TNN online ส่อง 5 หุ้นเด่น ! รับมือเงินเฟ้อ-น้ำมันพุ่ง

TNN ONLINE

Wealth

ส่อง 5 หุ้นเด่น ! รับมือเงินเฟ้อ-น้ำมันพุ่ง

ส่อง 5 หุ้นเด่น ! รับมือเงินเฟ้อ-น้ำมันพุ่ง

โบรกมองเศรษฐกิจโลก-ไทยเสี่ยงเกิดภาวะ stagflation ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น คาดไตรมาส 2 ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,780 จุด เน้นหุ้นคุณภาพที่มีค่า beta ต่ำ รับมือเงินเฟ้อ-ราคาน้ำมันได้ดี เสิร์ฟ 5 หุ้นเด่น

 นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ Chief Research Officer บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า  เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานอื่นๆเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าคาด อย่างไรก็ตาม คาดว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจำกัดจากความขัดแย้งในปัจจุบัน


โดย SCBS คาดธปท.จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย  0.25% ครึ่งหลังของปีนี้  ดังนั้นการลงทุนเน้นกลุ่ม  กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการ กลุ่มที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง การอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นถือว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดล็อกดาวน์กิจกรรมการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดปีนี้


ทั้งนี้เห็นว่าวัฏจักรเศรษฐกิจจึงกำลังเปลี่ยนจากภาวะ reflation (สภาวะที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เงินเฟ้อเริ่มเพิ่มขึ้น) สู่ภาวะ stagflation (สภาวะที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ) 


สำหรับไตรมาส 2 คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,780  จุด อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,660 จุด เข้าซื้อที่ 1550 - 1600 จุด ขณะที่ระดับขายทำกำไรอยู่ที่สูงกว่า 1,780 จุด โดยมีความเสี่ยง downside จากการปรับลดประมาณการกำไรใน 2Q22


"ดัชนีหุ้นไทยจะปรับฐานเล็กน้อยใน 2Q22 เพื่อซึมซับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ขณะที่ 2H22 จะมีโมเมนตั้มที่ดีขึ้นซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเปิดประเทศและการฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลาย ประกอบกับฐานต่ำของปีก่อนมีโอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ Sell in May โดยการย่อตัวลงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้าง position เนื่องจากเศรษฐกิจไทยดูเหมือนจะเกิดภาวะ quasi - reflation ใน 2H22 "



ด้านเศรษฐกิจไทยผลกระทบจากวิกฤตรัสเซียโดยตรงอาจไม่มากนัก แต่ผลกระทบโดยอ้อมผ่านราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะกระทบกับเงินเฟ้อและนโยบายการเงินมากกว่า วิกฤตพลังงานทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นความเสี่ยงด้านนโยบายที่อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้า


นอกจากนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอัตราต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 3.63% ขณะที่ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ย่อมมีมากขึ้น ส่วนความเสี่ยงด้านการส่งผ่านทางการเงินมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้


แต่ความเสี่ยงในการโอนย้ายและการปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนอาจต้องใช้เวลาในการจัดการ SCBS มองว่าหุ้นเชิงรับจะปรับตัว outperform ได้อย่างต่อเนื่อง หุ้นพลังงานต้นน้ำเป็นตัวเลือกที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อสูง โดยยังคงชอบหุ้นคุณภาพที่มีค่า beta ต่ำเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน


กลยุทธ์การลงทุน มองภาพรวมปี 2022 เน้นไปที่ธีมมหภาคและจุลภาคประกอบด้วย  1) หุ้นที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง (มาร์จิ้นสูงและมีเสถียรภาพ) 2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศ 3) หุ้นเติบโตที่มีราคาสมเหตุสมผล และ 4) หุ้นคุณภาพ ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นเชิงรับเพื่อยึดหลักความระมัดระวังในช่วงที่มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง


โดยเชื่อว่าหุ้น domestic ที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูงและงบดุลแข็งแรงน่าจะได้รับความสนใจมากกว่าหุ้นที่อิงกับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหนักกว่าหุ้น domestic นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่หุ้นที่สามารถรับมือกับราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูง โดยหุ้นเด่นใน 2Q22 นำโดย


    AOT : เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งคาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวดีขึ้นจากแผนเดินหน้าสู่การเปิดประเทศ ขณะที่ Valuation น่าสนใจ หลังราคาหุ้นปัจจุบันยังเทรดต่ำกว่าก่อนเกิด COVID-19 อยู่ 12% ราคาเป้าหมาย 75  บาท

    BDMS : ทนทานความผันผวนของตลาดได้ดีและมีพื้นฐานแกร่ง โดยปี 65 คาดกำไรเติบโต 21%YoY จากจำนวนผู้ป่วย ทั้งไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ราคาเป้าหมาย 28 บาท

    CRC : คาดผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ในปี 2565 จากยอดขายค้าปลีกและรายได้ค่าเช่าที่ฟื้นตัว การขยายสาขาเชิงรุก และอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและไม่มีการล็อกดาวน์ ราคาเป้าหมาย 45 บาท

    GULF : แนวโน้มกำไรขยายตัวต่อเนื่องจากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าใหม่ IPP ที่มีความเสี่ยงต่ำด้านต้นทุนพลังงาน และการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัล   ราคาเป้าหมาย 57  บาท

    PTTEP : ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent +5.3%DoD WTI +5.2%DoD หลังตลาดกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัวจากการระงับส่งออกน้ำมันของบริษัท CPC ในคาซัคสถานซึ่งเสียหายจากพายุ ราคาเป้าหมาย 182 บาท



ส่อง 5 หุ้นเด่น ! รับมือเงินเฟ้อ-น้ำมันพุ่ง

ที่มาบล.ไทยพาณิชย์ 

ภาพประกอบ บล.ไทยพาณิชย์


 

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง