ตลาดเงินเปิดรับความเสี่ยงหวังเศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนบาทแข็ง

TNN ONLINE

WEALTH

ตลาดเงินเปิดรับความเสี่ยงหวังเศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนบาทแข็ง

   ตลาดเงินเปิดรับความเสี่ยงหวังเศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนบาทแข็ง

ตลาดเงินเปิดรับความเสี่ยงความหวังเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะการเร่งแจกจ่ายวัคซีนของอังกฤษและสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ขยายตัวได้ 13% ดีกว่าคาด ส่วนเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า29.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 29.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 29.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตลาดการเงินโดยรวมยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวังต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น จากอัตราการแจกจ่ายวัคซีนที่เร่งตัวขึ้นในฝั่งอังกฤษและสหรัฐฯ รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งเอเชียที่ออกมาดีเกินคาด เช่น เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ที่ขยายตัวได้ราว 13% จากปีก่อนหน้า เป็นต้น


ภาวะการเปิดรับความเสี่ยงของตลาดได้หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงต่างปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งตลาดหุ้น ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นกว่า 1.9% แตะจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ปี 2533 หนุนโดยภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด และการอ่อนค่าของเงินเยน ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง นำโดย ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษที่พุ่งขึ้นกว่า 2.5% หลังอัตราการแจกจ่ายวัคซีนเร่งตัวขึ้น หนุนให้ ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นกว่า 1%


ส่วนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึง สภาวะอากาศหนาวเย็นจัดในสหรัฐฯ (Arctic Blast) ที่กระตุ้นความต้องการใช้พลังงาน ไปพร้อมกับ กระทบสายพานการผลิตน้ำมัน จากการปิดตัวของแท่นขุดเจาะบางส่วน รวมถึง ภาวะไฟดับในบางพื้นที่ อย่างไรก็ดี ในฝั่งทองคำ ราคายังคงผันผวนและปรับตัวลดลงราว 0.3% สู่ระดับ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดเปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบอนด์ยีลด์ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงเพิ่ม


ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ส่งผลให้ ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ 90.35จุด กดดันโดย การแข็งค่ากว่า 0.4% ของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ที่หนุนให้เงินปอนด์ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1.39ดอลลาร์ต่อปอนด์


สำหรับวันนี้ตลาดจะติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจดังนี้ เริ่มจากฝั่งยุโรป ตลาดมองว่า ัญหาการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 และการแจกจ่ายวัคซีนที่ยังล่าช้าอยู่ อาจกดดันให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเยอรมนี สำรวจโดย ZEW ในเดือนกุมภาพันธ์ จะปรับตัวลดลงเหลือ 59จุด จาก 61.8จุด ในเดือนก่อนหน้า ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดประเมินว่า ภาคการผลิตสหรัฐฯจะส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่าน ดัชนีภาคการผลิตนิวยอร์ก (NY Empire State Manufacturing Index) เดือนกุมภาพันธ์ ที่จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6.0จุด จาก 3.5จุด ในเดือนก่อนหน้า (ดัชนีเกินกว่า 0 หมายถึง ภาพรวมภาคการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้น)


ด้านแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ แม้ว่าจะมีแข็งค่าขึ้นได้บ้าง จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ โดยเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปมาก เพราะฝั่งผู้นำเข้า ก็รอจังหวะเข้าซื้อเงินดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ 29.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ควรติดตามทิศทางของฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติในฝั่งตลาดทุน ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของเงินบาทได้ โดยเฉพาะ การประมูลบอนด์ 10ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ในวันพุธนี้ ที่อาจมีความต้องการจากนักลงทุนต่างชาติพอสมควรและหนุนให้เงินบาทอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย


ขณะเดียวกันหากตลาดทุนจีนเริ่มกลับมาเปิดทำการและค่าเงินหยวน (CNY) แข็งค่าขึ้น ตามความต้องการสินทรัพย์จีนจากนักลงทุนต่างชาติ ค่าเงินบาทก็อาจแข็งค่าขึ้นตามแนวโน้มของเงินหยวนได้บ้าง แต่เรายังคงมองว่า แรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ในระยะสั้นนี้ อาจพอช่วยพยุงให้ค่าเงินบาทสามารถแกว่งตัวเหนือช่วง 29.75-29.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.85-29.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง