TNN online จับตา 5 แนวโน้มหลัก สร้างแรงส่งกองทุน ETFs | TNN Wealth 14-02-65

TNN ONLINE

Wealth

จับตา 5 แนวโน้มหลัก สร้างแรงส่งกองทุน ETFs | TNN Wealth 14-02-65

จับตา 5 แนวโน้มหลัก สร้างแรงส่งกองทุน ETFs | TNN Wealth 14-02-65

ทุกวันจันทร์พบกับคำแนะนำการลงทุน การปรับพอร์ต การบริหารพอร์ต และแนวโน้มการลงทุนทั่วโลก สหรัฐ ยุโรป จีน อาเซียน กับ LH BANK เพื่อให้เท่าทันกับการเคลื่อนไหวของตลาดทุน

กองทุนกลุ่มที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ เป็นกองทุน Exchange Traded Fund หรือ ETFs เป็นกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เน้นลงทุนตามดัชนีต่างๆ เช่น ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารหนี้ ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร


ETFs สร้างสถิติดึงเงินไหลเข้ากองทุนได้มากกว่า 1ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึงปี พร้อมทั้งปิดฉากปี 2564 ด้วยตัวเลขเงินทุนไหล 1.22 ล้านดอลาร์มากกว่าเงินทุนไหลข้าวของปี 2563 ถึง 71% ส่งผลให้มีมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในการถือครองเติบโตแบบก้าวกะโดเป็น 9.94 ล้านล้านดอลลาร์ ความโดดเด่นของกองทุน ETFs นอกจากจะชวนให้สนใจใคร่รู้ว่า กองทุน ETFs มีกลยุทธ์ในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่กองทุนอย่างไร ยังเป็นที่จับตามมองถึงแนวโน้มสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในตลาดกองทุนประเภทนี้


จากการรวบรวมบทวิเคราะห์ชิ้นเด่นๆ จากสถาบันชั้นนำหลายแห่ง อาทิ BlackRockบริษัทจัดการการลงทุน ที่ใหญ่สุดในโลก, Morningstar และสื่อที่ติดตามการเคลื่อนไหวของ ETFs หลายเว็บไซต์ ซึ่งให้ภาพที่คล้ายๆ กันว่า แนวโน้มที่เป็นจับตามองในกลุ่มกองทุน ETFs จะมีอย่างน้อย 5 แนวโน้มด้วยกัน การลงทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETFs ทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2555 ถึงปี 2564 และคาดว่า จะทำสถิติต่อเนื่องในปี 2565


เปรียบการลงทุนในตลาดต่างๆ ของETF และกองทุนรวม โดยแม้ ETF จะชะลอการลงทุนในหุ้นในปี 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563 แต่ก็ถือว่ามากกว่ากองทุนรวม ทั้ง ETFs และกองทุนรวมมีการลงทุนในตลาดคอมโมดิตี้เพิ่ม และลดการลงทุนตลาดเงินและตลาดพันธบัตร หากเปรียบเทียบการลงทุนระหว่างหุ้นกลุ่ม ESG กับตลาดหุ้นภาพรวม ในเกือบทุกภูมิภาคพบว่าหุ้นกลุ่ม ESG นั้นสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในเกือบทุกช่วงของเศรษฐกิจ และยิ่งในยามที่ตลาดเผชิญกับความผันผวนเช่นนี้ ยิ่งสร้างให้หุ้นกลุ่ม ESG นั้น เพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ

1. เริ่มต้นด้วยความสำคัญคือคำว่า เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ ESG และสามารถสะท้อนได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเรื่องสังคม การบริหารจัดการ และรวมถึงการเติบโตของธุรกิจ

2. หุ้นกลุ่ม ESG มักจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ที่ปกติมักจะทำผลงานได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวน

3. การเพิ่มความโปร่งใส หรือตัว G เป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังต้องมีการเร่งพัฒนาเรื่องความโปรงใส

4. การพัฒนาตัว S หรือ Social เป็นกระแสของการลงทุนในปัจจุบันมากขึ้น แต่นัยยะของการพัฒนาสังคม ในงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้บริษัทเริ่มมีการทำวิจัยและพัฒนา และต่อยอดไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิการผลิตและการลดต้นทุน ได้ เมื่อบริษัทสามารถระบุปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะส่งผลต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่จะโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง ประกอบกับสถาบันการเงินหลายแห่งมีรายชื่อประเภทของอุตสาหกรรมที่จะไม่สนับสนุนเม็ดเงินลงทุนซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ไม่ได้คำนึงถึง ESG



กองทุน ESG ETFs ทั่วโลกมีเงินลงทุนไหลในปี 2564 เป็นมูลค่า 119,400 ล้านดอลลาร์ เปรียบเทียบกับ 79,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2563 โดย 3 อันดับแรกที่มีเงินไหลเข้ามากที่สัด ประกอบด้วยกองทุนVanguard 500 Index Fund ETF and กองทุน Vanguard Total Stock Market Index Fund ETF ดึงเงินลงทุนไหลเข้ามากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ในแต่กองทุน ขณะที่กองทุนS&P 500 ETF Trust มีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุน 37,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


แนวโน้ม1: เมกะเทรนด์โลก “Digital transformation-เทคโนโลยีอัตโนมัติ และบริการสุขภาพ” จะเป็นปัจจัยหนุน ETFs ให้ครองความนิยมในหมู่นักลงทุน


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของจัดตั้งและจดทะเบียนของกองทุน Thematic ETFs ถือว่า เติบโตอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน อัตราการเปิดกองทุนใหม่ของ Thematic ETFs อยู่ที่ 13%-24% กลุ่มที่กองทุน Thematic ETFs นิยมลงทุนได้แก่ เทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (disruptive technology) ที่พัฒนาในด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ กลุ่มอื่นได้แก่ เทคโนโลยีคลาวด์ วิดิโอเกม/อีสปอร์ต เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ ค้าปลีก เทคโนโลยีชีวภาพ/พันธุวิศวกรรม เทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอน ยานยนต์ และ ESG


การเติบโตของกองทุน thematic ETFs อย่างเด่นชัด โดยนับถึงสิ้นปี 2564 มีthematic ETFs จดทะเบียนซื้อขายทั่วโลก 2,169 กองทุน มีมูลค่าสินทรัพย์ในการจัดการ 4.37 แสนล้านดอลลาร์ จากผู้จัดการกองทุนชั้นนำ 236 รายที่จดทะเบีบนในตลาดหลักทรัพย์ 51 แห่งใน 40 ประเทศทั่วโลก

แรงผลักดังกล่าวทำให้ผู้จัดการกองทุนที่มองเห็นโอกาส นั่นเป็นที่มาของกลยุทธ์การลงทุนแบบ thematic เป็นการลงทุนโดยอาศัยการจับทิศทางกระแสหลักของโลก หากมองตามความคิดของ BlackRock และ Morningstar เมกะเทรนด์ที่จะมีผลต่อทิศทางของ ETFs ได้แก่

1.Digtal transformation

2.ตลาดเทคโนโลยีอัตโนมัติ

3.เทคโนโลยีและบริการสุขภาพ ซึ่ง BlackRock คาดว่า ตลาดประเภทนี้จะมีขนาดราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569


แนวโน้ม2: กระแสแปลงกองทุนรวมเป็นกองทุน ETFs (Mutual fund to ETFs)

กระแส Mutual fund to ETFs เริ่มมีความเด่นชัดมากขึ้น ตั้งแต่ 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแปลงสถานะกองทุนรวม เป็น ETFs เกิดขึ้น 16 กองทุน มีมูลค่าสินทรัพย์ในการจัดการรวมกัน 37,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งแฟรงคลิน เทมเพิลตัน บริษัทจัดการกองทุน ETFs ชั้นนำ คาดการณ์ว่า จำนวน Mutual fund to ETFs จะเพิ่มขึ้น เป็น 2 เท่าในปีนี้


ปัจจัยเบื้องหลังการแปลงสภาพ กองทุนรวมเป็น ETFs มีรูปแบบการเทรดที่หลากหลาย และมีโครงการกองทุนที่ทำให้ ETFs น่าสนใจลงทุน เช่น มีสภาพคล่องสูง มีความโปร่งใส มีสภาพแวดล้อมที่เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องภาษี


แนวโน้ม 3 :กองทุน ESG ETFs สร้างโมเมนตัมแรงทั่วโลก ทั้งในปี 2565 และอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะในยุโรป และเอเชีย

จากข้อมูล Morningstar ในกราฟฟิกจะพบว่า กองทุน ESG ETFs ที่มีจดทะเบียนในตลาดทั่วสหภาพยุโรป ครองสัดส่วนเงินทุนไหลเข้ามากที่สุด คิดเป็น 79%ของเงินทุนไหลเข้ากองทุนกลุ่มนี้ทั่วโลก รองลงมาคือ สหรัฐ และภูมิภาคเอเชียไม่นับรวมญี่ปุ่น ตามด้วยออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่นและแคนาดา อีกทั้งยังส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ในจัดการของกองทุน ESG ETFs ยุโรป เพิ่มขึ้น 81% รองลงมาคือ สหรัฐ และเอเชียไม่นับรวมญี่ปุ่น ที่สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 13% และ 2% ตามลำดับ ขณะที่ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่นและแคนาดาแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีสินทรัพย์ 1% เท่ากัน มองในแง่จำนวนกองทุน พบว่า สหภาพยุโรป มีกองทุน ESG นับถึงสิ้นปี 2564เ รวม 4,461 กองทุนเพิ่มขึ้น 75% เปรียบเทียบกับที่อื่นๆ มีอัตราการเพิ่มของกองทุนด้วยเลขหลักเดียว อาทิ ในสหรัฐ มีกองทุน ESG เพิ่มขึ้น 9% ที่เหลือ เอเชียไม่นับรวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่นและแคนาดา มีกองทุนเพิ่ม 6% 3% และ 4% ตามลำดับ


แน่นอนว่ากระแส ESGในตลาดหุ้นไทยยังเป็นกระแสที่เพิ่งเริ่มต้นและจะทยอยได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคตLH Bank Advisoryประเมินว่า ฝั่ง บริษัทจำกัด ต่าง ๆ มีความตื่นตัวและปรับแนวทางขององค์กรเข้าสู่เส้นทางของ ESG ไปล่วงหน้าแล้ว ที่เหลือคงต้องรอกระแสของหุ้น ESG โลกที่จะเข้ามาสู่นักลงทุนในไทยประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เกิดพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันกับต่างประเทศ ซึ่งมีการลงทุนด้าน ESG เป็นกระแสหลัก (Main Stream)

#ETFs #LHBANK #ExchangeTradedFund #พอร์ต #TNNWealth #TNNช่อง16


ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line @TNNWEALTH : https://lin.ee/TQ14oAe
• Facebook : https://www.facebook.com/TNNWealth

—————————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok

หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/


ข่าวแนะนำ