
ย้อนกลับไปเมื่อ 158 ปีที่แล้ว ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์วงการวิทยาศาสตร์ไทยได้เกิดขึ้น เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร สุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่พระองค์ทรงคำนวณและพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี
ความสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่การได้ทอดพระเนตรปรากฏการณ์สุริยุปราคาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้าน ดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ของรัชกาลที่ 4 เนื่องจากพระองค์ทรงศึกษาการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ตลอดจนทรงใช้หลักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ในการคำนวณ จนสามารถระบุได้ล่วงหน้าว่า จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 และบริเวณที่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ถูกบดบังหมดดวงได้อย่างชัดเจนคือ บ้านหว้ากอ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระองค์ยังทรงคำนวณช่วงเวลาที่จะเกิดปรากฏการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ และได้เชิญคณะนักดาราศาสตร์และผู้แทนจากต่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เมื่อถึงวันดังกล่าว สุริยุปราคาเต็มดวงก็เกิดขึ้นตามที่พระองค์ทรงคำนวณไว้ ส่งผลให้เหตุการณ์ที่บ้านหว้ากอกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางความรู้ด้านดาราศาสตร์ของไทยในยุคนั้น
สรุปข่าว
ย้อนกลับไปเมื่อ 158 ปีที่แล้ว ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์วงการวิทยาศาสตร์ไทยได้เกิดขึ้น เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร สุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่พระองค์ทรงคำนวณและพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี
ความสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่การได้ทอดพระเนตรปรากฏการณ์สุริยุปราคาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้าน ดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ของรัชกาลที่ 4 เนื่องจากพระองค์ทรงศึกษาการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ตลอดจนทรงใช้หลักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ในการคำนวณ จนสามารถระบุได้ล่วงหน้าว่า จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 และบริเวณที่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ถูกบดบังหมดดวงได้อย่างชัดเจนคือ บ้านหว้ากอ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระองค์ยังทรงคำนวณช่วงเวลาที่จะเกิดปรากฏการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ และได้เชิญคณะนักดาราศาสตร์และผู้แทนจากต่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เมื่อถึงวันดังกล่าว สุริยุปราคาเต็มดวงก็เกิดขึ้นตามที่พระองค์ทรงคำนวณไว้ ส่งผลให้เหตุการณ์ที่บ้านหว้ากอกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางความรู้ด้านดาราศาสตร์ของไทยในยุคนั้น
ด้วยความสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าว ในเวลาต่อมา คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เพื่อรำลึกถึงพระปรีชาสามารถและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ณ บ้านหว้ากอ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 18 สิงหาคม จึงกลายเป็นวันสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ไทย และเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงาน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย ตลอดจนองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนและประชาชน
- คนนับล้านแห่ไปสเปน ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรก บนคาบสมุทรไอบีเรียในรอบ 100 ปี
- นักวิจัยเผย สมองแรกเกิดเชื่อมต่อซับซ้อนกว่าที่เคยเชื่อ ก่อนคัดเหลือเฉพาะเส้นทางสำคัญ
- นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนา ทำไมแมวตกจากที่สูงแล้วลงพื้นด้วยเท้าได้เสมอ
- วิจัยชี้ไข่เลือกอสุจิ ไม่ใช่แค่เร็วแต่ DNA ต้องเข้ากันได้ด้วย
- หมึกแวมไพร์จากนรกกุญแจไขอดีต 300 ล้านปี แชมป์จีโนมใหญ่ที่สุดในกลุ่มเซฟาโลพอด
