TNN ​นายกฯ ย้ำใช้ทุกวิถีทางปราบปรามยาเสพติด ให้รายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

TNN

การเมือง

​นายกฯ ย้ำใช้ทุกวิถีทางปราบปรามยาเสพติด ให้รายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

​นายกฯ ย้ำใช้ทุกวิถีทางปราบปรามยาเสพติด ให้รายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

​นายกฯ ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น ใช้ทุกวิถีทางในการปราบปรามยาเสพติด ให้รายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

วันนี้ (8 พ.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้ 


นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน ซึ่งคนติดยาเหล่านี้ก็หยุดยาเองทำให้การบำบัดไม่สำเร็จ และทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในวงจรยาเสพติดอีกครั้ง วันนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ยาเสพติดหมดไป โดยจัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการปราบปราม แม้เราจะปราบปรามทำงานอย่างหนัก แต่เหมือนว่าปริมาณยาเสพติดยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่เรายังไม่สามารถจัดการรายใหญ่ รายย่อยได้ดีพอ ตนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่รายย่อย


นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า 


ส่วนเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี 


นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องการใช้ค่ายทหาร หรือฝ่ายปกครองตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หากมีผู้ต้องเข้ารับการบำบัดจำนวนมากจะต้องร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีความชัดเจนในแง่ของการใช้พื้นที่ในค่ายทหาร โดยให้ใช้ค่ายทหารหนึ่งแห่งเป็นต้นแบบในการทดลองบำบัด และให้มีคณะกรรมการบำบัดเข้าควบคุมดูแลในระยะเวลา 3 – 6 เดือน แล้วนำผลการนำร่องไปเผยแพร่ว่าสามารถดำเนินแนวทางในค่ายทหารจังหวัดอื่น ๆ ได้หรือไม่ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงสาธารณสุขให้แก้ไขกฎหมาย ประกาศ รวมถึงอนุญาตให้ใช้วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หากพบปัญหาขอให้รายงานโดยเร็ว


นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากยาเสพติดเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานให้หนักขึ้น ร่วมกันตรวจ จับ ปราบปราม ยึดทรัพย์ให้มากขึ้นและบำบัดให้ทั่วถึง โดยการดำเนินการของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีความคืบหน้าที่ชัดเจนรายงานกลับภายใน 90 วัน อีกทั้งสิ่งที่น่ากังวลคือ เรามีการจับกุมยาเสพติดได้มากกว่าเดิมถึง 4 - 5 เท่า แต่ราคายาเสพติดกลับไม่สูงขึ้น ซึ่งเราต้องใช้ทุกวิธีในการแก้ไขปัญหายาเสพติด




ภาพจาก รัฐบาลไทย

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง