Exclusive Content : รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5-วิกฤตท่องเที่ยว

TNN ONLINE

TNN Exclusive

Exclusive Content : รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5-วิกฤตท่องเที่ยว

Exclusive Content : รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5-วิกฤตท่องเที่ยว

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 หลายฝ่ายมองว่านอกจากจะส่งผลกระทบในด้านสุขภาพของประชาชนแล้ว ในแง่ของผลกระทบทางเศรษฐกิจก็อาจจะตามมาในไม่ช้า

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลายพื้นที่อยู่สถานการณ์ที่เข้าขันวิกฤติและไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ หรือที่เรียกว่าอยู่ในพื้นที่สีแดง จะมองไปทางไหนก็ฝุ่นหนาปกคลุมทั่วทั้งเมือง แต่ดูเหมือนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยตระหนักถึงอันตรายเท่าไหร่นัก


แต่ในแง่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ แม้จะยังไม่ชัดเจน แต่ก็เริ่มจะสังเกตได้ว่า คนไม่ค่อยออกมานอกอาคาร หรือนอกบ้าน ทำให้บรรดาร้านค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างซึมๆลง เพราะวิกฤติฝุ่น ไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพฯแต่ในเมืองท่องเที่ยว อย่างเชียงใหม่ โซนภาคเหนือ ก็เจอวิกฤตไม่แพ้กัน นักท่องเที่ยวจึงลดลงตามไปด้วย เพราะปกติแล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโซนภาคเหนือ ที่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ต้องยอมรับสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 นี้ ยังไงก็กระทบนักท่องเที่ยว จากการปรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีเป็นการภายใน ในการออกมาตรการเสริมเพื่อมาช่วยบรรเทาสถานการณ์นี้



รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 โดยได้มอบหมายให้ ททท.ประสานกับบริษัททัวร์ว่า หากบริษัทไหนที่ทราบว่า รถคันไหนปล่อยควันเสีย ช่วงนี้ขอให้งดวิ่ง ขณะเดียวกันรถทัวร์ที่จอดเพื่อรอลูกทัวร์ หากเป็นไปได้ให้ดับเครื่องและต้องแจ้งให้ลูกทัวร์ให้ทราบ ซึ่งปริมาณรถทัวร์ ทั่วประเทศมีมากกว่า 1 แสนคัน ในจำนวนนี้ เฉพาะที่วิ่งให้บริการในกรุงเทพมหานคร มีอยู่กว่า 1 หมื่นคัน

ขณะเดียวกันยังได้ ขอความร่วมมือหน่วยงานราชการถ้าไม่จำเป็น ก็ให้สิทธิ์ข้าราชการ พนักงานทำงานที่บ้านได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับหัวหน้างานในการพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ให้ผ่อนคลายลง โดยมาตรการดังกล่าว เป็นมาตรการที่กระทรวงท่องเที่ยวเสนอเป็นมาตรการเสริม โดยจะให้ดำเนินการ เป็นเวลา 1-2 เดือน ในช่วงที่เกิดวิกฤติฝุ่นนี้


CR:Pixabay

วิกฤตฝุ่นจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ รมว.ท่องเที่ยว บอกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 63 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพอสมควร แม้ว่าควรมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นในช่วง 1-2 เดือนแรกของปีงบประมาณ แต่กระทรวงฯ ก็ยังยืนยันเป้าหมายนักท่องเที่ยวเดิม เพราะเหตุการณ์ยังเพิ่งเกิดมาไม่กี่วัน แต่หากมีการประกาศให้อยู่ในภาวะอันตราย นักท่องเที่ยวอาจเบนเข็ม จากจุดมุ่งหมายประเทศไทย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นผลกระทบก็จะชัดเจนแน่นอน


หากมองในแง่ร้ายแรงที่สุด คือหากเกิดวิกฤตฝุ่น PM 2.5 รุนแรงในช่วงที่ไทยจัดกิจกรรมกรุงเทพมาราทอน ก็จะต้องมีการประกาศ ให้บรรดาโครงการก่อสร้างต่างๆ หยุดดำเนินการก่อสร้างก่อนจัดงาน 3 วัน ซึ่งงานกรุงเทพมาราทอน ได้เปิดรับสมัคร จำนวน 28,000 คน โดยขณะนี้มีผู้สมัครเข้ามาเต็มจำนวนแล้ว ในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มากกว่า20% แต่หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต และเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ก็อาจจะต้องสั่งยกเลิกการแข่งขันทันที

ส่วนมาตรการรองรับ ในเบื้องต้น ขณะนี้ กระทรวงฯได้แนะนำให้กรุ๊ปทัวร์ จัดทริป ออกต่างจังหวัดหรือนอกรอบ กทม. ภาคใต้ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในภาคเหนือสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง มากกว่ากรุงเทพมหานคร

CR:Pixabay


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : "ไวรัสโคโรนา"พ่นพิษ ส่อท่องเที่ยวไทยวูบ 3 เดือน

- Exclusive Content : นักท่องเที่ยวจีน ขุมทรัพย์รายได้การท่องเที่ยวไทย


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand