TNN online เจาะวิธีคิด "หิรัญ ตันมิตร" บิวแบรนด์ 'EVEANDBOY' สู่ Beauty Destination

TNN ONLINE

Wealth

เจาะวิธีคิด "หิรัญ ตันมิตร" บิวแบรนด์ 'EVEANDBOY' สู่ Beauty Destination

เจาะวิธีคิด หิรัญ ตันมิตร  บิวแบรนด์ 'EVEANDBOY' สู่ Beauty Destination

เจาะวิธีคิด "หิรัญ ตันมิตร" บิวแบรนด์ 'EVEANDBOY' สู่ Beauty Destination

'EVEANDBOY' มัลติแบรนด์สโตร์ความงาม ที่บรรดาสาวๆ ชื่นชอบกับความครบครัน ในพื้นที่ขนาดใหญ่โต ที่เดินเลือกช้อปกันได้แบบสบายๆ ด้วยเวลาเพียง 7-8 ปี กับสาขาแรกที่สยามสแควร์ ชื่อแบรนด์นี้ก็ติดหูและเป็นที่รู้จักของคนรักความงามเป็นอย่างดี 

"หิรัญ ตันมิตร" หรือ "บอย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด บอกว่า ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จาก วิธีคิด (Mindset) และการกำหนดแนวทางธุรกิจที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น แม้เขาจะไม่เคยไปเปิดลูกจ้างขององค์กรใดๆ มาก่อน แต่ถ้วยวิธีคิดที่เปิดรับการเรียนรู้ ก็ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่สร้างแบรนด์ 'EVEANDBOY' ให้เป็นรู้จักและได้รับการยอมรับ 

"การไม่เคยเป็นพนักงานมาก่อน เป็นข้อเสียที่ทำให้เราต้องเรียนรู้เอง และต้องใช้เวลามากๆ"...ซีอีโอ อีฟแอนด์บอย เล่าว่า เขาเรียนรู้จากพนักงานขายในร้านตั้งแต่สมัย เปิดร้านอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งคนรอบข้าง พาร์ทเนอร์ และพันธมิตรธุรกิจ ลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเอง 

หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น คือ แผนธุรกิจ ที่ต้องมีแบรนด์และสินค้าที่หลากหลาย ในราคาที่แข่งขันได้ โดยตั้งมาร์จิ้นที่ไม่สูงและสามารถอยู่ได้ ที่สำคัญ พื้นที่ต้องใหญ่ ขนาดไม่ต่ำกว่า 300-400 ตารางเมตร เพื่อรองรับปริมาณสินค้าได้เพียงพอ โดยเป้าหมายของ อีฟแอนด์บอย คือ Beauty Destination ที่คนเลือกหาสินค้าด้านคามงามต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เหล่านี้คือคีย์สำคัญ ที่ทำให้อีฟแอนด์บอย ประสบความสำเร็จ กลายเป็นช้อปความงามที่ได้รับการยอมรับ


"เราโตมาจากร้านโชห่วย เรารู้ว่ามาร์จิ้นน้อยๆ ก็สามารถอยู่ได้ ไม่ต้องมาร์คอัพราคาเยอะขนาดห้าง แต่กำหนดมาร์จิ้นเท่าที่เรารับได้ มันจึงทำให้อีฟแอนด์บอย กลายเป็นแหล่งที่ขายสินค้าราคาถูกกว่าที่อ่ื่นไปโดยปริยาย"

หากแต่การบริการธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่ขายของถูกแล้วคนจะมาอย่างเดียว ลูกค้ายังต้องการประสบการณ์ที่ดีในการมาซื้อของ ซึ่งนอกจากสถานที่ การจัดวางดิสเพลย์สินค้า การวางเลย์เอ้าท์ของร้าน การบริการก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น การบริหารคนจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถัน ซึ่งอีฟแอนด์บอย ต้องใช้พนักงานค่อนข้างเยอะ ในแต่ละสาขาต้องมีพนักงานเกือบ 100 คน จากจำนวนสาขาที่มีอยู่ 18 สาขา 

ผู้บริหารอีฟแอนด์บอย บอกว่า อีฟแอนด์บอยมีการเทรนด์พนักงานต่อเนื่อง แต่การทำงาน ก็ต้องปลูกฝังมายด์เซ็ท หรือวิธีคิด ที่สอดคล้องกับองค์กรและการทำธุรกิจด้วย 

อีฟแอนด์บอย มีพนักงานประมาณ 500 คนและยังมีพนักงานที่เป็นบีเอ (Beauty Advisor) หรือ พนักงานเชียร์สินค้า ซึ่งจะได้บีเอเข้ามาคนหนึ่ง ก็ต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้าของแต่ละแบรนด์ เพราะฉะนั้น ทางอีฟแอนด์บอยจึงต้องช่วยเทรนด์บีเอเหล่านี้ด้วย โดยหัวใจสำคัญคือ ต้องสร้างมายด์เซ็ทในการทำงานอย่างมุ่งมั่น ทำจริง และทำให้ดีที่สุด  

"บางคนปากบอว่าอยากทำ แต่จริงๆ ไม่ได้อยากทำ ทำเยอะหน่อยก็บอกเหนื่อย ทำงานดึกก็บอกว่าไม่ไหว อย่างผมเคยทำงานมาแบบไม่มีวันหยุด ไม่ได้ไปไหนเลย กลับมีความสุขมาก เปิดร้านแปดโมง อยู่จนสี่ห้าทุ่มทุกวัน ก็อยู่ได้ แถมมีความสุข ไม่ได้เหนื่อยมาก หรือรู้สึกว่าท้อเหลือเกิน นั่นเพราะเรามีมายด์เซ็ทในการอยากทำงาน และอยากทำให้มันดี" 

สิ่งที่อีฟแอนด์บอยทำ คือ การสร้างความเข้าใจกับทีมงาน พยายามผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางการเรียนรู้มากมาย โดยเฉพาะกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแบรนด์สินค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งหากเขาพร้อมเรียนรู้และเปิดใจ เขาก็จะสามารถเติบโตไปได้พร้อมๆ กับองค์กร

สำหรับเป้าหมายของ "หิรัญ" ในแง่ของธุรกิจ เขาไม่ได้ตั้งเป้าที่จะต้องมีสาขาเยอะๆ อย่างรวดเร็ว แต่เป็นการขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป และเลือกทำเลที่ใช่จริงๆ สำหรับการเปิดสาขา หลังจากนี้ ภายใน 3 ปี เขายังตั้งเป้าที่สร้างแบรนด์และขยายสาขาอีฟแอนด์บอยไปในระดับภูมิภาคตอกย้ำความเป็น Beauty Destination ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทย แต่ขยายไปในระดับอาเซียนเลยทีเดียว 

ในมุมของการบริหารและทำธุรกิจ "หิรัญ" ทิ้งท้ายถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า เขาไม่ใช่คนที่บริหารหรือเป็นตัวอย่างของใครได้ และไม่ได้คิดว่าตัวเองบริหารเก่ง แต่การทำธุรกิจของเขาอาจจะเป็นบทเรียนของคนรุ่นใหม่ ที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง ที่ต้องอาศัยความตั้งใจและอดทนมากๆ สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจมากที่สุด คือ การที่เราต้องมีความรู้ความเข้าใจในการทำงาน ต้องมีความชอบและมีความสุขกับการทำตรงนั้นจริงๆ มันจึงจะทำให้มีธุรกิจที่ทำสามารถเกิดและประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง