ตีแผ่แรงงานเมียนมาสมุทรสาคร จ้างเข้าไทยหัวละหมื่น เสียหายร้อยล้าน

TNN ONLINE

Social Talk

ตีแผ่แรงงานเมียนมาสมุทรสาคร จ้างเข้าไทยหัวละหมื่น เสียหายร้อยล้าน

ตีแผ่แรงงานเมียนมาสมุทรสาคร จ้างเข้าไทยหัวละหมื่น เสียหายร้อยล้าน

ดำรง พุฒตาล โพสต์ตีแผ่ความจริงแรงงานเมียนมาสมุทรสาคร จ้างนำเข้าไปตามช่องธรรมชาติหัวละหมื่น เชื่อวิกฤตนี้เสียหายเป็นร้อยล้าน

วันนี้ ( 20 ธ.ค. 63 )ดำรง พุฒตาล เจ้าของอดีตนิตยสารดังคู่สร้าง คู่สมได้เปิดเผยข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตีแผ่ความจริงเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร จากสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดมีจำนวนผู้ป่วย 548 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ตรวจพบในโรงพยาบาล 32 คน และกลุ่มที่ตรวจพบโดยรถตรวจเคลื่อนที่อีก 516 คน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวเมียนมา


โดย ดำรง พุฒตาล ระบุผ่านเพจคู่สร้างคู่สมว่า “ผมมีคนที่รู้จักและสนิทสนมกันมาก อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครอยู่หลายคนเป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือมาด้วยกันก็มี เป็นอดีต สส.ก็มี ที่สำคัญเป็นนักธุรกิจใหญ่ทางด้านประมงระดับประเทศ ซึ่งมักจะได้พูดคุยกันในเรื่องการค้าอาหารทะเลอยู่เสมอๆ เพื่อนพ่อค้าคนนี้ ได้บอกมาด้วยความเจ็บปวดว่า วิกฤติโควิดในสมุทรสาครคราวนี้เขาเสียหายเป็น 100 ล้านบาท


เชื้อโควิด-19 ได้บุกเข้ามาในสมุทรสาครนำเชื้อมาโดยตรงจากประเทศเมียนมา หรือพม่า โดยคนพม่า ชาวสมุทรสาครบางระดับรู้ดีว่าพวกหม่องที่นำเชื้อมา ผ่านเส้นทางตามช่องทาง"ธรรมชาติ" หัวละ 10,000 บาท บริการจากช่องทางธรรมชาติส่งให้ถึงที่สมุทรสาครเลย


ผมคิดว่าราคา 10,000 บาทนี้ไม่แพงเลย เพราะจากชายแดนพม่ากว่าจะถึงสมุทรสาครนั้นจะต้องผ่าน "ด่าน" ไม่รู้กี่ด่าน เพื่อนบอกว่าก่อนมี โควิดราคาถูกกว่านี้


เพื่อนผมอีกคนหนึ่งเป็นอดีตกำนันได้สร้างสนามบาสเกตบอลในเขตพื้นที่ของเขาเพื่อให้ลูกบ้านได้มาออกกำลังกายและมีสันทนาการปรากฏว่าทุกเย็นแทบจะไม่มีเด็กไทยไปเล่นบาสเกตบอลในสนามนี้เลย เพราะจะมีแต่คนพม่าเท่านั้นที่เล่นกันเต็มสนามนี่ก็จะบอกได้ว่าจังหวัดสมุทรสาครมีคนพม่าอยู่กันมากมายเต็มเมืองขนาดไหนและมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคต. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครอาจเป็นคนพม่าก็ว่าได้


ในฐานะผมเป็นประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง "มูลนิธิเมาไม่ขับ" ขอเปรียบเทียบว่าเชื้อโควิด-19 นั้นเหมือนกับคนเมาแล้วออกไปขับรถซึ่งทั้งสองอย่างนี้เราจะปลอดภัยได้จากโควิด-19 คือเราและบ้านเมืองทุกภาคส่วนต้องช่วยกันป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด และในทำนองเดียวกันเราจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ต้องขจัดและช่วยกันทุกองคาพยพไม่ให้คนเมาออกมาขับรถนั่นเอง


ในตอนที่โรคเอดส์ HIV ระบาดไปทั่วโลกผมก็ไม่ได้กังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อนี้ เพราะถ้าเราไม่ไปส่ำส่อนทางเพศผมก็ไม่มีทางจะได้รับหรือต้องตายด้วยเชื้อ HIVนี้ ในทางตรงกันข้ามผมอาจจะถูกคนเมาขับรถชนผมตายทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ดื่มเหล้าแม้แต่หยดเดียวหรือถ้าผมเดินอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ผมบังเอิญไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ผมก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเชื้อโควิดและอาจป่วยตายได้

อีกไม่กี่วันก็จะถึง " 7วัน อันตรายบนท้องถนน " จากการเดินทางของคนไทยไปฉลองปีใหม่ในต่างจังหวัด ปีก่อนๆ มูลนิธิเมาไม่ขับของเราก็ช่วยกันโหมประชาสัมพันธ์เตือนสติคนไทยไม่ให้เมาแล้วขับรถแต่ปีนี้เราจำเป็นจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกันให้รู้จักป้องกันตัวเองที่จะไม่ให้ได้รับเชื้อจากโควิด-19ปีใหม่ปีนี้ "กร่อยครับ" แต่อย่างไรก็ตามขอสวัสดีปีใหม่จากกรุงเทพฯ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ