TNN online (ไฮไลท์)ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021-22 รอบรองชนะเลิศ เลกแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด

TNN ONLINE

กีฬา

(ไฮไลท์)ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021-22 รอบรองชนะเลิศ เลกแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด

(ไฮไลท์)ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021-22 รอบรองชนะเลิศ เลกแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์ฟอร์มดุพยายามเดินหน้าบุกไล่ทำประตูเพื่อทิ้งห่าง เรอัล มาดริด ให้ได้ แต่โดนยิงประตูไล่มาเหลือ 1 ลูกตลอด จนสุดท้ายชนะไป 4-3 ต้องไปลุ้นเข้ารอบชิงชนะเลิศ ในนัดสอง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่แดนกระทิงดุ

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก  2021-2022 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก วันอังคารที่ 26 เมษายน 2022 ที่สนาม  เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็นการเจอกัน ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรจากอังกฤษ ที่เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด มาได้ด้วยประตูรวม 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ เรอัล มาดริด แชมป์ 13 สมัยจากสเปน ที่เบียดชนะ เชลซี แชมป์เก่า แบบสุดมันส์ด้วยประตูรวม 5-4


GOAL นาทีที่ 2 เรือใบสีฟ้า ได้ประตูออกนำเร็ว 1-0 จากการทำเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา  ริยาด มาห์เรซ ลากบอลมาจากด้านข้างมาถึงหน้ากรอบเขตโทษแล้วโยนมาที่หน้าประตู เควิน เดอ บรอยน์ ที่ไม่ล้ำหน้า ก้มตัวโหม่งตัดหน้า ดานี่ การ์บาฆัล ที่พยายามยกขาสกัดแต่ไม่โดนเข้าเสาสองไป 

GOAL นาทีที่ 11  ซิตี้ ได้ประตูหนีออกไปเป็น 2-0 จากการขึ้นเกมมาทางด้านซ้าย ฟิล โฟเด้น ลากบอลมาใกล้ๆมุมธง ไปต่อไม่ได้ จ่ายย้อนกลับไปที่ เดอ บรอยน์ ก่อนเปิดมาที่เสาแรก กาเบรียล เชซุส ที่เหลี่ยมดีกว่า ดาวิด อลาบา ซึ่งประกบอยู่ด้านหลัง แตะบอลแล้วหมุนตัวยิงเข้าเสาสองไป  

GOAL นาทีที่ 33 ชุดขาว ได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ลูก้า โมดริช ไปสไลด์บอลจาก มาห์เรซ มาถึง แฟร์กล็องด์ เมนดี้ วางบอลจากทางด้านซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับ  คาริม เบนเซม่า ตวัดยิงตามน้ำบอลไปชนเสาสองเข้าไป โดยที่ เอแดร์ซอน โมราเอส นายทวารเจ้าบ้าน พยายามพุ่งไปปัดแล้วแต่ไม่ถึง ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้


GOAL นาทีที่ 53 เจ้าถิ่น หนีไปเป็น 3-1 จากจังหวะจ่ายบอลสั้นของแนวรับ เรอัล มาดริด แล้วโดนตัดบอลได้ทางด้านขวา แฟร์นันดินโญ่ ตัวสำรองที่ลงมาแทน จอห์น สโตนส์ ที่มีอาการบาดเจ็บท้ายครึ่งแรก กระชากบอลมาก่อนจะเปิดมาที่หน้าประตูให้ ฟิล โฟเด้น โหม่งเต็มศีรษะเข้าไป

GOAL นาทีที่ 55 มาดริด ที่ยังไม่ยอมไล่มาเป็น 2-3 จาก วินิซิอุส จูเนียร์ ที่เบียดแย่งบอล แฟร์นันดินโญ่ แล้วใช้ความเร็วลากบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนที่จะแปเข้าเสาไกลหนีมือของ เอแดร์ซอน เข้าประตูไป เกมกลับมาคู่คี่สูสีกันอีกครั้ง 

GOAL นาทีที่ 74 แมนฯซิตี้ มาทำประตูหนีห่างอีกครั้งเป็น 4-2 โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ โดน โทนี่ โครส ชนหน้ากรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินยังไม่เป่านกหวีด แต่ผู้เล่นทีมเยือนหยุดชะงักนึกว่าจะเป็นจังหวะฟรีคิก แบร์นาร์โด้ ซิลวา ฉวยโอกาสลากบอลเข้าไปยิงที่เสาแรก 

GOAL นาทีที่ 82 ทีมเยือน ไล่มาอีกครั้งเป็น 3-4 จากจุดโทษที่ อายเมริค ลาปอร์กต์ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเลเป่าให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ คาริม เบนเซม่า จะชิพบอลเข้าไปกลางประตูอย่างเหนือชั้น เอแดร์ซอน พุ่งไปด้านขวามือหมดสิทธิ์ป้องกัน

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ เรอัล มาดริด ไปอย่างสนุก 4-3 โดยที่นัดสอง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ จะกลับไปเล่นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในวันพุธที่ 4 พฤษภาคมต่อไป 


11 รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ระบบการเล่น 4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส (ผู้รักษาประตู)- จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอ๊าส (กัปตันทีม), อายเมริค ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ -  เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา - ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ฟิล โฟเด้น

ผู้เล่นตัวจริง เรอัล มาดริด (ระบบการเล่น 4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์  (ผู้รักษาประตู) - ดานี่ การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ - เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช -  โรดรีโก้, คาริม เบนเซม่า (กัปตันทีม), วินิซิอุส จูเนียร์