โบรกชี้ 4 ปัจจัยบวกหนุนฟันด์โฟว์ไหลเข้าหุ้นไทย

TNN ONLINE

WEALTH

โบรกชี้ 4 ปัจจัยบวกหนุนฟันด์โฟว์ไหลเข้าหุ้นไทย

โบรกชี้ 4 ปัจจัยบวกหนุนฟันด์โฟว์ไหลเข้าหุ้นไทย

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์นี้รีบาวด์ฟันด์โฟว์ไหลกลับจาก 4 ปัจจัยบวกหลัก เกาะติดการเมืองนอกสภาฯ ระบุหากยืดเยื้อเป็น sentiment เชิงลบ ชูหุ้นรับอานิสงส์วัคซีน- ปัจจัยบวกเฉพาะตัว

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้าว่า แนวโน้ม fund flow ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทย หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้าง โดยมีปัจจัยบวก 4 ปัจจัยหลักคือ 1. โค้งสุดท้ายของการประกาศงบงวด 4Q63 หลายบริษัท เช่น CPALL. SPALI, BANPU, BDMS ,CPF และBAM 2. กระแสการฉีดวัคซีน Covid-19 จากล็อตแรกของบริษัท Sinovac(สัญชาติจีน) จะมาถึงไทย 24 ก.พ. และจะเริ่มฉีดได้ราว 27 ก.พ. นี้ และจะทยอยเร่งฉีดไปจนถึงสิ้นปี และ สัปดาห์ที่แล้ว ศบค.เห็นชอบ กรณีที่จะให้รพ.เอกชนสามารถจัดหาวัคซีน COVID-19 มาให้บริการได้เงื่อนไขวัคซีนต้องขึ้นทะเบียนกับอย. และ รพ.ต้องได้มาตรฐาน ประเมินว่า บวกหุ้นโรงพยาบาลเชื่อว่าได้ Sentiment บวกจากรายได้ส่วนเพิ่มการให้บริการฉีดวัคซีน และคาดจะทำให้ความเชื่อมั่นในการกลับเข้ามารักษาของผู้ป่วยไทยกลับมาได้เร็วกว่าที่คาด ซึ่งชื่นชอบหุ้นโรงพยบาล BDMS (FV@B24) ที่มีการให้บริการครอบคลุม พร้อมรับอานิสงส์วัคซีนและการฟื้นตัวมากสุด


3. มาตรกระตุ้นท่องเที่ยว คาดว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ๆ อาทิ เราเที่ยวด้วยกันเฟส คาดขยายระยะเวลาออกไปจนถึงเดือน ก.ย. นี้ จากเดิมสิ้นสุด เม.ย.64 และมาตรการอุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบิน คาด Sentiment เชิงบวกกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (MINT, CENTEL, ERW) และกลุ่มการบิน AAV และหุ้นสนามบิน AOT


4.วันที่ 22 ก.พ.การประชุม ศบค. ชุดใหญ่ พิจารณาผ่อนคลาย Lockdown ปรับลดพื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่ควบคุมลง คาดหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง เช่น หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก (CPN, CRC, HMPRO, CPALL, SPVI ส่วนปัจจัยลบ ยังคงติดต้องตามพัฒนาการเมืองนอกสภา การชุมนุม หากยังยืดเยื้อ และสถานการณ์ยังร้อนแรงคาดจะกระทบต่อ FundFlow ในระยะสั้น รวมถึงตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.


สำหรับต่างประเทศที่ต้องติดตามคือ สหรัฐฯ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดขายบ้านใหม่ เดือน ม.ค. คาดดีขึ้นจากเกือนก่อนหน้าและวันที่ 22 ก.พ.การให้ความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัรฐหรือเฟด และประธานธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี รวมถึงจีดีพีไตรมาส 4/63 ของสหรัฐฯ ประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนก.พ. ของจีน ตลอดจนยอดค้าปลีกและผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น


ด้านกลยุทธ์การลงทุนคาดกรอบการเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์อยู่ในช่วง 1,485 – 1,530 จุด เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว ทั้งกระแสฉีดวัคซีน การคลาย Lockdown หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวแนะนำ BDMS (FV @ 24.00) ซึ่งภาครัฐฯเปิดทางให้ รพ.เอกชน นำเข้าวัคซีนเองได้แล้วภายใต้เงื่อนไขตามหัวข้อด้านบน เชื่อว่าจะเป็นแรงหนุนให้ความคาดหวังการฟื้นตัวผู้ป่วยในไทย (85% ของรายได้) กลับมาใกล้เคียงระดับปกติได้ ภาพรวมจึงยังคงคาดกำไรปกติ ปี 64 เติบโต 28.4%


ปิดท้ายหุ้น M (FV @ 59.00) ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าสถานการณ์ของ M ได้ผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้วช่วง ม.ค. ที่ผ่านมาทำให้คาด 1Q64 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ก่อนงวด 2Q64 จะฟื้นตัวเด่นชัด QoQ และพลิก Turn around เป็นกำไรเมื่อเทียบกับช่วง 2Q63คาด กำไรสุทธิปีนี้ประเมินขยายตัว 69% yoy

ข่าวฮิตติดแท็ก

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง