TNN online Twitter มียอดการเติบโตของผู้ใช้งานสูงที่สุดหลังจากอีลอน มัสก์เข้ามาบริหารงาน

TNN ONLINE

Tech

Twitter มียอดการเติบโตของผู้ใช้งานสูงที่สุดหลังจากอีลอน มัสก์เข้ามาบริหารงาน

Twitter มียอดการเติบโตของผู้ใช้งานสูงที่สุดหลังจากอีลอน มัสก์เข้ามาบริหารงาน

เอกสารการเติบโตของผู้ใช้รายวันที่สร้างรายได้ หรือ mDAU (monetizable daily active users) พบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้น 20% หรือ 15 ล้านรายการ

ภายหลังจากอีลอน มัสก์ ผู้บริหารคนใหม่ของบริษัท ทวิตเตอร์ (Twitter) โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมเข้าทำงานวันแรกก็มีกระแสดราม่าออกมาอย่างต่อเนื่องซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นด้านลบ อย่างไรก็ตามทวิตเตอร์ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเลขผู้ใช้งานกำลังพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว

เว็บไซต์ต่างประเทศ Theverge รายงานอ้างอิงจากเอกสารการเติบโตของผู้ใช้รายวันที่สร้างรายได้ หรือ mDAU (monetizable daily active users) พบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้น 20% หรือ 15 ล้านรายการ โดยผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้อีลอน มัสก์ ผู้บริหารคนใหม่ยังเปิดเผยข้อมูลผ่านทางทวิตเตอร์โปรไฟล์ของตัวเองว่า Twitter มียอดผู้ใช้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยมีรายงานล่าสุดระบุว่าตัวเลขผู้ใช้รายวันที่สร้างรายได้ mDAU มีมากถึง 237.8 ล้าน บัญชี และมีอัตราการเติบโต 16.6% ต่อปี ในช่วงไตรมาสที่สอง

แม้ว่าตัวเลขผู้ใช้งานจะดูสวยงามแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ คนเดิมก็เปิดเผยว่ารายได้ของบริษัทจากการโฆษณาลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของบริษัทและกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสังคมที่กดดันไม่ให้บริษัทเอกชนซื้อโฆษณาบน Twitter เนื่องจากจริยธรรมการบริหารอีลอน มัสก์ ที่ไล่พนักงานออกจำนวนมาก การใช้ภาษาไม่สุภาพสื่อสารบนช่องทางออนไลน์

ก่อนหน้านี้อีลอน มัสก์ ได้ไล่ผู้บริหาร CEO และ CFO ผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ออกจากบริษัท รวมไปถึงผู้บริหารฝ่ายโฆษณาของบริษัทที่ยื่นใบลาออกด้วยตัวเองรวมอยู่ด้วย ซึ่งกระทบต่อแผนการหารายได้จากโฆษณาของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้จะมีรายงานยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแต่กลับดูเหมือนการบริหารงานบริษัท ทวิตเตอร์ (Twitter) ของอีลอน มัสก์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายดายอีกต่อไป ทั้งในด้านของการจัดการโครงสร้างองค์กรใหม่ ปัญหาการหารายได้จากโฆษณา การจัดเก็บค่าบริหารจากผู้ใช้งานซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานบางส่วน

ที่มาของข้อมูล theverge.com 
ที่มาของรูปภาพ  pixabay.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง