16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'เอสซีจี เมืองทองฯ' by 'เนติ มีโอสถ'

TNN ONLINE

ไทยลีก

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'เอสซีจี เมืองทองฯ' by 'เนติ มีโอสถ'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'เอสซีจี เมืองทองฯ' by 'เนติ มีโอสถ'

TNNSPORTS กับโปรเจ็คต์ 16ทีม16กูรู EP.7 ในวันนี้ พาไปผ่าฟอร์ม , วิเคราะห์ภาพรวม และการเสริมทีมของ กิเลนผยอง ตลอดเลกแรกที่ผ่านมา กับ "เนติ มีโอสถ" ผู้สื่ข่าว และผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลไทยดีกรีไม่ธรรมดา

สวัสดีครับ! โปรเจกต์ 16ทีม16กูรู เดินทางมาถึงฉบับที่ 7 เรายังคงทำการผ่าฟอร์ม , วิเคราะห์การเสริมทัพ รวมถึงภาพรวมของสโมสรไทยลีก ทั้ง 16 ทีม ในช่วงที่การแข่งขันฟุตบอลในประเทศต้องล็อคดาวน์แบบนี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้มีข่าวดี เนื่องด้วยทาง ศบค. อนุมัติให้การแข่งขันกลับมาฟาดแข้งกันได้อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่เกมตกค้างระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ การท่าเรือ เอฟซี ในวันที่ 31 ม.ค. นี้


ทว่า คอลัมน์ของเราก็ยังจะคงเดินหน้าต่อให้ครบทุกทีม ซึ่งฉบับนี้ จะเป็นคิวของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ของตารางคะแนนในช่วง 16 นัดแรก โดยกูรู ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผ่าฟอร์มทีมที่มีสีสัน ถูกพูดถึงอยู่ตลอดเวลา และดราม่าหนักมากเรื่อง ดัง วาน เลิม อยู่ในขณะนี้ จะเป็นหน้าที่ของ "เนติ มีโอสถ" อดีตผู้สื่อข่าวของ นพส.เดลินิวส์ ดีกรีไม่ธรรมดาจริง ว่าแล้ว...เดี๋ยวไปคุยกับกูรู กันครับ


Q : สวัสดีครับพี่เน อันดับแรก ต้องขอขอบพระคุณที่ให้เกียรติมาเป็น 1 ในกูรูของเรา คงต้องขอให้แนะนำตัวกับแฟนๆ TNNSPORTS ได้รู้จักกันสักเล็กน้อยครับ ?


เนติ : สวัสดีครับ ก็ต้องขอขอบคุณทาง TNN ที่ให้โอกาสมาร่วมพูดคุยในครั้งนี้ครับ ต้องขอแนะนำตัวก่อนครับ ผมชื่อ เนติ มีโอสถ เป็นอดีตผู้สื่อข่าวกีฬาของหนังสื่อพิมพ์เดลินิวส์ ก่อนที่จะตัดสินใจออกไปท่องโลกใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย และไปเรียนต่อปริญญาโท MBA Football Industries ที่ University of Liverpool ที่อังกฤษ และได้มีโอกาสไปฝึกงานกับ J.League ที่ญี่ปุ่น โดยปัจจุบันก็เปิดบริษัทธุรกิจกีฬาเต็มรูปแบบชื่อ 57 Sports Group และเป็นที่ปรึกษาด้านงานกีฬาต่างๆ เช่น การตลาด, คอนเทนต์ เป็นต้น รวมถึงตอนนี้ก็ทำเพจชื่อ Ball Boy ไปด้วยครับ


Q : เมืองทอง อยู่อันดับที่ 7 มี 22 แต้ม จาก 16 เกมแรก อยากให้พูดถึงภาพรวมที่เกิดขึ้นของทีมตลอดเลกแรกสักหน่อยครับ ?


เนติ : ที่ผ่านมานับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2020 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมหนึ่งในไทยลีก ที่มีการเปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างเยอะ เพราะมีการเปลี่ยงแปลงหลายอย่าง ทั้งในส่วนของนักเตะ และเฮดโค้ช รวมทั้งปัญหาทางการการเงินด้วย ส่งผลให้ปีนี้ เราได้เห็น "กิเลน" โฉมใหม่ ที่ไร้ผู้เล่นซูเปอร์สตาร์ หลังจาก "สารัช อยู่เย็น" และ "อดิศร พรมหมรักษ์ ถูกปล่อยตัวออกจากทีมในช่วงตลาดรอบพิเศษ และการจากไปของ "อเล็กซานเดร กาม่า" พร้อมกับการมาของ "มาริโอ ยูรอฟสกี้" ในฐานะกุนซือ มันถือว่าเป็นความเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสโมสรเลยก็ว่าได้

อย่างก็ไรก็ดีการรั้งอยู่อันดับ 7 ของตารางด้วยผลงาน ชนะ เสมอ 4 แพ้ 6 มี 22 แต้ม ถือว่าไม่ขี้เหล่เท่าไหร่นะ เพราะหากมองถึงขุมกำลังของทีม กับบรรดาทีมหัวตาราง และแต้มที่ห่างจากอันดับ 5 อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีการลงทุนมากกว่าหลายเท่าตัว ต้องบอกว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจมากๆ แถมพลพรรค "กิเลนผยอง" ยุคใหม่ยังมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดี เพราะหลายสิ่งๆ เริ่มลงตัวแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "นักเตะ" หรือ "เฮดโค้ช" ทำให้ภาพรวมของ เอสซีจี เมืองทองฯ ถือว่าดีเลยทีเดียว เหลือสิ่งที่ต้องปรับอย่างเดียวคือการทำผลงานให้คงเส้นคงวาเท่านั้น พวกเขาจะกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัว และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้อย่างแน่นอน


Q : ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ทีมมีการปล่อยผู้เล่นออกไปแบบมหาศาล เราจะไม่พูดถึงตัวที่ไปญี่ปุ่น แต่เราอยากถามว่า ตัวไทยหลายๆตัวถูกปล่อยออกจากทีม ไล่ตั้งแต่ อดิศักดิ์ , ชารีล ชัปปุยส์ , ศนุกรานต์ แต่กลับไม่ได้นักเตะที่ดีกว่าเข้ามาเลย ตรงนี้คิดอย่างไร ?


เนติ : ประเด็นแรก การที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ปล่อย นักเตะไทยที่ถือเป็นแกนหลักออกไปจากทีมนั้นก็ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายของทีม เพราะผู้เล่น อย่าง ชาริล ชัปปุยส์ , อดิศักดิ์ ไกรษร หรือ ศนุกานต์ ถิ่นจอม ถือเป็นผู้เล่นที่มาค่าเหนื่อยค่อนข้างสูง ทำให้เมืองทองฯเอง ต้องการปรับโครงสร้างเรื่องการเงิน เพราะด้วยสถานะภาพทางการเงินของทีม ซึ่งในปี 2564 "เอสซีจี" ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่อาจไม่ต่อสัญญา แถมยังไม่รู้ว่าจะมี สปอนเซอร์ รายไหนจะเข้าแทนที่ จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และเศรฐษกิจของบ้านเราตอนนี้ คงไม่มีสปอร์นเซอร์รายไหนกล้าที่เขามาทุ่มเงินมหาศาลเข้าสนับสนุนทีมฟุตบอลง่ายๆแบบเมื่อก่อนแล้ว

ประเด็นที่สอง เรื่องตัวผู้เล่นที่ เอสซีจี เมืองทองฯ เสริมเข้ามาแทนไม่ดีกว่านักเตะ ที่ปล่อยออกไป ผมมองว่า ผู้บริหารเมืองทองฯ ต้องการที่สร้างทีมใหม่ ด้วยการดันเด็กดาวรุ่งของสโมสรขึ้นมามากกว่า เพราะที่ผ่านสโมสรมีนโยบาย "กิเลนเลือดใหม่" ซึ่งทุกคนทราบถึงนโยบายอยู่แล้ว พวกเขาต้องการสร้างเด็กให้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม และการดึงอดีตเด็ดปั้น อย่าง พิชา อุทรา กลับมาสู่ทีม บอกได้ว่าพวกเขาต้องการนักเตะเอง ที่มีความเข้าใจในวิถีของ "เมืองทองฯ" ซึ่ง "พิชา ก็เริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมที่ขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมร่วมบรรดาดารุ่งของทีม อย่าง สรวิทย์ พานทอง, สุพร ปีนะกาตะโพธิ์, วีระเทพ ป้องพันธุ์ ฯลฯ ที่เริ่มฉายแววแล้วเช่นกัน


Q : นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนตัวต่างชาติแบบขัดใจแฟนบอล ทั้ง เฮแบร์ตี้ , บรูโน่ กัลโล่ และ โอ บันซอค ซึ่งตัวที่เอามาใหม่ ก็ไม่ได้ดูเหนือกว่าด้วย ?

เนติ : เรื่องนี้มันก็ต้องย้อนไปที่สถานะทางการเงินของ เอสซีจี เมืองทองฯ เพราะหากเอาจริง ๆ พวกเขาคงไม่อยากปล่อยผู้เล่นฝีเท้าดี อย่าง เฮแบร์ตี้ หรือ บรูโน่ กัลโล่ ออกไปจากทีมหรอก ถ้ามันไม่มีความจำเป็น ส่วเรื่องตัวผู้เล่นต่างชาติที่เมืองทองฯเสริมเขามานั้น ผมมองว่า มันก็ไม่ได้ด้อยกว่ามากเท่าไหร่ เพราะ ลูคัส โฮช่า หรือ วิลเลี่ยน พ็อพพ์ เองก็ก็ถือว่า ฝีเท้าไม่ธรรมดา แต่พอเวลาเล่นร่วมกับเหล่า "นักเตะดาวรุ่ง" มันทำให้พวกเขาต้องทำงานหนักขึ้น และต้องแบกภาระมากขึ้น เนื่องจากอย่างที่รู้กันดี เด็กดาวรุ่งของเมืองทองชุดนี้ ประสบการณ์ในลีกยังน้อย ทำให้อาจยังดูไม่ดีเท่ากับตอนที่พวกเขามีผู้เล่นซีเนียร์ อย่าง สารัช อยู่เย็น , อดิศักดิ์ ไกรษร ฯลฯ อยู่ในทีมก็เท่านั้น


Q : ตลาดรอบพิเศษ มีการปล่อย สารัช และ อดิศร ออกไปอีก เกิดอะไรขึ้นกับทีม ?


เนติ : เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายใน ทำให้คงบอกไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะหากพูดกันแบบตรงๆ เอสซีจี เมืองทองฯ เองก็คงไม่อยากที่ปล่อย สารัช และ อดิศร ออกจากทีมไปแน่นอน ส่วนการเสียผู้เล่นทั้งสองไป ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของทีมไม่ต่างจากตอน ที่เสีย ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดง และ ธีราทร บุญมาทัน ไปให้กับทีมในเจลีก ญี่ปุ่น หรอกครับ


Q : แฟนๆงงว่า ทำไมเมืองทอง มีปัญหาการเงิน ทั้งที่เป็นอดีตทีมยักษ์ใหญ่ ได้แชมป์มากมาย ฐานแฟนบอลเยี่ยม รวมทั้งขายนักเตะได้กำไรมากมาย ?


เนติ : แน่นอน เรื่องนี้มันเป็นเหตุผลหลายคนอาจต้องสงสัย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่เราอย่าลืมนะครับว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรฯที่อยู่ในเครือ "สยามสปอร์ต" ในเมื่อสถานะทาง "ธุรกิจแม่" ไม่ดี ก็ย่อมต้องส่งผลกระทบกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน แต่ใครจะมองว่ามั่นไม่เกี่ยวก็สุดแล้วแต่ เพราะผมมั่นใจว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน เนื่องด้วยเงินมันกระเป๋าเดียวกัน !


Q : การเปลี่ยนโฉมทีมมาเป็นกิเลนหนุ่ม มองอย่างไร เพราะเป็นภาพที่เราไม่ค่อยเห็น ?


เนติ : เรื่องนี้ผมมองมาว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะอย่างที่เรารู้กันในอดีตที่ผ่านมา "กิเลนผยอง" ถือเป็นทีมที่ปั้นนักเตะฝีเท้าดีขึ้นมาอย่างมากมาย แต่ทว่าที่ผ่านมาพวกเขาเองแทบไม่ได้มีโอกาสได้ใช้นักเตะของตนเองเลย เพราะนักเตะที่เป็นดาวรุ่งอดีตของทีมไม่สามารถเบียดขึ้นมาแย่งตำแหน่งตัวหลักในทัพ "กิเลนผยอง" ในยุคทอง ที่ระดมไปด้วยผู้เล่นดีกรีทีมชาติไทยล้นทีม ไล่มาตั้งยุค ดัสกร ทองเหลา , ภาณุพงศ์ วงศ์ษา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ธีรศิลป์ แดงดา , สารัช อยู่เย็น , พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา , ทริสตอง โด ฯลฯ ทำให้พวกเขา จำยอมตั้งปล่อยตัวนักเตะ ดาวรุ่งในวันนั้น ไม่ว่า จะเป็น พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล , ชัยวัฒน์ บุราณ์ , พิชา อุทรา , พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี , สุริยา สิงห์มุ้ย , ชินภัทร ลีเอาะ , วรนาถ ทองเครือ , ศิวกรณ์ เตียตระกูล ฯลฯ จนทุกวันนี้นักเตะกลุ่มที่กล่าวมา ไปเติบโต จนเป็นแกนหลักของทีมอื่น มีชื่อเสียง ติดทีมชาติกันหมดแล้ว แต่ตัวเองกลับไม่ได้ใช้ มันคงไปสะกิดใจ ให้บอร์ดกิเลนผยอง หันมองเรื่องการดันนักเตะดาวรุ่งของทีมตนเองมากขึ้นในยุคนี้ เพราะหากย้อนกลับไปได้ "กิเลนผยอง" เองคงไม่อยากให้นักเตะที่พวกเขาปั้นมากลับมือ ออกไปเป็นหอกกลับมาทิ่มแทงตัวเองในวันนี้ ทำให้ผมจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องดี ที่สโมสรหันกลับมามองและลองทำทีมแบบใหม่ด้วยการเลือกใช้ดาวรุ่งของตนเองมากขึ้นในยุคนี้


Q : การเปลี่ยนโค้ช ถ้าอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของกาม่า คือ ทีมนิ่งเฉยเรื่องสัญญา ทั้งที่เจ้าตัวอยากอยู่คุมต่อยาวๆ คิดว่าเป็นเพราะอะไร ?


เนติ : ประเด็นนี้บอกตรงๆ เราคงไม่รู้หรอกว่าความจริงทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ถ้าหากมองกันในมุมของแบบแฟร์ๆ กับ "กิเลนผยอง" ผมมองว่า "กาม่า" เรื่องกาออกมาพูดแบบนั้นอาจไม่จริงทั้งหมดก็ได้ เพราะหากดูจากไทม์ไลน์แล้ว ตอนที่ "กาม่า" ออกจาก เอสซีจี เมืองทองฯ ก็ไปได้งานคุมทีม "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ทันที ทำให้เรื่องนี้หากพูดแบบตรงๆมันก็น่าคิด เพราะในอดีตเขาก็เคยทำวีรกรรมแสบ ทิ้ง "ทีมชาติไทย ยู 23" เพื่อมารับงานคุม "เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด" เช่นกัน ทำให้น่าคิดเหมือนกันว่า ที่เขาพูดแบบนั้น มีความจริงมากแค่ไหน


Q : มาริโอ ยูรอฟสกี้ เข้ามาคุมทีมในฐานะเฮ้ดโค้ช ทีมมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างในมุมมอง ? แล้วคิดว่าคนนี้คือคนที่ใช่จริงๆหรือไม่ ?


เนติ : การที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ "มาริโอ ยูรอฟสกี้" เข้ามาคุมทีม มันก็ส่งผลดีในหลายเรื่อง เช่น ทำให้แพสชั่นของเมืองทองฯเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะทีเดียว ด้วยความที่เขาเป็นคนมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน และด้วยการที่เขาเคยเป็นผู้เล่นในแนวรุก มันจึงทำให้เราได้เห็น "กิเลนผยอง" เป็นทีมที่หันมาเล่นเกมบุกมากขึ้น มากกว่าสมัยที่ "กาม่า" คุมทีมอยู่พอสมควรเลยทีเดียว และอีกสิ่งที่เปลี่ยนไปคือแฟนกิเลนน่าจะได้เห็นทีมมีความกระหายชัยชนะมากขึ้นอย่างชัดเจน

ส่วนประเด็นที่ว่า "มาริโอ" เป็นคนที่ใช้สำหรับ "กิเลนผยอง" หรือไม่ ผมตอบได้ เลยว่า "ใช่" สำหรับหลับตอนนนี้ เพราะ "กิเลน" ยุคนี้ มันเต็มไปด้วย "แข้งวัยคะนอง" และตัวเขาเองก็เป็น "โค้ชวัยคะนอง" แม้ว่าเวลานี้จะยังไม่ได้พิสูจน์อะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็เห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาบ้าง แม้ว่าผลงานยังมีดีเท่าสมัยยุครุ่งเรือง แต่ทุกอย่างต้องให้เวลาเขาได้พิสูจน์ และเวลามันจะบอกเองว่า "มาริโอ" คือคนที่ "ใช่" สำหรับ "กิเลนผยอง" จริงๆ หรือไม่ ?


Q : แมตช์ไหน ที่คิดว่าสาวกกิเลนสะใจที่สุดในช่วงเลกแรก เพราะอะไร ?


เนติ : ผมคิดว่าเกมบุกชนะ บุรีรัมย์ 2-1 ก็น่าประทับใจแน่ แต่หากเป็นแมตช์ที่แฟนกิเลน สะใจแมตช์ที่สุด ก็คิดว่าคงจะเป็นฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม ที่ เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดบ้านเอาชนะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 เพราะเกมดังกล่าวลูกทีม ของ "มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่เป็นรองทุกกระบวนท่า แต่พวกเขากลับแสดงให้เห็นว่ามีหัวใจนักสู้ที่แท้จริง จนทำให้ สามารถล้ม "เดอะแรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็" ที่อุดมไปด้วยผลงานระดับแถวหน้าของเมืองไทยและตัดคู่แข่งแย่งแชมป์ออกไปได้สำเร็จ แม้หนทางจะยังอีกยาวไกลก็ตาม


Q : ถามถึงประเด็นข่าวของ ดัง วาน เลิม อยากให้เล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ อันที่จริงเกิดจากอะไร และคิดว่าจะจบแบบไหน ในฐานะที่เป็นแหล่งข่าววงใน 555+ ?


เนติ : หากพูดถึงเองประเด็น ดัง วาน เลิม ผมมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวของทั้งสองฝ่ายมากกว่า เท่าที่ทราบข้อมูลมามันน่าเกิดจากการไม่คุยกันของ "เอสซีจี เมืองทองฯ" กับ อังเดร กรูชิน ที่เป็นเอเย่นต์ของ วาน เลิม ผมเชื่อว่าทุกๆคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมา "เมืองทองฯ" เองอยากปล่อยตัวเขาออกจากทีมอยู่แล้ว ซึ่งเอเย่นต์ของนักเตะเองก็ทราบ ทำให้เขาพยายามไปหาทีมใหม่ให้กับนักเตะต้นสังกัด แต่ว่าเมืองทอง ก็อยากขายนักเตะเอง เพื่อค่าตัวที่ต้องการ ทุกอย่างไม่ได้มีการพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมา เมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัว ส่งผลให้ฝ่าย เอเยนต์ ของนักเตะ ก็เดินเกมของตัวเอง และพยายามส่งเอกสารต่างๆ มาที่เมืองทองฯ (ไม่รู้นะว่าเอกสารอะไรบ้าง) โดยหนึ่งในนั้นมี เอกสารขอยกเลิกสัญญา เนื่องด้วยเหตุผิดที่ติดค้างค่าเหนื่อยของนักเตะ ทำให้จึงเป็นประเด็นขึ้นมาอย่างที่เป็นข่าวนั้นแหละ แต่ถ้าให้บอกว่าจบแบบไหน นั้นผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับ เอกสารการขอพักชำระเงินเดือน 30 เปอร์เซ็นนั้นแหละ หากเมืองทองฯ ไม่มีสัญญาดังกล่าวก็จบที่ "ดัง วาน เลิม" ชนะแน่ แต่ถ้า เมืองทอง มีเอกสารยืนยันและมีการเซ็นรับทราบของนายด่านเวียดนาม เอสซีจี เมืองทองฯ ก็ชนะ ถ้าถามเมืองทองฯ กับ ดัง วาน เลิม จะคืนดีกันได้ไหม บอกได้เลยว่า...ยาก !!!!


Q : อยากให้ลองวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของทีมในตอนนี้ ?


เนติ : จุดแข็ง "กิเลนผยอง" ชุดนี้ คือการเป็นที่มีผู้เล่นพลังหนุ่ม และการมีกุนซืออย่าง "มาริโอ ยูรอฟสกี้" ซึ่งทำให้ทั้งสองอย่างมันมาบรรจบที่เดียวกันคือ ทีมมีความกระหาย นักเตะ และ โค้ช อยากพิสูจน์ตัวเองทั้งคู่ ส่วนจุดอ่อนของ "เอสซีจี เมืองทองฯ" คือ นักเตะ มีประสบการณ์ในลีกน้อย รวมถึง "มาริโอ ยูรอฟสกี้" ที่ยังอ่อนเรื่องประสบการณ์ในการคุมทัพ ทำให้ความคงเส้นคงว่าในผลงานมันจึงยังไม่เกิดขึ้น


Q : คิดว่าสโมสรต้องจบอย่างไรให้ได้ในซีซั่นนี้ จึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ ?

เนติ : ติด 1 ใน 5 ของไทยลีก ฤดูกาลนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว สำหรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพราะนี้ถือเป็นปีแรกของการเริ่มนับหนึ่งใหม่ของทัพ "กิเลนผยอง" หากจบที่ 5 ได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว เพราะหากพูดกันตรงๆ จบกลางตารางก็ไม่น่าเกลียดเลย ส่วน เอฟเอ คัพ ถ้าเข้ารอบลึกๆ แล้วมีลุ้นแชมป์ ก็ถือว่าเป็นโบนัสเลยแหละ


Q : สุดท้ายอยากให้ฝากผลงาน ช่องทางติดตาม อยากพูดอะไรกับแฟนบอลช่วงไม่มีบอลให้ดู เชิญเลยครับ

เนติ : ผมก็คงต้องขอให้คนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล , ฟุตบอลไทย ไปติดตามเพจ Ball Boy ที่จะนำข่าวสารวงการฟุตบอลทั้งในไทย และต่างประเทศ มานำเสนอกันทุกวัน รวมถึง 57 Sports Group บริษัทที่ดำเนินงานด้านธุรกิจกีฬาทุกรูปแบบ ทั้งในประเทศและต่างประเทศของผมด้วยนะครับ ส่วนแฟนฟุตบอลไทย เราเพิ่งจะได้ทราบข่าวดีจากทาง ศบค. วันนี้เองว่าจะกลับมาเตะกันได้ช่วงสิ้นเดือน อย่างน้อยๆแม้จะเข้าไปดูที่สนามไม่ได้ แต่ก็ยังมีการถ่ายทอดสดให้ดู ถือว่าช่วยแก้เหงาได้พอสมควรเลยแหละครับ


นี่แหละครับ 16ทีม16กูรู ในฉบับที่ 7 เป็นการผ่าฟอร์ม และวิเคราะห์สภาพทีมของ เอสซีจี เมืองทองฯ ซึ่งก็คงจะเต็มอิ่มกันไปอย่างแน่นอนสำหรับแฟนๆกิเลนผยอง ส่วนในฉบับหน้า จะเป็นคิวของ ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 8 ซึ่งมีอะไรหลายอย่างน่าสนใจเช่นกับ โดยบุคคลที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ ได้แก่ "มด" สุรเดช มั่นวิมล กูรูฟุตบอลไทยระดับแถวหน้าของประเทศไทย นั่นเอง


เรียบเรียงโดย : NickyMAN (นิก ธีร์ธวัช)


สำหรับแฟนๆที่ต้องการอ่านคอลัมน์ 16ทีม16กูรู ทีมก่อนหน้า สามารถเลือกได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'สมุทรปราการ ซิตี้' by 'แมน โกสินทร์'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'เชียงราย ยูไนเต็ด' by 'นายกฯวันกล้า'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด' by 'บิ๊กแชมป์'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มส่องภาพรวมการเสริมทัพ 'ราชบุรี มิตรผลฯ' by 'ตู่ พูห์มาร์ท'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มวิเคราะห์ภาพรวมการเสริมทัพ 'การท่าเรือ' by 'แมว สมยศ'

16ทีม16กูรู : ผ่าฟอร์มวิเคราะห์ภาพรวม 'บีจี ปทุมฯ' by 'ปั้น ปรินทร'