TNN online ดาวเทียม CAPSTONE ของ NASA เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว !

TNN ONLINE

Tech

ดาวเทียม CAPSTONE ของ NASA เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว !

ดาวเทียม CAPSTONE ของ NASA เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว !

แคปสโตน (CAPSTONE) ดาวเทียมขนาดเล็กของนาซา (NASA) เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติการภารกิจแคปสโตน (CAPSTONE Mission) ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ดาวเทียมแคปสโตน (CAPSTONE) ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็กของนาซา (NASA) เดินทางถึงดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดาวเทียม CAPSTONE ของ NASA เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว !

วงโคจรแบบรัศมีเกือบเป็นเส้นตรง (Near Rectilinear Halo Orbit หรือ NRHO) 

โดยดาวเทียมแคปสโตนเป็นดาวเทียมขนาดเล็กประมาณเตาไมโครเวฟทั่วไป และมีน้ำหนักเพียง 55 ปอนด์ หรือประมาณ 24 กิโลกรัม ถูกส่งด้วยจรวดอิเล็กตรอน (Electron) ของบริษัท ร็อคเก็ต แลป (Rocket Lab) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา เพื่อเดินทางไปทดลองโคจรรอบดวงจันทร์ ซึ่งเป็นวงโคจรแบบรัศมีเกือบเป็นเส้นตรง (Near Rectilinear Halo Orbit หรือ NRHO) 

ดาวเทียม CAPSTONE ของ NASA เดินทางถึงดวงจันทร์แล้ว !

เมื่อเดินทางไปถึงวงโคจรแบบรัศมีเกือบเป็นเส้นตรงของดวงจันทร์ ดาวเทียมจะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเทคโนโลยีการนำทางที่เป็นนวัตกรรมใหม่และการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของรัศมีวงโคจร เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับยานอวกาศหรือดาวเทียมในอนาคตที่จะไปโคจรรอบดวงจันทร์ รวมถึงตัวเกตเวย์ (Gateway) ด้วย 


เกตเวย์ (Gateway) 

โดยตัวเกตเวย์ หรือลูนาร์ เกตเวย์ (Lunar Gateway) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาร์เทมิส (Artemis Program) ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายกับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่เป็นสถานที่สำหรับทำการทดลองภายใต้แรงโน้มถ่วงต่ำ รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้กับนักบินอวกาศด้วย


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกำหนดแผนไว้ว่าหลังจากส่งดาวเทียมแคปสโตนสำเร็จ จะมีการส่งดาวเทียมอื่น ๆ ตามไปด้วยในภารกิจอาร์เทมิส 1 (Artemis 1) ซึ่งเป็นการส่งพร้อมกันกับยานอวกาศโอไรออน (Orion) ด้วยจรวดเอสแอลเอส (SLS) แต่จรวดเอสแอลเอสกลับต้องเผชิญอุปสรรคมากมายหลายอย่างตลอดปี 2022 ที่ผ่านมา ทำให้กำหนดการปล่อยจรวดถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ และมีกำหนดล่าสุดไว้วันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 ที่จะถึงนี้ แต่หากมีเหตุให้ต้องเลื่อนการปล่อยจรวดอีก กำหนดการส่งภารกิจอาร์เทมิส 1 อาจเลยเถิดไปถึงช่วงต้นปี 2023


ข้อมูลจาก www.nasa.gov

ภาพจาก en.wikipedia.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง