TNN กรณีศึกษา 'ไฟป่า' เชียงใหม่ กับการจัดสรรงบประมาณ 700 ล้าน

TNN

TNN Exclusive

กรณีศึกษา 'ไฟป่า' เชียงใหม่ กับการจัดสรรงบประมาณ 700 ล้าน

กรณีศึกษา 'ไฟป่า' เชียงใหม่ กับการจัดสรรงบประมาณ 700 ล้าน

กรณีศึกษา 'ไฟป่า' เชียงใหม่ กับการจัดสรรงบประมาณ 700 ล้าน



งบประมาณการจัดการไฟป่าของประเทศไทย กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่


ปัญหาไฟป่าเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าในปี 2566 จังหวัดที่ประสบปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุดคือจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ถูกไฟไหม้ถึง 43,265 ไร่


งบดับไฟป่าปี 66 ท่วมเชียงใหม่กว่า 91 ล้านบาท


ข้อมูลจาก Rocketmedialab  ระบุว่า ในปี 2566 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่ามากที่สุดในประเทศ คิดเป็น 43,265.91 ไร่ และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศมาตั้งแต่ปี 2556 ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2541 มี 4 จังหวัดที่ผลัดกันเป็นแชมป์พื้นที่ไฟป่ามากที่สุด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยภูมิ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช


จากเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในเชียงใหม่ จนต้องประกาศเขตภัยพิบัติใน 317 หมู่บ้าน 5 อำเภอ พร้อมกับจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในเมียนมา ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก จึงน่าสนใจว่าภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดการไฟป่าในพื้นที่นี้อย่างไรบ้าง


จากข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่ามีการใช้งบประมาณในการจัดการไฟป่าทั้งประเทศรวมกัน 704,193,600 บาท โดยแบ่งเป็น 


- กรมอุทยานแห่งชาติฯ ใช้งบ 479,526,800 บาทในการทำแนวกันไฟใน 64 จังหวัด

- กรมป่าไม้ ใช้งบ 220,519,500 บาทในการดับไฟป่าใน 59 จังหวัด  

- สำนักปลัดกระทรวงฯ ใช้งบ 4,147,300 บาทในกิจกรรมป้องกันไฟป่าใน 22 จังหวัด


ส่วนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล พบว่าเชียงใหม่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุดถึง 13,936,800 บาท รองลงมาคืออุบลราชธานี เชียงราย ลำปาง และเลย ตามลำดับ


หากนำงบประมาณทั้งหมดทั้งจากกระทรวงฯ และท้องถิ่นมารวมกัน จะพบว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับงบดับไฟป่าสูงสุด 91,043,020 บาท รองลงมาคือกระบี่ ลำปาง เชียงราย และแม่ฮ่องสอน


แม้เชียงใหม่จะได้รับงบประมาณดับไฟป่ามหาศาลเช่นนี้ แต่สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแห่งนี้ก็ยังคงรุนแรง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงไฟป่าที่ต้องเผชิญทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและมนุษย์ จำเป็นต้องมีการทบทวนมาตรการและกลไกการใช้งบประมาณอย่างรอบด้านต่อไป


สถิติไฟไหม้ป่าปี 2566 : เชียงใหม่ครองแชมป์พื้นที่ป่าไฟไหม้มากที่สุด


ข้อมูลจาก Rocketmedialab ได้เผยแพร่ ข้อมูลของส่วนควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ที่ถูกไฟไหม้มากที่สุดในปี 2566 (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2566)  คิดเป็นจำนวน 43,265.91 ไร่ ตามมาด้วยจังหวัดตาก 12,123 ไร่ ลำปาง 12,065 ไร่ กำแพงเพชร 10,580 ไร่ และนครศรีธรรมราช 10,346.81 ไร่


เชียงใหม่ครองอันดับ 1 ไฟป่าป่าอนุรักษ์ 4 ปีซ้อน


ทั้งนี้ เชียงใหม่ยังครองอันดับพื้นที่ป่าไฟไหม้มากที่สุดในปี 2565 อีกด้วย  และ เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2556  โดยก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ปี 2541 มี 4 จังหวัดผลัดกันเป็นอันดับหนึ่ง คือ อุทัยธานี ชัยภูมิ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช  โดยสถิติสูงสุดอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี ในปี 2541 จำนวน 75,788 ไร่


หนองคาย สัดส่วนพื้นที่ไฟไหม้ต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุด


หากพิจารณา สัดส่วนพื้นที่ไฟไหม้ต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พบว่า จังหวัดที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ หนองคาย คิดเป็น 7.062% รองลงมาคือ ยโสธร 1.164% ลำพูน 1.160% อุดรธานี 1.144% และกำแพงเพชร 1.109%  เชียงใหม่ อยู่ที่อันดับ 9 คิดเป็น 0.857%


ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ  โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่เผชิญปัญหานี้ซ้ำซาก  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งหาแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง


ข้อมูลจาก Rocketmedialab ระบุ สาเหตุหลักของปัญหามาจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การบุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงลักลอบตั้งรกรากและเผาป่าเพื่อยึดครองพื้นที่ การแก้ไขปัญหาเรื้อรังนี้จึงมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกชั่วระยะหนึ่งในปี 2566


การจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการไฟป่าในประเทศไทยมีทั้งในระดับกระทรวงและระดับท้องถิ่น โดยในปี 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการจัดสรรงบประมาณประมาณ 704 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงบทำแนวกันไฟในพื้นที่ 64 จังหวัด จำนวน 479 ล้านบาท งบดับไฟป่าใน 59 จังหวัด 220 ล้านบาท และงบกิจกรรมป้องกันไฟป่าใน 22 จังหวัด 4 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีจังหวัดเชียงใหม่ใช้งบมากที่สุด 13.9 ล้านบาท


เมื่อนำรวมงบประมาณทั้งจากกระทรวงทรัพยากรฯ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่าจังหวัดที่ใช้งบจัดการไฟป่ามากที่สุดคือเชียงใหม่ ประมาณ 91 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ กระบี่ ลำปาง เชียงราย และแม่ฮ่องสอน



งบประมาณจัดการไฟป่าปี 2566 : แหล่งที่มา รายละเอียด และการกระจายไปยังแต่ละจังหวัด


ไฟป่า ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการไฟป่าในปี 2566 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้มุ่งวิเคราะห์การกระจายงบประมาณ ดึงประเด็นสำคัญ และเสนอแง่มุมที่ควรติดตามต่อไป



งบประมาณภาพรวม:


รวม: 753,375,120 บาท

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: 704,193,600 บาท

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: 49,181,520 บาท


การกระจายงบประมาณ:


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม:

➤กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช: 479.5 ล้านบาท (ทำแนวกันไฟ 64 จังหวัด)

➤จังหวัดเชียงใหม่: 64.2 ล้านบาท (สูงสุด)

➤กรมป่าไม้: 220.5 ล้านบาท (ดับไฟป่า 59 จังหวัด)

➤จังหวัดกระบี่: 39.5 ล้านบาท (สูงสุด)

➤สำนักปลัดกระทรวงฯ: 4.1 ล้านบาท (กิจกรรมป้องกันไฟป่า 22 จังหวัด)

➤จังหวัดแม่ฮ่องสอน: สูงสุด

➤องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น:

➤อบจ.: 8 แห่งมีโครงการป้องกันไฟป่าโดยตรง

➤จังหวัดเชียงใหม่: 10.9 ล้านบาท (สูงสุด)

➤อบต./เทศบาล: งบสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

➤จังหวัดเชียงใหม่: 3.1 ล้านบาท (สูงสุด)


จังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงสุด:


➤เชียงใหม่: 80.2 ล้านบาท

➤กระบี่: 41.6 ล้านบาท

➤ลำปาง: 38.6 ล้านบาท

➤เชียงราย: 38.6 ล้านบาท

➤แม่ฮ่องสอน: 38.5 ล้านบาท


➤ ข้อสังเกต:


•จังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงสุดล้วนอยู่ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหาไฟป่าสูง

•งบประมาณส่วนใหญ่มาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

•จังหวัดเชียงใหม่ได้รับงบประมาณทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นสูงสุด



งบประมาณจัดการไฟป่าเชียงใหม่ ปี 2566 - 2567


จากหลายหน่วยงาน:

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม:

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช: 64,225,780 บาท (เป้าหมาย: แนวกันไฟ 5,552 กม.)

กรมป่าไม้: 12,515,800 บาท (เป้าหมาย: 80 หมู่บ้าน)

สำนักปลัดกระทรวง: 364,640 บาท

รวม: 77,106,220 บาท (26.99% ของงบไฟป่าทั้งประเทศ)


องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น:

อบจ. เชียงใหม่:

ปี 2564: 13,656,300 บาท

ปี 2565: 13,670,000 บาท

ปี 2566: 10,870,000 บาท


เทศบาลตำบล 42 แห่ง และ อบต. 59 แห่ง: 3,066,800 บาท (มากที่สุดในประเทศ)

งบกลาง:


272,655,350 บาท (สำหรับ 17 จังหวัดภาคเหนือและพื้นที่เสี่ยง)



หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการจัดการไฟป่าในประเทศไทยนั้น แบ่งออกเป็น 3 หน่วยงานหลักๆ ดังต่อไปนี้


1. กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรมป่าไม้มีภารกิจหลักในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลโดยตรง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการและอุปกรณ์ในการดับไฟป่าให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ประชาชนสามารถติดต่อกรมป่าไม้ได้ทางเว็บไซต์ www.forest.go.th/protect


2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  

หน้าที่หลักของกรมอุทยานฯ คือการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และสวนสัตว์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแล หน่วยงานนี้ยังมีบทบาทในการสนับสนุนด้านกำลังคนและอุปกรณ์ดับไฟป่าให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.dnp.go.th


3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีหน้าที่หลักในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบของตน รวมถึงสนับสนุนกำลังคนและทรัพยากรต่างๆ ในการดับไฟป่า นอกจากนี้ยังทำหน้าที่รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไฟป่าให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย


การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของทั้ง 3 หน่วยงานหลักเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น



โดยสรุป


ในปี 2566 ปัญหาไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุดของประเทศ โดยเชียงใหม่มีพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้สูงถึง 43,265 ไร่ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 4 ปีแล้ว เชียงใหม่จึงได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดการไฟป่ามากที่สุดถึง 91 ล้านบาท รองจากกระบี่ ลำปาง เชียงราย และแม่ฮ่องสอน โดยมาจากทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงงบกลาง 272.7 ล้านบาทสำหรับพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือ


อย่างไรก็ตาม แม้เชียงใหม่จะได้รับงบประมาณสูงสุด แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ สภาพป่าเขา อากาศร้อน มีลมพัดแรง ประกอบกับพฤติกรรมการเผาในพื้นที่เกษตร ขณะที่บุคลากรและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการงบประมาณ เพิ่มกำลังคน อุปกรณ์ การประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น




ที่มา :  https://rocketmedialab.co/database-forest-fire-budget/
https://rocketmedialab.co/forest-fire-budget/

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง