นายกฯย้ำหลักการกระจายวัคซีนโควิดต้องเท่าเทียม-ขออภัยคนถูกเลื่อน

TNN ONLINE

การเมือง

นายกฯย้ำหลักการกระจายวัคซีนโควิดต้องเท่าเทียม-ขออภัยคนถูกเลื่อน

นายกฯย้ำหลักการกระจายวัคซีนโควิดต้องเท่าเทียม-ขออภัยคนถูกเลื่อน

นายกรัฐมนตรีย้ำหลักการกระจายวัคซีนโควิด-19 ต้องเท่าเทียมและเหมาะสมกับสถานการณ์ ขออภัยผู้ถูกเลื่อนจองฉีด ยืนยันจะเร่งแก้ปัญหา

วันนี้ (8มิ.ย.64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.64) รัฐบาลได้คิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศตามวาระแห่งชาติ โดยยอดรวมเมื่อวานนี้ฉีดไปแล้วมากกว่า 4 แสนโดส และวันนี้ยอดฉีดสะสมมากกว่า 4.6 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มแรก 3.2 ล้านคน และเข็มที่สอง 1.4 ล้านคน โดยในฐานะ ผอ.ศบค.ได้มอบนโยบายและหลักการกระจายวัคซีนให้เกิดความเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพควบคุมโรคให้มากที่สุด โดยหารือกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก

ทั้งนี้ หลักการสำคัญคือ ทุกจังหวัดต้องได้รับวัคซีน โดยไม่มีจังหวัดใดถูกทอดทิ้ง จำนวนการจัดสรรวัคซีนพิจารณาจากเงื่อนไข จำนวนประชากร อายุ จำนวนผู้ติดเชื้อ อาชีพ กลุ่มเสี่ยง พื้นที่เฉพาะแบะพื้นที่เศรษฐกิจ โดยแต่ละจังหวัดเมื่อได้รับวัคซีนแล้วต้องบริหารจัดสรรให้แต่ละสถานบริการเองอย่างเหมาะสม และทุกคนที่จองคิวไว้ต้องได้รับวัคซีน โดยจะยึดตามนัดหมายเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จึงมีผู้ได้รับผลกระทบถูกเปลี่ยนวันนัดหมาย ซึ่งต้องขออภัยและยืนยันจะเร่งแก้ไขปัญหาและเยียวยาให้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ข้อจำกัดของการบริหารจัดการวัคซีน คือ วัคซีนจะทยอยจัดส่งมาเป็นรอบๆ ไม่ได้มาพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อได้รับวัคซีนมาก็จะยึดหลักจัดส่งให้เร็วที่สุด ซึ่งจะจัดทำเป็นรายเดือน ซึ่งระยะแรกนี้อาจมีปัญหาบ้าง ทางสาธารณสุขก็ได้ทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลถึงหลักเกณฑ์และการจัดสรรวัคซีนว่าต้องสอดคล้องกับยอดจองในระบบด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติมให้มากที่สุด โดยไม่ได้รอเฉพาะวัคซีนที่ทำสัญญาไว้เท่านั้น จึงเชื่อว่าในเดือนต่อไปจะมีวัคซีนมากขึ้นเรื่อยๆ และแต่ละจังหวัดจะบริหารวัคซีนได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่จองแล้วต้องถูกเลื่อนออกไปอีก

สำหรับเป้าหมายการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแอสตร้าเซเนก้า 51 ล้านโดส ซิโนแวค 6 ล้านโดส และจะเพิ่มอีก 8 ล้านโดส จอนสันแอนด์จอนสัน และไฟเซอร์ รวมกัน 25 ล้านโดส รวมถึงยังมีวัคซีนอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับมาจากการเจรจากับประเทศต่างๆ และปีหน้าคาดว่าจะมีวัคซีนที่ผลิตโดยคนไทย ก็จะใช้ควบคู่กับการใช้แพทย์แผนไทยและสมุนไพรต่างๆ