ผู้จัดการดีเจมะตูม อัพเดตสภาพจิตใจ หลังเข้ารับการรักษาโควิด-19

TNN ONLINE

ข่าวบันเทิง By TrueInside

ผู้จัดการดีเจมะตูม อัพเดตสภาพจิตใจ หลังเข้ารับการรักษาโควิด-19

ผู้จัดการดีเจมะตูม อัพเดตสภาพจิตใจ หลังเข้ารับการรักษาโควิด-19

ดีเจมะตูม เปิดใจอาการตอนนี้ปกติทุกอย่าง อยากออกมาขอโทษสังคมที่ชะล่าใจเรื่องไทม์ไลน์

หลังจากที่พิธีกรชื่อดัง ดีเจมะตูม เตชินท์ ออกมาเผยว่าติดเชื้อโควิด-19 และได้ทำการเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ทางทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง ผู้จัดการส่วนตัว เผยว่า ต้องออกไทม์ไลน์ให้เร็วและครอบคลุมที่สุด เพราะว่าตอนนี้มีการพาดพิงไปยังคนอื่นๆเป็นวงกว้าง

ส่วนการรักษาตอนนี้ ทางผู้จัดการเล่าว่า ทำได้แค่รักษาตามอาการ ด้วยการกินวิตามินซี และดูแลตัวเอง เพราะมะตูมไม่มีอาการใดๆเลย ส่วนจะเป็นมากน้อยแค่ไหน ต้องรอให้หมอเป็นคนพูด

ทางด้านสภาพจิตใจของมะตูม เจ้าตัวจะเป็นห่วงคนรอบข้างมาก ถามข่าวเพื่อนๆด้วยความเป็นห่วงตลอด ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ไม่อยากเป็นต้นเหตุ และรู้สึกเสียใจที่ทำให้กระทบคนอื่นๆ

ทางด้านคุณแม่ของมะตูม ถึงแม้ว่าผลตรวจจะออกมาเป็นลบ คุณหมอบอกว่าไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย จึงต้องกักตัวอยู่ที่บ้านอีก7วันก่อน แล้วค่อยไปตรวจซ้ำ เพราะถือเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง

ด้าน ดีเจมะตูม ได้ออกมาเปิดใจว่า อาการตอนนี้ปกติทุกอย่าง เจ้าตัวค่อนข้างมั่นใจว่าติดเชื้อในวันที่ 9 มกราคม คือในวันเกิด โดยมีแค่คุณแม่กับเพื่อนสนิทมาไม่ถึง 10 คน เพราะหลังจากวันนั้นก็ใช้ชีวิตปกติ แต่ลดรับงานเพราะไปต่างจังหวัดมา ส่วนกรณีที่มีการแชร์ภาพเพื่อนๆและมะตูมไปเที่ยวภูเก็ตนั้น เจ้าตัวขอชี้แจงว่า ไทม์ไลน์ภูเก็ต คือวันที่ 1 ถึง 4 มกราคม

สำหรับเรื่อง แต้ว เจ้าตัวเสียใจที่สุด อยากออกมาขอโทษสังคมที่ชะล่าใจเรื่องไทม์ไลน์ ขอโทษที่ใช้อภิสิทธิ์บางอย่างที่มีความรู้สึกว่าไม่ต้องอยู่บ้าน24 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ไม่อยากมานั่งขอโทษหรือโทษใคร อยากให้ทุกคนดูแลตัวเอง เพราะรอบนี้ระบาดง่ายกว่ารอบแรก

จากเคสของดีเจมะตูม ที่มีคนใกล้ชิดหลายคนเข้าข่ายเสี่ยง ไปตรวจแล้วผลออกมาว่าไม่ติดเชื้อ แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า ตกลงแล้วการตรวจไม่พบเชื้อทันทีจะไว้ใจได้มากแค่ไหน

ล่าสุดทีมข่าวได้ต่อสายตรงหา หมอก้อง สรวิชญ์ เพื่อเผยถึงวิธีการกักตัว และการไปตรวจหาเชื้อว่าควรไปตรวจช่วงไหนถึงจะชัวร์ที่สุด โดย หมอก้อง บอกว่าก่อนที่จะไปตรวจเชื้อควรจะรู้ตัวเองก่อนว่าเป็นผู้เสี่ยงสูง หรือเสี่ยงต่ำ

ซึ่งผู้เสี่ยงสูงนั้นคือคนที่สัมผัสกับตัวผู้ป่วยโดยตรง ทันทีที่ทราบว่าตนเองเป็นผู้เสี่ยงสูงควรเดินทางไปตรวจก่อน 1 ครั้งเพื่อเช็คว่ามีเชื้อโควิดหรือไม่ หากไม่ติดหลังตรวจครั้งแรก ให้ทำการกักตัวอีก 14 วัน แล้วไปตรวจใหม่อีก 1 ครั้ง เพื่อความชัวร์ จากนั้นจะทราบว่าติดหรือไม่ติด

ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำนั้นหมายความว่าผู้ที่ไม่ได้ไปใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง แต่ไปใกล้ชิดกับบุคคลที่ไปสัมผัสผู้ป่วยมา ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ ก็คือรอติดตามผลตรวจของคนที่ไปใกล้ชิดผู้ป่วยโดยตรงมา หากบุคคลนั้นติดโควิด ผู้ที่มีความเสียงต่ำก็ควรเดินทางไปตรวจทันที พร้อมกักตัว 14 วันและตรวจอีกครั้งหลังครบ 14 วัน แต่ถ้าคนใกล้ชิดกับผู้ป่วยไปตรวจมาแล้วไม่ติด นั้นแสดงว่าผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะไม่ติด

เกาะติดข่าวบันเทิงที่นี่

Facebook : True Inside HD

Twitter : true_insidenews

Youtube Official : TrueVisionsOfficial

Instagram : True_insidenews

Website: www.TNNThailand.com

True Visions 02-700-8000

ข่าวแนะนำ