ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดอ่อนค่าในรอบ 1 สัปดาห์

TNN ONLINE

WEALTH

ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดอ่อนค่าในรอบ 1 สัปดาห์

ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดอ่อนค่าในรอบ 1 สัปดาห์

ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 30.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในรอบสัปดาห์นับจากวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา เหตุผู้ค้าทองคำกลับเข้ามาซื้อทองเก็งกำไร

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 30.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในรอบสัปดาห์นักจากวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา จากที่ปิดตลาดเมื่อวันก่อนหน้า ที่ระดับ 29.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันการปรับตัวลดลงของราคาทองคำต่ำสู่ระดับ 1,775 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือนและอยู่ในโซนแนวรับสำคัญ 1,750-1,775 ก็อาจช่วยหนุนให้ฝั่งผู้เล่นในตลาดทองคำ กลับเข้ามาซื้อทองคำเพิ่มเติมเพื่อรอเก็งกำไรการรีบาวด์ของทองคำ ซึ่งแรงซื้อทองคำดังกล่าวก็จะมาพร้อมกับการซื้อเงินดอลลาร์ กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง


อย่างไรก็ดีเงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมาก เพราะฝั่งผู้นำเข้า เมื่อเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไม่มาก ก็รอจังหวะเข้าซื้อเงินดอลลาร์ เมื่อเงินบาทกลับมาแข็งค่า ใกล้ 29.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ฝั่งผู้ส่งออกเองก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าลงมาใกล้ระดับ 30.05-30.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมากและยังอยู่ในกรอบ 30 ดอลลาร์สหรัฐบวก-ลบ 15 สตางค์ จนกว่าจะมีปัจจัยที่สำคัญทำให้ทิศทางของตลาดชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิ ตลาดการเงินปรับฐาน รุนแรง จนเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง หรือ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากการเร่งฉีดวัคซีน หนุนให้เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าต่อเนื่อง เป็นต้น โดยกรอบกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.95-30.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


นอกจากนี้มองว่าตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและผู้เล่นส่วนใหญ่ก็เดินหน้าเทขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นกลุ่มเทคฯ รวมถึงหุ้นขนาดเล็ก จากความกังวลเชิง valuation ว่าหุ้นในกลุ่มดังกล่าว อาจแพงไปมาก เมื่อเทียบกับ ยีลด์ที่แท้จริง (บอนด์ยีลด์10ปี หักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ) ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


มุมมองของผู้เล่นในตลาดดังกล่าว ส่งผลให้ ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ราว 0.7% ส่วน ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ก็ปิดลบราว 0.6% ในขณะที่ การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเกือบ 2% ของราคาน้ำมันดิบจากภาวะหนาวเย็นจัดในฝั่งสหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ดัชนี Dowjones ปรับตัวขึ้น 0.3% หนุนโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ปรับตัวลงราว 0.7% กดดันโดยการปรับฐานกว่า 1.1% ของตลาดหุ้นเยอรมนี (ดัชนี DAX) และ ตลาดหุ้นอิตาลี (ดัชนี FTSE MIB)


ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย 3bps สู่ระดับ 1.28% หนุนโดยแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อหลบความผันผวนของตลาดการเงินในระยะสั้น ซึ่งความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด หลังยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นราว 5.3% จากเดือนก่อนหน้า ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% ได้ช่วยหนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดย ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้น 0.4% สู่ระดับ 90.95จุด กดดันให้ เงินยูโร (EUR) อ่อนค่าลงเกือบ 0.5% สู่ระดับ 1.204 ดอลลาร์ต่อยูโร


สำหรับวันนี้ ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาทิ คุณ Lael Brainard และ คุณ Raphael Bostic เพื่อติดตามมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึง การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินและมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา บันทึกการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Minutes) ชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ยังคงมองว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่ และมองว่าสภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินในปัจจุบันยังไม่พร้อมต่อการปรับลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องไปอีกสักระยะหนึ่ง


ขณะเดียวกันตลาดจะจับตาภาพการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 7.7แสนราย ลดลงจากก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นราว 7.9 แสนราย


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง