โบรกคาดหุ้นไทยร่วงบอนด์ยีลด์สหรัฐ-การเมืองถ่วง

TNN ONLINE

WEALTH

โบรกคาดหุ้นไทยร่วงบอนด์ยีลด์สหรัฐ-การเมืองถ่วง

โบรกคาดหุ้นไทยร่วงบอนด์ยีลด์สหรัฐ-การเมืองถ่วง

โบรกคาดหุ้นไทยวันนี้ร่วง หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐ 10 ปีพุ่ง-การเมืองภายในประเทศกดตลาด บล.ไทยพาณิชย์ชูหุ้น 3 ธีมเด่น ฝั่งบล.เอเซีย พลัส แนะนำ CPF-MINT -NER



นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวลง แต่ไม่มากนัก เพื่อชดเชยช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างปรับตัวลงกัน โดยดาวโจนส์ได้ปรับตัวลง 1,000 จุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมา(พฤหัส-ศุกร์) และตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็ปรับตัวลง 2-3% แต่เช้านี้ตลาดต่างประเทศต่างรีบาวด์ขึ้นมาบ้างแล้วส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ก็กลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อยหลังจากร่วงแรง


ทั้งนี้เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ของสหรัฐฯอายุ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นมา 1.4% และปัจจัยการเมืองในประเทศก็กดดันจากที่เริ่มมีการชุมนุมทางการเมือง และการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญยังมีความไม่แน่นอน ทำให้กดดัน Fund Flow ออกมาในเชิงลบ รวมทั้งวันนี้หุ้น PTTEP จะขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายปันผล ซึ่งจะกดดันดัชนีฯประมาณ 1 จุด


นอกจากนี้ต้องติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของทั่วโลกที่จะทยอยประกาศออกมา การประชุมกลุ่มโอเปกพลัสที่จะมีขึ้นในวันที่ 3-4 มี.ค.นี้ รวมถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯประเมินกรอบแนวรับ 1,485-1,475 จุด ส่วนแนวต้าน 1,505-1,510 จุด


รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า การลงทุนในวันนี้รอเข้าซื้อเมื่อ SET ใกล้ 1450 จุด เลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ laggard มี valuation น่าสนใจ 1.หุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์ bond yield เพิ่มขึ้น BBL ,KTB 2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและฉีดวัคซีน CPALL, HMPRO, CENTEL MINT, BDMS ส่วนพอร์ตเก็งกำไร selective buy ในหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ (TWPC) ส่วนหุ้นเกาะกระแสกัญชง (IP ,DOD ,RBF) เก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง


ทั้งนี้แนะนำ MINT อัพเกรดสู่ outperform ปรับราคาเป้าหมายสู่ 34 บาท ยุโรปจะกลับมาเปิดเดินทางอีกครั้งหลังแจกจ่ายวัคซีน, แนะนำ BBL (ราคาเป้าหมาย 165.00 บาท) ได้ประโยชน์ bond yield เพิ่มขึ้น กำไรโตสุดปี 64-65 และเก็งกำไร TWPC (ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.60 บาท) คาดปี 64 turnaround หลัง demand ในไทยและตลาดส่งออกฟื้นตัว ราคาขายมีแนวโน้มดีขึ้น คาด 1Q64 กำไรจะขึ้นทำจุดสูงสุด


ด้านบล.เอเซียพลัส แนะนำ CPF (FV@42.00) คาดกำไรสุทธิปี 63-64 จะเติบโต 32.8% yoy และ 4.7% yoy จากธุรกิจสุกรในไทย เวียดนามและจีนเติบโตชัดเจน จากราคาสุกรในไทย จีนและเวียดนามยืนสูงต่อเนื่อง จากปัญหาสุกรขาดแคลนในภูมิภาคเอเชีย กำหนด Fair Value ปี 2563 เท่ากับ 42 บาท อิง PBV 1.7 เท่า ราคาหุ้นมี Valuation สนใจ ที่ PER เพียง 9 เท่า และสามารถคาดหวังปันผลได้กว่า 3% จึงแนะนำซื้อลงทุนระยะกลางถึงยาว

MINT (FV@34.00) รับ Sentiment บวกต่อเศรษฐกิจไทย และการกระจายของวัคซีน COVID-19 ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วง ธ.ค. โดยเฉพาะในยุโรป ประกอบกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกเริ่มลดลง ช่วยลด Downside ต่อประมาณการ ที่คาดเริ่มเห็นผลขาดทุนต่ำลงตั้งแต่ 2H64 คงแนะนำ ซื้อ ตามธีมวัคซีนยุโรป


ปิดท้าย NER (FV@6.20) คาดทิศทางกำไรสุทธิปี 2564 จะเติบโตอีก 22% yoy จาก Volume ขายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ NER ยังได้มีการศึกษาทำ ธุรกิจปลูกกัญชงและสกัดน้ำมันกัญชง แต่ยังไม่มีแผนทำธุรกิจในระยะสั้น Valuation และปันผลยังน่าสนใจ 4.9%


โบรกคาดหุ้นไทยร่วงบอนด์ยีลด์สหรัฐ-การเมืองถ่วง

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง