TNN ‘แมลงก้นกระดก’ ภัยเงียบฤดูฝน ไม่อยากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เจอแบบนี้เลี่ยงสัมผัส!

TNN

Health

‘แมลงก้นกระดก’ ภัยเงียบฤดูฝน ไม่อยากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เจอแบบนี้เลี่ยงสัมผัส!

‘แมลงก้นกระดก’ ภัยเงียบฤดูฝน ไม่อยากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เจอแบบนี้เลี่ยงสัมผัส!

‘แมลงก้นกระดก’ ภัยเงียบที่มากับฤดูฝน ตัวก่ออาการเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เจอแบบนี้ให้เลี่ยงสัมผัส แพทย์แนะ 3 วิธีรักษาเบื้องต้น

ในช่วงฤดูฝนนี้มักจะพบ ‘แมลงก้นกระดก’ เป็นจำนวนมาก สำหรับประเทศไทย แมลงชนิดนี้มักอาศัยอยู่บริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น หรือพื้นดินที่ชื้น เช่น กองมูลสัตว์ กองไม้ ซึ่งแมลงชนิดนี้ สามารถปล่อยสารที่เรียกว่า พีเดอริน (Pederin) ออกมา โดยสารชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นกรดก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหนัง ทำให้มีอาการแสบร้อนหรือคันได้ และความรุนแรงจะขึ้นกับปริมาณของสารที่สัมผัสโดน 


อาการผื่นผิวหนังจะยังไม่เกิดทันทีที่สัมผัส  ‘แมลงก้นกระดก’  แต่จะเริ่มเกิดผื่นและอาการแสบเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 8-12 ชั่วโมง ต่อมาจะเกิดเป็นผื่นแดงขอบเขตชัดเจน หรือรอยไหม้ลักษณะเป็นทางยาวตามการปัดด้วยมือ หรือบางรายจะเกิดผื่นที่บริเวณซอกรอยพับที่ประกบกัน (kissing lesion) ร่วมกับตุ่มน้ำพองและตุ่มหนองใน 2-3 วัน ในเวลาต่อมาผื่นหรือแผลจะตกสะเก็ดและหายได้เองได้ภายใน 7-10 วัน 

‘แมลงก้นกระดก’ ภัยเงียบฤดูฝน ไม่อยากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เจอแบบนี้เลี่ยงสัมผัส!


เมื่อหายแล้วอาจจะทิ้งรอยดำได้ แต่มักไม่เกิดเป็นแผลเป็น นอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมที่บริเวณผื่นเดิม ทำให้ผื่นหายช้าลง และอาจลุกลามจนมีโอกาสเกิดเป็นแผลเป็นหลังจากผื่นหายแล้วได้ สำหรับในรายที่ผื่นเป็นบริเวณกว้าง อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดข้อ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ 


 พญ.พัชสริยา โปร่งจันทึก แพทย์เฉพาะทางด้านโรคผิวหนัง แผนกสุขภาพผิว โรงพยาบาลนวเวช เปิดเผยแนวทางการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบ มีดังนี้


- หากสัมผัสถูกตัวของแมลงก้นกระดกแล้ว ให้รีบล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสโดนแมลง 

- สังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าเกิดเพียงรอยแดงเล็กน้อยสามารถหายเองได้ใน 2-3 วัน โดยไม่จำเป็นต้องทายาใด ๆ 

- แต่ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้นหรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี  โดยการรักษาผื่น คือการให้ครีมสเตียรอยด์ ทาในผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้างหรือแผลไหม้ควรทำการประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3-4 ครั้ง จนแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม และการรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางราย


การป้องกันและคำแนะนำในการป้องกันแมลงก้นกระดก


- การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมลง ถ้ามีแมลงมาเกาะตามตัวให้ใช้วิธีเป่าตัวแมลงให้หลุดออกไปเอง โดยไม่ต้องจับโดนตัวแมลงโดยตรง 

- ควรปิดประตู หน้าต่างในบ้านและห้องนอนให้มิดชิด ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อไม่ให้แมลงเข้ามา 

- ก่อนนอนควรปัดที่นอน หมอน ผ้าห่ม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแมลงซ่อนอยู่ 

- ในช่วงกลางคืนควรเปิดไฟเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะควรปิดไฟห้องนอน เพราะแมลงก้นกระดกมักชอบออกมาเล่นแสงไฟตามบ้านในเวลากลางคืน


ทั้งนี้ คนไข้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับอาการภูมิแพ้ทางด้านผิวหนังอยู่แล้ว หากสัมผัสแมลงดังกล่าว แนะนำให้รีบเข้ามาพบแพทย์ทันที


‘แมลงก้นกระดก’ มีหน้าตาแบบไหน?

 

แมลงก้นกระดกหรือด้วงก้นกระดก (Rove Beetle, ชื่อวิทยาศาสตร์: Paederus fuscipes) เป็นแมลงขนาดเล็ก มีความยาวประมาณประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ส่วนหัวมีสีดำ ปีกมีสีน้ำเงินเข้ม และส่วนท้องมีสีส้ม จุดเด่นของแมลงชนิดนี้ คือมักจะงอส่วนท้ายเมื่อเกาะอยู่กับพื้น ทำให้มีลักษณะเหมือนก้นกระดกขึ้นมา แมลงชนิดนี้พบบ่อยในช่วงฤดูฝน และชอบออกมาเล่นแสงไฟตามบ้านเรือน 



ข้อมูลจาก: โรงพยาบาลนวเวช 

ภาพจาก:  โรงพยาบาลนวเวช 




ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง