สุราษฎร์ธานีปิดพื้นที่เสี่ยง-พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย

TNN ONLINE

ภูมิภาค

สุราษฎร์ธานีปิดพื้นที่เสี่ยง-พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย

สุราษฎร์ธานีปิดพื้นที่เสี่ยง-พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย

สุราษฎร์ธานีเงียบเหงาหลังทางจังหวัดประกาศปิดสถานบริการบางประเภทในพื้นที่ ขณะที่พบเหยื่อโควิด 19 เพิ่มอีกราย เป็น 2 ราย

วันที่ 20 มีนาคม 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหนังสือประกาศสั่งปิดสถานบริการที่มีประชาชนจำนวนมากใช้บริการตั้งแต่วันที่ 18 - 31 มี.ค.63 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค การควบคุมโรคอย่างทันเวลาและจำกัดการชุมนุมของประชาชนเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคขยายไปในวงกว้าง

ซึ่งบรรยากาศในช่วงกลางคืนที่ผ่านมานั้น สถานบริการต่างๆ ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปิดให้บริการทุกร้าน ส่งผลให้ช่วงกลางคืนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ประชาชนต่างกันอยู่ในบ้านหลังจากมีคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศสั่งปิดสถานบริการได้แก่ สถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านคาราโอเกะ และสถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายหรือให้บริการโดยจัดให้มีดนตรี รวมไปถึง สนามชนไก่ กัดปลา ปะลองโค ชนโค ชนกระปือ ทุกแห่ง ที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ และปิดสนามมวย สนามซ้อมมวย สนามกีฬา สนามฟุตบอล สนามฟุตซอล สวนสนุก สระว่ายน้ำทุกแห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.63นี้หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค


ล่าสุดนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกแถลงการณ์ว่าพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 29 ปี ทำงานเป็นแอร์โฮสเตส มาที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนั่งรถตู้ไปเที่ยวที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช แล้วเดินทางต่อไปที่ อ.เกาะพะงัน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีผู้ติดเชื้อ รวม 2 ราย ซึ่งรายนี้เป็นผู้ที่ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่เข้ารักษาใน จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 97 ราย ไม่พบเชื้อ 79 ราย และรอผลการตรวจ 16 ราย โดยรวมขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อ 2 ราย รายแรกเป็นชายอายุ 49 ปี ยังมีภาวะปอดอักเสบ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และฟอกไต ส่วนรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นเพศหญิงเข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเกาะพะงัน ซึ่งได้แยกห้องผู้ป่วย และได้ติดตามกลุ่มสุ่มเสี่ยงหรือบุคคลใกล้ชิดและเฝ้าระวังตามกระบวนการแล้วต่อไป