TNN online นายกฯ ร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งเป็นเจ้าภาพเอเปค 2565 ต่อจากนิวซีแลนด์

TNN ONLINE

การเมือง

นายกฯ ร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งเป็นเจ้าภาพเอเปค 2565 ต่อจากนิวซีแลนด์

นายกฯ ร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งเป็นเจ้าภาพเอเปค 2565 ต่อจากนิวซีแลนด์

นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งการเป็นเจ้าภาพเอเปค ประกาศแนวคิดหลัก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” พร้อมต้อนรับผู้นำเขตเศรษฐกิจทุกคนในปี 2565

วานนี้ (12 พ.ย.64) เวลา 20.45 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 ช่วงที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “การฟื้นตัวจากโควิด-19 เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับทุกคนและลูกหลานของเรา” ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 ในปี 2564 มีหัวข้อหลักคือ "ร่วมกัน ทำงาน เติบโตไปด้วยกัน" (Join, Work, Grow. Together.) โดย เอเปค ก่อตั้งเมื่อปี 2562 (ค.ศ. 1989) มีเป้าหมายหลักคือ ส่งเสริมการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การรวมตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง ร่วมมือทางด้านวิชาการ/การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสมาชิก

ปัจจุบันมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ และมีผู้สังเกตการณ์ 3 หน่วยงาน ในปี 2564 นิวซีแลนด์ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคต่อจากมาเลเซีย และไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อจากนิวซีแลนด์ในปี 2565 โดยไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำเอเปคเมื่อปี 2546

นายกฯ รับมอบเป็นเจ้าภาพเอเปค ประกาศแนวคิด “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์กล่าวต้อนรับเข้าสู่การประชุม สำหรับของขวัญที่นิวซีแลนด์ได้มอบให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจคือ ผ้าพันคอ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากชนเผ่าเมารีเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของคนหลายกลุ่ม สะท้อนว่าเรารวมตัวกันเพื่อร่วมมือกัน

ส่วนจี้หยกสะท้อนจิตวิญญาณของนิวซีแลนด์ลวดลายมีความหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน สร้างแนวทางใหม่ร่วมกัน ในช่วงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่ต้องก้าวผ่านความแตกต่างเพื่อร่วมมือกันจัดการกับโรคโควิด-19 ผ่านความร่วมมือใหม่ไปสู่อนาคต

ตลอดจนต้องแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีดิจิทัล การฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และหาแนวทางการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันโดยเฉพาะกับเยาวชน โดยนายกนิวซีแลนด์ได้เน้นย้ำความสำคัญของเวทีเอเปคเพื่อก้าวสู่อนาคตใหม่ร่วมกัน

นางคริสตาลีนา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้แก่ 1) ความเหลื่อมล้ำโดยเห็นได้จากอัตราการฉีดวัคซีน ซึ่งในหลายประเทศยังคงไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้น้อย

รวมทั้ง การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่จำเป็นต้องติดตามต่อไป 2) สภาวะเงินเฟ้อ ซึ่ง IMF คาดการณ์ว่ากลางปีหน้าปัญหาเงินเฟ้อจะคลี่คลายลง อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ IMF ยังย้ำถึงการดำเนินนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาสภาพพูมิอากาศ โดยควรเน้นการตั้งเป้าหมายให้ประชากรโลกฉีดวัคซีนให้ได้ประมาณ 40-70% ภายในกลางปี 2022 และกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่นซึ่งแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน

รวมทั้งเร่งฟื้นฟูการสภาพภูมิอากาศ IMF เห็นว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนต้องได้รับการแก้ไขระดับภาครัฐ และอาศัยความร่วมมือจากการลงทุนจากภาคเอกชน รวมทั้งปัญหาความยากจนก็ยังเป็นความท้าทายที่ยังต้องมีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมอย่างครอบคลุม

นายกฯ รับมอบเป็นเจ้าภาพเอเปค ประกาศแนวคิด “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

นายกรัฐมนตรีเห็นว่า โลกกำลังมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แม้ยังเผชิญกับความท้าทายจึงควรรีบตักตวงการใช้ประโยชน์ เพื่อเร่งฟื้นฟูและพลิกโฉมเศรษฐกิจไปสู่การเจริญเติบโตในระยะยาว โดยโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสนอ 3 ประเด็นที่เอเปคควรให้ความสำคัญ

ประการแรกที่เร่งด่วนที่สุด การรื้อฟื้นความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเฉพาะการเดินทางและการท่องเที่ยว ไทยเล็งเห็นประโยชน์ของการมีมาตรการด้านการเดินทางร่วมกันในภูมิภาค และมุ่งมั่นที่จะผลักดันประเด็นนี้อย่างเต็มที่

เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยมุ่งมั่นผลักดันให้มีการกลับมาเชื่อมโยงกันในภูมิภาค และจะร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อผลักดันเรื่องนี้ต่อไปในวาระการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปี 2565

ประการที่สอง การกระตุ้นการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การผลักดันการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และการส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่อยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่า เอเปคต้องสนับสนุนและส่งสัญญาณที่เข้มแข็งไปยังการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก ครั้งที่ 12 ที่กำลังจะจัดขึ้น ที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการประชุมดังกล่าว

ประการที่สาม การพลิกโฉมเศรษฐกิจ เพื่อการเจริญเติบโตในระยะยาวที่ยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม ซึ่งผู้นำโลกได้ย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันในการผลักดันการดำเนินการด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศที่การประชุม COP26 โดยไทยได้ประกาศเป้าหมายในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์

ตลอดจนได้ให้คำมั่นในการนำนวัตกรรมมาสนับสนุนการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเติบโตสีเขียว ตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว (BCG)

นายกฯ รับมอบเป็นเจ้าภาพเอเปค ประกาศแนวคิด “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2565 ที่จะนำประสบการณ์ของเอเปคใช้ประโยชน์ในการผลักดันภารกิจของเอเปคในเรื่องการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมให้มีความคืบหน้าต่อไป และกล่าวแสดงความยินดีกับทีมนิวซีแลนด์

สำหรับการทำงานที่ประสบความสำเร็จ โดยไทยมุ่งมั่นที่จะต่อยอดจากความสำเร็จของนิวซีแลนด์ และร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเขตเศรษฐกิจทั้งหมดในปีหน้า เพื่อนำเอเปคไปสู่อนาคตหลังโควิด-19 ที่มีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค และประชาชนของเราต่อไป

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวสนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐฯ และเปรูในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ

ทั้งนี้ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 มีเอกสารผลลัพธ์ที่สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 (APEC Leaders’ Declaration) และแผนปฏิบัติการวิสัยทัศน์ปุตราจายาของเอเปค ค.ศ. ๒๐๔๐ (APEC Putrajaya Vision 2040 Implementation Plan)



ข้อมูลจาก Thaigov

ภาพจาก Thaigov

ข่าวที่เกี่ยวข้อง