TNN online หุ้นไทยปิดบวก 12.66 จุด ต้อนรับเปิดทำการวันแรกของปี 2565

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยปิดบวก 12.66 จุด ต้อนรับเปิดทำการวันแรกของปี 2565

หุ้นไทยปิดบวก 12.66 จุด ต้อนรับเปิดทำการวันแรกของปี 2565

หุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,670.28 จุด เพิ่มขึ้น 12.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 100,014.91 ล้านบาท รับเปิดทำการวันแรกของปี 2565 -กังวลโอมิครอนไม่กระทบบรรยากาศลงทุน

วันนี้( 4 ม.ค.65 ) ตลาดหลักทรัพย์ ปิดที่ระดับ 1,670.28 จุด เพิ่มขึ้น 12.66 จุด (+0.76%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 100,014.91 ล้านบาท เคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,674.19 จุด และระดับต่ำสุด 1,663.50 จุด เนื่องจากนักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจไปในทางที่ดี ทำให้ดัชนีหุ้นกลับขึ้นมาที่ 1,670 จุด ได้ครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด-19 ระบาด ขณะเดียวกันมูลค่าซื้อขายแตะแสนล้านบาท จากการเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มธนาคาร กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธีมอีวีและน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น


บล. คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า สัปดาห์แรกของการลงทุนในปี65 นี้คาดว่าได้รับปัจจัยบวกจากโครงการช็อปดีมีคืนได้เริ่มมาตรการตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีกับกลุ่มที่ขายสินค้าและบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอาทิ ค้าปลีก ร้านอาหาร รวมทั้งการประชุมโอเปกพลัส ตามแผนของที่ประชุมจะมีการใส่กำลังการผลิตเข้ามาราว 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์เชื่อว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมันจะมีจำกัด แต่หากปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จะเป็นลบกับราคาน้ำมัน


ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยได้ปัจจัยหนุนจากกระแสเงินทุนที่ยังไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง และปัจจัยหนุนตลาดคลายความกังวลโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน


ขณะที่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)ระบุว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นค่อนข้างดีสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่เป็นผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนมากนักเหมือนกับใน

ประเทศสหรัฐ และ ประเทศอังกฤษ ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่ไม่ได้กระทบกับบรรยากาศการลงทุนมากนัก


ส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) ยังคงต้องติดตามระยะสั้น คือ การไถ่ถอนกองทุน LTF มูลค่า 1.5-2 หมื่นล้านบาท การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และประกอบการของธนาคารพาณิชย์ในช่วง ไตรมาส 4/64 ที่คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการออกมาแย่ที่สุดของปี 64 แต่อย่างไรก็ตามภาพการลงทุนทั้งปีจะได้รับปัจจัยหนุนจาก Fundflow ที่มีโอกาสไหลเข้ามายังอาเซียน จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ พร้อมมองแนวรับ 1,640 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680 จุด


สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่

1.EA มูลค่าการซื้อขาย 5,442.85 ล้านบาท ปิดที่ 97.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,323.79 ล้านบาท ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

3.CPF มูลค่าการซื้อขาย 3,841.81 ล้านบาท ปิดที่ 27.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

ที่มา : marketdata.set.or.th , บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ,บล. คันทรี่ กรุ๊ป ,บล.ฟินันเซีย ไซรั

ภาพประกอบ : AFP ,TNNONLINE

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง