TNN online พบสารต้านมะเร็งใน เชื้อราหิมาลัย พร้อมปรับปรุงให้ออกฤทธิ์ดีขึ้นถึง 40 เท่า !!

TNN ONLINE

Tech

พบสารต้านมะเร็งใน เชื้อราหิมาลัย พร้อมปรับปรุงให้ออกฤทธิ์ดีขึ้นถึง 40 เท่า !!

พบสารต้านมะเร็งใน เชื้อราหิมาลัย พร้อมปรับปรุงให้ออกฤทธิ์ดีขึ้นถึง 40 เท่า !!

นักวิทย์พบสารต้านมะเร็งในเชื้อราหิมาลัย ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และมีการปรับปรุงให้ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าเดิมถึง 40 เท่า

สิ่งหนึ่งที่ท้าทายวงการแพทย์ในปัจจุบัน คือการคิดค้นยาต้านมะเร็ง เนื่องด้วยเป็นโรคร้ายที่ยากแก่การรักษาและลุกลามได้รวดเร็ว การได้มาซึ่งยาที่มีประสิทธิภาพอาจเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทุกคนได้เลยทีเดียว


ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ร่วมกับบริษัทผลิตยา Nucana ค้นพบสาร "คอร์ไดซีพิน" (Cordycepin) จากเชื้อราหิมาลัย ซึ่งเดิมถูกใช้เป็นยาลดอาการอักเสบในต้นตำรับยาจีน และเชื่อว่ามันมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งก่อนมานับร้อยปี เพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้จึงต้องมีการทดลองให้เข้าใจถึงกลไกการออกฤทธิ์ของสารนี้ก่อนนำไปทำยาต้านมะเร็ง


คอร์ไดซีพินมีข้อจำกัดในการนำไปใช้ เพราะหลังจากที่สารถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด จะมีเอนไซม์ ADA ในน้ำเลือดเข้ามาสลายโมเลกุลก่อนที่มันจะเข้าไปออกฤทธิ์ยังเซลล์มะเร็ง จึงต้องใช้สารนี้ในปริมาณจึงจะออกฤทธิ์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยและอาจมีระดับยาไม่คงที่ในการออกฤทธิ์ด้วย

พบสารต้านมะเร็งใน เชื้อราหิมาลัย พร้อมปรับปรุงให้ออกฤทธิ์ดีขึ้นถึง 40 เท่า !!ที่มาของภาพ Makiselifeup



เพื่อรักษาให้สารคอร์ไดซีพินมีความคงตัวมากขึ้น Nucana จึงใช้เทคโนโลยี ProTide ซึ่งเป็นการเติมหมู่เคมีบางชนิดเข้าไปในโมเลกุลของคอร์ไดซีพิน ทำให้มันไม่ถูกทำลายโดยเอนไซม์เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด และสามารถลำเลียงไปยังเซลล์มะเร็งเพื่อออกฤทธิ์ได้โดยตรง


หลังการปรับปรุงคอร์ไดซีพินสามารถออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 40 เท่า และจากการศึกษาผลของการใช้ยาต้านมะเร็งนี้ในอาสาสมัครตั้งแต่ปี 2019 พบว่าอาสาสมัครผู้ป่วยมะเร็ง 28 รายมีอาการดีขึ้นตามลำดับ (เช่น มีค่าเอ็นไซม์มะเร็งในเลือดลดลง, ผลตรวจร่างกายดีขึ้น, ขนาดก้อนมะเร็งลดลง เป็นต้น) แต่นี่ยังเป็นเพียงการทดลองในระยะเริ่มต้น (Phase I) กว่าจะนำมาใช้ในมนุษย์ได้อย่างจริงจังคงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่


ถึงกระนั้น สารคอร์ไดซีพินนี้เผยให้เห็นหนทางในการพัฒนายาต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูง และอาจกลายเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้ยาเคมีบำบัดที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายของผู้ป่วย หวังว่านักวิทยาศาสตร์จะพัฒนายานี้ให้สำเร็จโดยไว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Science Alert

ข่าวที่เกี่ยวข้อง