TNN online ผลบอลสด คาราบาว คัพ 2021-22 รอบชิงชนะเลิศ เชลซี พบ ลิเวอร์พูล

TNN ONLINE

กีฬา

ผลบอลสด คาราบาว คัพ 2021-22 รอบชิงชนะเลิศ เชลซี พบ ลิเวอร์พูล

ผลบอลสด คาราบาว คัพ 2021-22 รอบชิงชนะเลิศ เชลซี พบ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษมาราธอน เอาชนะ เชลซี 11-10 จากการที่ เกปา อาร์ริซาบาลากา นายทวารที่ลงมาเป็นตัวสำรองซัดจุดโทษข้ามคาน ทำให้ หงส์แดง ทำสถิติคว้าถ้วยใบนี้ไปครองสูงสุดเป็นสมัยที่ 9

ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ 2021-22 รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2022 ที่สนาม เวมบลีย์ เป็นการพบกันระหว่าง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล

สิงโตน้ำเงินคราม เป็นแชมป์รายการนี้มา 5 สมัย ผลงานในรอบรองชนะเลิศ เอาชนะ สเปอร์ส มาด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-0 ส่วน หงส์แดง เป็นแชมป์มาแล้ว 8 สมัย สูงสุดเทียบเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมรอบรองชนะเลิศ ชนะ อาร์เซนอล มาด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-0

โธมัส ทูเคิ่ล เกมนี้เลือกส่ง เอดูอาร์ เมนดี้ เป็นมือ 1 ส่วนแผลแนวรุกใช้ เมสัน เมาท์,คริสเตียน พูลิซิช และไค ฮาแวร์ตซ์ เป็น 3 ประสาน 

ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำตามสัญญาด้วยการส่ง ควิวีน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูสำรอง ลงสัมผัสเกมนัดสำคัญ ส่วนแนวรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์,ซาดิโอ มาเน่ และ หลุยส์ ดิอาซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง โดยมี ดิโอโก โชต้า เป็นตัวสำรอง 

หงส์แดง เจอข่าวร้ายตั้งแต่ในช่วงวอร์มก่อนเกม เมื่อ ติอาโก้ อัลคันทาร่า เกิดอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง นาบี เกอิต้า ลงมาเล่นเป็นตัวจริงแทน

เริ่มครึ่งแรก น.6 เชลซี เรียกเสียงฮือฮาได้ก่อน เมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลเรียดจากริมเขตโทษฝั่งขวาไปหน้าประตู คริสเตียน พูลิซิช วิ่งมาชาร์จจ่อๆ แต่ เคลเลเฮอร์ ยังเซฟเอาไว้ได้

เกมยังสู้กันสนุก น.22 หงส์แดง ได้ฟรีคิกระยะอันตรายเยื้องไปทางขวา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เขี่ยบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาซัดด้วยซ้าย บอลหลุดกรอบออกไป

ลิเวอร์พูล เริ่มครองเกมบุกได้เหนือกว่า น.30 เกอิต้า ได้ส่องเต็มข้อจากหน้าเขตโทษ เมนดี้ พุ่งไปเซฟจังหวะแรก บอลตกอยู่หน้าประตู มาเน่ วิ่งมาซ้ำจ่อๆ แต่ยังโดนนายทวารเพื่อนร่วมชาติปัดข้ามคานไปได้อย่างเหลือเชื่อ  

น.39 เชลซี ที่ตั้งรับอยู่นานได้โอกาสจากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช แต่ก็ยังโดน เคลเลเฮอร์ ทุบทิ้งไว้ได้

น.42 ไค ฮาแวร์ตซ์ พักบอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะไหลย้อนไปให้ อัซปิลิกวยต้า วิ่งมาซัดแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเฉี่ยวคานไปอย่างน่าหวาดเสียว

น.45 ซาดิโอ มาเน่ ไปเสียบอลกลางสนาม เชลซี แย่งกลับมาได้ ก่อนที่สุดท้าย ไค ฮาแวร์ตซ์ จะเปิดถวายพานให้ เมสัน เมาท์ ได้วอลเลย์ด้วยขวา บอลเฉียดเสาไปอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเปิดฉากมาก็บุกใส่กันทันที น.49 สิงห์บลูส์ พลาดโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช งัดบอลเข้าไปในเขตโทษให้ เมสัน เมาท์ พักอกเอาบอลลงก่อนจะแปด้วยขวาไปชนเสา

น.57 เชลซี ต้องเปลี่ยน อัซปิลิกวยต้า ออกจากสนามเพราะอาการบาดเจ็บ แล้วส่ง รีซ เจมส์ ลงมาเล่นแทน

น.64 หงส์แดง น่าจะได้ปรตูอย่างที่สุด จากจังหวะที่ เมนดี้ เตะบอลพลาด โดนคู่แข่งตัดบอลได้กลางสนาม ก่อนที่ มาเน่ จะจ่ายให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปชิพข้ามตัว เมนดี้ บอลค่อยๆกลิ้งเข้าหาประตู แต่ยังมี ติอาโก้ ซิลวา ตามมาเตะทิ้งออกจากเส้นได้

เสียงดังกึกก้องสนาม ใน น.69 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดฟรีคิกริมเขตโทษฝั่งขวาไปที่เสาสอง ซาดิโอ มาเน่ โหม่งตั้งไปหน้าประตูให้ มาติป โขกตุงตาข่าย แต่สุดท้ายผู้ตัดสินไปเช็ก VAR แล้วพบว่า ฟาน ไดค์ ที่ยืนล้ำหน้าไปขัดขวาง รีซ เจมส์ ในจังหวะจะเข้าไปแย่งบอลจึงไม่ให้เป็นประตู

น.75 หลุยส์ ดิอาซ ใช้ความเร็วกระชากหนี  ชาโลบาห์ เข้าไปในเขตโทษ แต่ยิงยัดเสาแรกไปติดขาของ เมนดี้ ออกหลังไป

น.78 กองเชียร์ สิงห์บลูส์ ต้องเฮเก้อบ้าง เมื่อ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดให้ ฮาแวร์ตซ์ ขึ้นโหม่ง เคลเลเฮอร์ ปัดบอลไม่อยู่ลูกปลิ้นเข้าประตูไป แต่เป็นลูกล้ำหน้าของ แวร์เนอร์ เสียก่อน

ช่วงทดเจ็บนาทีแรก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาให้ ฟาน ไดค์ วิ่งมาโหม่งเต็มศีรษะ แต่ยังโดน เมนดี้ บินปัดเอาไว้ได้

น.90+5 แนวรับ หงส์แดง ไปพลาดปล่อยให้ ลูกากู ได้ยิงจ่อๆ แต่ยังโดน เคลเลเฮอร์ ใช้เท้าเซฟไว้ได้ ทำให้จบเกมเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถอด โจเอล มาติป ออกแล้วส่ง อิบราฮิมา โคนาเต้ ลงมาเล่นแทน และ น.96 ก็ส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาแทน หลุยส์ ดิอาซ

เชลซี เฮเก้อซ้ำสอง น.97 ลูกากู หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย แต่โดนจับล้ำหน้าเสียก่อน

เกมช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง น.110 ลูกากู เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปในเขตโทษให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ จับบอลเข้าซ้ายเเล้วซัดเสียบเสาไกลเข้าไป แต่ก็เหมือนเดิมคือโดนจับล้ำหน้า

น.119 โธมัส ทูเคิล ส่ง เกปา อาร์ริซาบาลากา ลงมาเซฟจุดโทษแทน เอดูอาร์ เมนดี้ และเกมนี้ก็ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ 

และเป็น ลิเวอร์พูล ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปได้ 11-10 คว้าแชมป์คาราบาวคัพ 2021/22 เป็นสมัยที่ 9 ไปครอง โดยคนที่ยิงพลาดของ เชลซี คือ เกปา อาร์ริซาบาลากา 


ลิเวอร์พูล 11-10 เชลซี (จุดโทษ)

มิลเนอร์ (เข้า)- อลอนโซ่ (เข้า)

ฟาบินโญ่ (เข้า)- ลูกากู (เข้า)

ฟาน ไดค์ (เข้า)- ฮาแวร์ตซ์ (เข้า)

อาร์โนลด์ (เข้า) - เจมส์ (เข้า)

ซาลาห์ (เข้า) - จอร์จินโญ่ (เข้า)

โชต้า (เข้า) - รูดิเกอร์ (เข้า)

โอริกี้ (เข้า) - กองเต้(เข้า)

โรเบิร์ตสัน (เข้า) - แวร์เนอร์ (เข้า)

เอลเลียตต์ (เข้า) - ซิลวา (เข้า)

โคนาเต้ (เข้า) - ชาโลบาห์ (เข้า)

เคลเลเฮอร์ (เข้า) - เกปา (ไม่เข้า)


รายชื่อ 11 ผู้เล่นคนแรกของทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-3): เอดูอาร์ เมนดี้(ผู้รักษาประตู)-เทรโวห์ ชาโลบาห์,ติอาโก้ ซิลวา,อันโตนิโอ รูดิเกอร์-เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า(กัปตันทีม),เอ็นโกโล่ ก็องเต้,มาเตโอ โควาซิช,มาร์กอส อลอนโซ่-เมสัน เมาท์,คริสเตียน พูลิซิช,ไค ฮาแวร์ตซ์

ลิเวอร์พูล(4-3-3): ควิวีน เคลเลเฮอร์(ผู้รักษาประตู),เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,โฌแอล มาติป,เฟอร์จิล ฟาน ไดค์,แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(กัปตันทีม),ฟาบินโญ่,นาบี เกอิต้า,โมฮาเหม็ด ซาลาห์,ซาดิโอ มาเน่,หลุยส์ ดิอาซ


ขอบคุณภาพจาก : https://twitter.com/LFC