บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งรอบปีดันดอลลาร์แข็งกดบาทอ่อน

TNN ONLINE

WEALTH

บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งรอบปีดันดอลลาร์แข็งกดบาทอ่อน

บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งรอบปีดันดอลลาร์แข็งกดบาทอ่อน

เงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 29.94 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี พุ่งสู่ระดับ 1.30% สูงที่สุดในรอบกว่า 1ปี รับข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่สหรัฐฯเริ่มกดปุ่มภายในไตรมาสแรกของปีนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 29.94 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 29.88 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดการเงินเริ่มกลับมาอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและเริ่มเทขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยง จากความกังวลเชิง valuation หลัง บอนด์ยีลด์ระยะยาว โดยเฉพาะ บอนด์ยีลด์10ปี สหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องบนความคาดหวังแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ จนทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มแพงขึ้นไปมาก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างบอนด์10 ปี


ทั้งนี้ภาพดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนจากการปรับตัวลดลงของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงต้นปี อาทิ หุ้นขนาดเล็ก รวมถึง หุ้นกลุ่มเทคฯ โดย ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ของสหรัฐฯ ที่ย่อตัวลงราว 0.7% เช่นเดียวกับ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ก็ปิดลบ 0.3% ในขณะที่ ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง ดัชนี Dowjones กลับปรับตัวขึ้น 0.2% ซึ่งมาจากแรงหนุนของหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดหุ้นโดยรวมย่อตัวลงเล็กน้อย โดยดัชนี STOXX50 ของยุโรป ปรับตัวลงราว 0.2% แม้ว่ารายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งยุโรป อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (ZEW Survey) ในเดือนกุมภาพันธ์ จะเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 71.2จุด ดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 59จุด ก็ตาม ย้ำว่าตลาดไม่ได้กังวลแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจ มากเท่ากับปัญหาเชิง Valuation (หุ้นแพง เทียบสินทรัพย์ปลอดภัย)


ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ที่อาจได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ได้ทำให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 10bps สู่ระดับ 1.30% สูงที่สุดในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของ ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ราคาทองคำ ย่อตัวลงกว่า 1.3% สู่ระดับ 1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ขณะเดียวกันการปรับตัวขึ้นของยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ จากความหวังต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีขึ้น ก็ได้ช่วยหนุนให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 90.5จุด กดดันให้ เงินออสเตรเลียดอลลาร์ (AUD) อ่อนค่าลงกว่า 0.3% สู่ระดับ 0.775 ดอลลาร์ต่อ AUD เช่นเดียวกับ เงินยูโร (EUR) ที่อ่อนค่าลงเกือบ 0.2% สู่ระดับ 1.209 ดอลลาร์ต่อยูโร


สำหรับวันนี้ วรติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ทยอยฟื้นตัว และมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล อาทิ เงินช่วยเหลือ 600 ดอลลาร์ จะช่วยให้ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นราว 1% จากเดือนก่อนหน้า ดีขึ้นจากที่หดตัวเกือบ 1% ในเดือนธันวาคม ส่วนในฝั่งภาคการผลิต ตลาดมองว่า ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรมม (Industrial Production) จะขยายตัวต่อเนื่องราว 0.4% จากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate)ก็จะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 74.8% หนุนโดยความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตามภาวะการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ที่ยังคงอยู่ในระดับเกินกว่า 50 จุด สะท้อนถึงการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการผลิต


ด้านแนวโน้มค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงเล็กน้อย ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจมาพร้อมกับแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียบ้าง แต่การเคลื่อนไหวของเงินบาทจะยังคงอยู่ในกรอบเดิม โดยเงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมาก เพราะแรงซื้อดอลลาร์ในฝั่งผู้นำเข้าก็ไม่ได้มีเยอะ เนื่องจาก ฝั่งผู้นำเข้า ก็รอจังหวะเข้าซื้อเงินดอลลาร์ ในช่วงใกล้ 29.75-29.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


นอกจากนี้วันนี้จะมีการประมูลบอนด์ 10ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจมีความต้องการจากนักลงทุนต่างชาติพอสมควร หลังจากบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทยก็ปรับตัวขึ้น สู่ระดับ 1.44% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีก่อน โดยแรงซื้อบอนด์จากนักลงทุนต่างชาติจะสามารถช่วยหนุนไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าไปได้มาก มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.88-29.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง