ทำความรู้จัก PTSD คือ โรคอะไร ที่ทำให้ 'มีล่า Kamikaze' ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม

TNN ONLINE

สังคม

ทำความรู้จัก PTSD คือ โรคอะไร ที่ทำให้ 'มีล่า Kamikaze' ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม

ทำความรู้จัก PTSD คือ โรคอะไร ที่ทำให้ 'มีล่า Kamikaze' ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม

ทำความรู้จัก PTSD โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง คือโรคอะไร ที่ทำให้ 'มีล่า Kamikaze' ใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมใน 2 ปีที่ผ่านมา

เรียกว่าทำเอาแฟนๆ ที่ทราบข่าวต่างช็อกไปตามๆ กัน ภายหลัง มีล่า จามิล่า พันธ์พินิจ อดีตศิลปินค่าย Kamikaze เจ้าของเพลงฮิต "ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ"


มีล่า Kamikaze ได้โพสต์ความรู้สึกผ่านไอจีสตอรี่ว่า 2 ปีที่ผ่านมาต้องทนเก็บความขมขื่นและบอบช้ำ พร้อมเล่าย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนได้ถูกน้องชายทำร้ายร่างกาย ด้วยการเอามีดมาฟันที่ศีรษะ ทิ่มทะลุเข้ามาจนทำให้ตาข้างซ้ายเกือบบอด และหูซ้ายไม่ได้ยิน แผลลึกไปถึงชั้นไขมันและกระดูก หลังจากนั้นมีล่า ได้ตัดสินใจย้ายออกมาจากบ้านไปอยู่กับแฟนที่คอนโด


มีล่า Kamikaze ให้เหตุผลที่ออกมาพูดวันนี้ เพราะว่าทนไม่ไหวแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้คุณหมอจิตแพทย์ได้ diagnose มีล่าว่าเป็น PTSD (Post Traumatie Stiress Disorder) จนทำการใช้ชีวิตให้ปกติของมีล่า ไม่เหมือนเดิมเลยในสองปีที่ผ่านมา


ทำความรู้จัก PTSD คือ โรคอะไร ที่ 'มีล่า Kamikaze' บอกเล่ากำลังเผชิญ


PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง คือโรคอะไร


โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น ภัยพิบัติ การก่อการจราจล การฆาตกรรม สงคราม เป็นต้น ซึ่งคนที่ต้องเผชิญอยู่กับเหตุการณ์นั้นๆ รอดชีวิตมาได้ หรือว่าเป็นผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในเหตุการณ์นั้นๆ ทำให้เกิดมีความเครียดทางด้านจิตใจชนิดรุนแรงมาก จนทุกข์ทรมาน ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ ตามมา


อาการผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นภาวะ PTSD


ระยะที่หนึ่ง (1 เดือนหลังเจอเหตุการณ์) เราจะเรียกว่าระยะทำใจ หรืออาการเครียดเฉียบพลัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการเครียดแล้วเกิดอาการทางประสาทขึ้นมาได้

ระยะที่สอง (มากกว่า 1 เดือน) มีลักษณะอาการสำคัญ 4 อย่าง คือ


1. เห็นภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นมาซ้ำๆ หรือฝันเห็นบ่อยครั้ง

2. อาการ Flash Back คือ เกิดความตื่นตัว เห็นเหตุการณ์นั้นๆ กำลังจะเกิดขึ้นกับเรา ควบคุมไม่ได้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ตกใจง่าย ใจสั่น ความดันโลหิตสูง ไม่มีสมาธิ เครียดได้กับสิ่งต่างๆ รอบตัว

3. พยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะส่งผลทำให้กระทบกระเทือนต่อจิตใจ เช่น ภาพข่าวเหตุการณ์ การพูดถึงจากบุคคลอื่น

4. มีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ในเชิงลบ รู้สึกว่าชีวิตตัวเองหม่นหมอง ทั้งตัวเองและสิ่งรอบข้าง คิดว่าตัวเองคงไม่มีความสุขได้อีกต่อไปแล้ว ไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชอบหรือเคยทำมาก่อนอีกแล้ว ทำให้อาจคิดฆ่าตัวตาย หรือพึ่งสารเสพติดต่างๆ เพื่อต้องการให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วอาจจะทำให้เกิดผลร้ายแรงยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว


กลุ่มเสี่ยง ได้แก่


คนที่มีประสบการณ์ถูกทำร้ายตอนเด็กๆ

คนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนหรือครอบครัวมาคอยช่วยเหลือ

คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่นมาโดยตลอด ไม่พยายามช่วยเหลือตนเอง

คนที่มีอาการทางจิตเวชเป็นทุนเดิม เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่า โรควิตกกังวล

คนที่อายุน้อยไม่มีประสบการณ์ คนอายุมากที่มีปัญหาเรื่องการปรับตัว

ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเป็นโรค PTSD ได้มากกว่าผู้ชาย


แนวทางการรักษา มีดังนี้


ยอมรับตัวเอง ไม่ต้องกลัวการรักษาหรือคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตเวชร้ายแรง ไม่ว่าใครที่เคยเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ก็ต้องเครียดด้วยกันทั้งนั้น

ทำจิตบำบัดในเชิงพฤติกรรมบำบัด เช่น ให้เผชิญกับสิ่งที่หวาดกลัว เหตุการณ์ที่เคยหวาดกลัว ให้คนไข้ได้ปรับตัว หาทางที่จะควบคุมอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง

ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น การทำสมาธิ ฝึกลมหายใจ วิธีการเบี่ยนเบนความคิดเมื่อเราคิดหมกมุน

ทำกลุ่มบำบัด โดยนำบุคคลที่เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันมาพบกัน แล้วร่วมแชร์ความรู้สึกประสบการณ์ เหมือนมีเพื่อนคอยรับฟังความคิดเห็นของเรา เพื่อให้เผชิญกับเหตุการณ์นั้นๆ ได้ดีขึ้น

รับประทานยาตามแพทย์สั่ง



ทำความรู้จัก PTSD คือ โรคอะไร ที่ 'มีล่า Kamikaze' บอกเล่ากำลังเผชิญ


ข่าวแนะนำ