ลงทุนหุ้นฟื้นฟูกิจการระวังถูกลดทุน

TNN ONLINE

WEALTH

ลงทุนหุ้นฟื้นฟูกิจการระวังถูกลดทุน

ลงทุนหุ้นฟื้นฟูกิจการระวังถูกลดทุน

เตือนระวังลงทุนในหุ้น การบินไทย ที่กำลังเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ เสี่ยงถูกห้ามซื้อขาย และถูกลดทุน อาจทำให้นักลงทุนเสียหาย

ราคาหุ้นการบินไทย ยังร้อนแรง นักลงทุนเข้าเก็งกำไรกันคึกคัก หลังครม.มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการบินไทย โดยสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลาย วันนี้ราคาหุ้นก็วิ่งชนเพดานต่อเป็นวันที่ 2 บวกขึ้นไปอีก 0.70 บาท หรือ 14.89% มาปิดที่ 5.40 บาท

ขณะที่นักวิเคราะห์หลายแห่ง ก็ออกมาเตือน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตลาดหลักทรัพย์สั่งห้ามการซื้อขายทำให้นักลงทุนที่เข้าไปลงทุน "ติดหุ้น" และในแผนฟื้นฟูอาจมีการลดทุน และเพิ่มทุนใหม่ ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้รับความเสียหาย

ล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ได้รายงานบทความ “ลงทุนในหุ้นขอฟื้นฟูกิจการ ... ต้องระวังถูกลดทุน” ซึ่งอาจจะไม่ได้เอ่ยถึง การบินไทย ที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่ก็กำลังบอกกลายๆ ให้นักลงทุนได้รู้ถึงความเสี่ยงหากจะเข้าไปลุยไฟ ซื้อหุ้นการบินไทยกันอยู่ในตอนนี้

โดยระบุว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลาย ถึงแม้จะเป็นทางรอดของธุรกิจ แต่เป็นเรื่องเจ็บปวดของผู้ถือหุ้น เพราะโดยหลักการทั่วไป จะต้องดำเนินการลดทุนจดทะเบียน จนแทบไม่เหลืออะไรเลยก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเดิมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงจะมีการเจรจากับเจ้าหนี้ ทั้งเรื่องแนวทางการฟื้นฟูกิจการและการปรับโครงสร้างหนี้

การลดทุนจดทะเบียนลงจนใกล้ศูนย์ มีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นอย่างมาก เพราะในทางทฤษฎี หมายถึงหุ้นแทบไม่เหลือมูลค่าอะไรเลย ดังนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจที่ในอดีต ราคาหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ส่วนใหญ่จะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจนแทบจะเป็นศูนย์ เพราะเป็นการสะท้อนความเสี่ยงในการถูกลดทุน รวมถึงความไม่แน่นอนของแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ ต้องใช้เวลานานในการพิสูจน์

แนวทางการฟื้นฟูกิจการ และการปรับโครงสร้างหนี้ อาจมีทั้งการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป, การยกหนี้ดอกเบี้ยให้-จ่ายเฉพาะเงินต้น, การลดเงินต้นให้บางส่วน (Hair-cut), การแปลงหนี้เป็นทุน, การเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมหรือผู้ถือหุ้นรายใหม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแผนฟื้นฟูกิจการของแต่ละบริษัทที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากฝั่งของเจ้าหนี้

จากการรวบรวมข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 1997 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยื่นขอฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกว่า 52 บริษัท แบ่งเป็น

1. บริษัทที่ฟื้นฟูกิจการไม่สำเร็จ ถูกเพิกถอนออกจากตลาดไปแล้ว 20 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 38%

2. บริษัทที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู 9 บริษัท ซึ่งปัจจุบันถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ระงับการซื้อขาย

3. บริษัทที่ฟื้นฟูกิจการสำเร็จ สามารถกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ 23 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนที่ 44% หรือไม่ถึงครึ่งหนึ่ง และโดยเฉลี่ยจะใช้เวลาฟื้นฟูกิจการราว 7 ปี (ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP สูงสุด 18 ปี, น้อยสุด 1 ปี)

จะเห็นได้ว่า การลงทุนในหุ้นที่ขอฟื้นฟูกิจการแฝงด้วยความเสี่ยงที่สูงมาก ทั้งในแง่ของการสูญเสียเงินลงทุนไปทั้งหมดจากการถูกลดทุน หรือกิจการฟื้นฟูไม่สำเร็จ และมีระยะเวลาการลงทุนที่ไม่แน่นอน ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงมากได้เท่านั้น และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ

website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ข่าวแนะนำ