TNN online ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หนุนหุ้น Cloud Computing โตแค่ไหน!

TNN ONLINE

TNN Exclusive

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หนุนหุ้น Cloud Computing โตแค่ไหน!

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น หนุนหุ้น Cloud Computing โตแค่ไหน!

เม็ดเงินการลงทุนในระบบ Cloud Computing ของบรรดาบริษัททั่วโลกทะยานสูงขึ้นแตะระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากเกิดโควิดระบาดหนักไตรมาส 3/2021 แนวโน้มหุ้นในกลุ่มนี้จะโชติช่วงชัชวาลย์แค่ไหน โดย ภาคภูมิ พีรยวัฒนา AFPT Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ก่อให้เกิดการเร่งตัวขึ้นของกระแส Digital Transformation จากบรรดาองค์กรต่างๆ ทั่วโลกในการปรับรูปแบบการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ 


จากบทวิเคราะห์ของ Canalys บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ที่ได้เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 3/2021 ที่ผ่านมา เม็ดเงินการลงทุนในระบบ Cloud Computing ของบรรดาบริษัททั่วโลก ได้ทะยานสูงขึ้นแตะระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนใน Infrastucture ด้านไอที จากเดิมที่เป็นระบบแบบ “On-Premise” ซึ่งองค์กรต้องลงทุนพัฒ นา Infrastructure ด้านไอทีเองทั้งหมด ไปสู่ระบบแบบ “On-Cloud” ซึ่งองค์กรไม่ต้องลงทุนทางด้าน Infrastructure เอง 


แต่ใช้การติดตั้งระบบ Software ที่สามารถทำงาน จัดเก็บข้อมูลและประมวลผลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไร้รอยต่อ ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานสมัยใหม่แบบ Anytime, Anywhere และ Any Device 


โดยบทวิจัยจาก Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2026 เม็ดเงินการลงทุนในระบบ Cloud ขององค์กรทั่วโลกจะคิดเป็น 45% ของค่าใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากระดับ 17% ในปี 2021


ตัวอย่างการลงทุนในระบบ Cloud Computing ขององค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่ การนำระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มาใช้ในการเชื่อมโยง Data ของแต่ละหน่วยงานไว้ที่ฐานข้อมูลส่วนกลาง ช่วยให้ทุกแผนกในองค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้แบบ Realtime 


ขณะเดียวกันสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น หรือ การนำโปรแกรม Customer Relationship Management (CRM) มาใช้งานเพื่อจัดเก็บ Data ของลูกค้าอย่างเป็นระบบ รวมถึงวางแผนจัดการด้านการขายและการตลาด เพื่อนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าและรายได้ที่เพิ่มขึ้นขององค์ กร


นอกจากนี้การลงทุนในระบบ Cybersecurity เพื่อเป็นการสร้างระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กร เพื่อป้องกันความเสียหายมูลค่ามหาศาลที่เกิดจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกวันนี้ธุรกิจ Cloud Computing จึงถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากMegatrend ดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างชัดเจน 


อีกทั้งในแง่ของการลงทุน หุ้นกลุ่ม Cloud Computing ยังมีคุณลักษณะที่โดดเด่นและแตกต่างจากหุ้นเทคโนโลยีทั่วไปในหลากหลายแง่มุม ได้แก่


● การเติบโตของรายได้ : ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทกลุ่ม Cloud Computing สามารถเติบโตได้ถึง 38.7% มากกว่าบริษัทกลุ่ม IT ในดัชนี S&P 500 ที่เติบโตได้ที่ระดับ 21.8% 


นอกจากนี้หากมองข้ามไปถึงปี 2022 นักวิเคราะห์ใน Bloomberg Consensus ยังคาดการณ์ว่า รายได้ของธุรกิจ Cloud Computing จะยังสามารถเติบโตได้สูงถึง 20% เปรียบเทียบกับหุ้นกลุ่ม IT ในดัชนี S&P 500 ที่คาดว่าจะมีรายได้เติบโตเพียงแค่ 8%


● ความสามารถในการทำกำไร : สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของบริษัทกลุ่ม Cloud Computing ที่สูงถึงระดับ 70% ในขณะที่บริษัทกลุ่ม IT ในดัชนี S&P 500 มีตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ระดับเพียง 57.3% เท่านั้น


 โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วไป สะท้อนให้เห็นอำนาจในการต่อรองกับลูกค้าและการเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อสภาวะวิกฤต


● การรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอ : เนื่องจากการให้บริการผ่านระบบ Cloud ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะแบบ Software as a Service (SaaS) โดยลูกค้ามักจะจ่ายค่าสมาชิก (Subscription) หรือค่าเช่าใช้ Software เป็นรายเดือน/รายปีให้กับบริษัทผู้ให้บริการ 


อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกแพ็กเกจการใช้งานให้ตรงกับตามความต้องการได้อย่างยืดหยุ่น ส่งผลทำให้บริษัทในกลุ่ม Cloud Computing มักจะมี “รายได้ที่เกิดขึ้นประจำ” (Recurring Income) เป็นสัดส่วนที่สูงในโครงสร้างรายได้ของบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจเทคโนโลยีแบบอื่น จากการที่ลูกค้าจ่ายค่าเช่าใช้ Software ให้กับบริษัทอย่างสม่ำเสมอ


● ต้นทุนในการเปลี่ยนย้าย (Switching Costs) : เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบใหม่ ความยุ่งยากในการโอนย้ายข้อมูล ระยะเวลาในการปรับตัวหรือการฝึกหัดพนักงานในองค์กรขนานใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ลูกค้ามักจะไม่เปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่นโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดอัตรา “การใช้ซ้ำ” ที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายบริษัทในกลุ่ม Cloud Computing สามารถรักษาฐานลูกค้าของตัวเองไว้ได้และมีความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะยาวที่ยั่งยืน


จะเห็นได้ว่าหุ้นกลุ่ม Cloud Computing ยังมีช่องว่างการเติบโตในอนาคตอีกมหาศาล จาก Megatrend ที่องค์กรทั่วโลกมีการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูง ความสามารถในการทำกำไรที่ยอดเยี่ยมและลักษณะเฉพาะตัวของ Business Model ที่มีความแข็งแกร่ง 


ทำให้เรามองว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cloud Computing จะเป็น “Future Trend of Technology” ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าหุ้นเทคโนโลยีกลุ่มอื่นๆ ในระยะยาว


ที่มา :  ภาคภูมิ พีรยวัฒนา AFPT  Wealth Manager ธนาคารทิสโก้


ภาพประกอบข่าว :    ธนาคารทิสโก้,พิกซาเบย์

ข่าวแนะนำ