TNN online NASA ทดสอบแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าสามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งลดเสียงรบกวน

TNN ONLINE

Tech

NASA ทดสอบแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าสามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งลดเสียงรบกวน

NASA ทดสอบแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าสามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งลดเสียงรบกวน

แท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าความเร็วสูงสุดประมาณ 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยการบินประมาณ 240 กิโลเมตร ต่อการชาร์จพลังงานไฟฟ้า 1 ครั้ง

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ NASA ร่วมกับบริษัท Joby Aviation บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการบินทดสอบแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง (eVTOL) นอกจากนี้ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้สามารถลดการสร้างเสียงรบกวนจากใบพัดให้น้อยที่สุดซึ่งแตกต่างจากแท็กซี่บินหรืออากาศยานในลักษณะเดียวกันที่มักสร้างเสียงรบกวนให้กับชุมชนขณะบินอยู่บนท้องฟ้า


บริษัท Joby Aviation เป็นบริษัทแรกที่เข้าร่วมทดสอบกับ NASA การทดสอบในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาเทคโนโลยีการบินขั้นสูง (Advanced Air Mobility หรือ AAM) ที่มีขึ้นในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 10 กันยายน บริเวณสนามบินเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าของบริษัท Joby Aviation ในเมืองบิ๊กเซอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา


แท็กซี่บินที่พัฒนาโดยบริษัท Joby Aviation มีลักษณะเป็นอากาศยานขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าติดตั้งใบพัดและมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 6 ชุด ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ใบพัดและมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถปรับเปลี่ยนองศาได้เพื่อการบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง (eVTOL) รองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่งและนักบินผู้ควบคุม 1 ที่นั่ง สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยการบินประมาณ 240 กิโลเมตร ต่อการชาร์จพลังงานไฟฟ้า 1 ครั้ง บริษัทใช้เวลากว่า 10 ปี ในการพัฒนาแท็กซี่บินรุ่นนี้และได้ทดสอบทำการบินไปแล้วกว่า 1,000 เที่ยวบิน


จุดเริ่มต้นของบริษัท Joby Aviation ผู้พัฒนาแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของวิศวกร 7 คน ภายในโรงนาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เมืองซานตาครูซในปี 2009 ก่อนได้รับการคัดเลือกจาก NASA ให้เข้าร่วมการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานพลังงานไฟฟ้าในปี 2012 บริษัทสามารถพัฒนาต้นแบบขนาดเท่าของจริงของแท็กซี่บินพลังงานไฟฟ้าสำเร็จในปี 2017 นอกจากนี้ในปี 2019 บริษัท Toyota ได้เข้าลงทุนในบริษัท Joby Aviation รวมไปถึงบริษัทยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท Uber บริษัทผู้ให้บริการขนส่งชั้นแนวหน้าของโลก


โครงการศึกษาเทคโนโลยีการบินขั้นสูง (Advanced Air Mobility หรือ AAM) มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อต้องการพัฒนาเทคโนโลยีการบินขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้ารองรับการขนส่งผู้โดยสารและสิ่งของเชิงพาณิชย์ NASA เป็นหน่วยงานหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงจากความสำเร็จในการโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบินและอวกาศที่มาของความสำเร็จดังกล่าวเกิดจาก NASA ให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอโดยทำหน้าที่ให้การสนับสนุนระบบงานวิจัยของทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนมีส่วนร่วมเสนอแผนการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเท่าเทียมกัน


แหล่งที่มา nasa.gov, jobyaviation.com, theverge.com