรงไม่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ ซึ่งการเมืองและการลงทุนต้องแยกออกจากกัน และก่อนหน้านี้เมื่อมีปัญหาการเมือง แต่ไม่ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่เหมือนปัจจุบันทำให้สภาพคล่องเข้ามาในระบบส่งผลให้เศรษฐกิจไปได้


ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นแลกการ์ด Commodity Play เช่น IRCP,PTTGC และหุ้นที่ล้อไปกับเศรษฐกิจและผลตอบแทนพันธบัตรหรือบอนด์ยีลด์ เช่น BBL และหุ้นขนาดเล็ก เช่น INOX เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิ 4Q63 อยู่ที่ 38 ล้านบาทพลิกจากขาดทุนสุทธิ -45 ล้านบาท ใน 4Q62 เป็นการพลิกมามีกำไร 2 ไตรมาสติดต่อกัน (3Q63 ทำได้ 64 ล้านบาท)


นอกจากนี้ราคาสแตเลสปรับตัวขึ้น 14% YTD ต่อเนื่องจากปี 63 ที่ขึ้น 20% YoY ปีก่อนปรับสายการผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่ม Yield คาดหนุนกำไรสุทธิปีนี้ได้ 50-100 ล้านบาทเงินสดในมือ 1,054 ล้านบาท คิดเป็น 0.14 บาท/หุ้น แทบไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยราคาหุ้นยังต่ำกว่าทุนของ POSCO ที่ 2.20 บาท/หุ้น และ PBV คิดเป็นเพียง 0.5 เท่า ถ้ากำไรปี 64 กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ 300-500 ล้านบาท ราคาหุ้นควรกลับไปซื้อขายที่ 0.90-1.00 บาท อย่างไรก็ตาม คาดกรอบแนวรับพรุ่งนี้ 1,530-1,535 จุด แนวต้นที่ 1,550-1,555 จุด


 หุ้นไทยพักฐานช่วงสั้น   นักลงทุนเทขายทำกำไร-เงินหยวนอ่อน

ข่าวแนะนำ