TNN online "ลมพิษ" อาการคันที่ไม่ควรมองข้าม เปิดสาเหตุ อาการและวิธีป้องกัน!

TNN ONLINE

Health

"ลมพิษ" อาการคันที่ไม่ควรมองข้าม เปิดสาเหตุ อาการและวิธีป้องกัน!

ลมพิษ อาการคันที่ไม่ควรมองข้าม เปิดสาเหตุ อาการและวิธีป้องกัน!

โรค "ลมพิษ" อาการคันที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจอันตรายถึงชีวิต เปิดสาเหตุ อาการและวิธีป้องกัน มีอะไรบ้าง?

ลมพิษ อีกหนึ่งโรคที่คนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นได้ ลักษณะอาการเด่นชัดของลมพิษมักจะสังเกตได้จากอาการคัน มีผื่นบวมนูนและแดงขึ้นตามร่างกาย ขนาดไม่แน่นอน ซึ่งบางครั้งอาจมีความคล้ายกับตุ่มยุงกัด ซึ่งแม้ว่าลมพิษจะสามารถหายเองได้ แต่ในบางครั้งอาจรุนแรงกว่าที่คิด และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นเราจะพามาทำความรู้จักกับโรคลมพิษให้มากยิ่งขึ้นในบทความนี้...


ลมพิษ คืออะไร

ลมพิษ (urticaria) คือผื่นคันที่มักเกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง มีลักษณะนูนสีแดงคล้ายกับตุ่มที่เกิดจากการถูกยุงกัด แม้ว่าโดยปกติมักจะเกิดขึ้นที่ผิวหนัง แต่ความเป็นจริงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย และเมื่อเป็นแล้ว ผื่นจากลมพิษสามารถค่อยๆหายเองได้ในเวลาถัดมา 

ทั้งนี้ประเภทของลมพิษสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ 

1. ลมพิษชนิดเฉียบพลัน (acute urticaria)

ลมพิษชนิดนี้มักมีอาการต่อเนื่องไม่เกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุหลักๆที่เป็นปัจจัยกระตุ้นได้แก่ การแพ้อาหาร, แพ้ยา และแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น  

2. ลมพิษชนิดเรื้อรัง (chronic urticaria)

ลมพิษชนิดเรื้อรัง มักจะแสดงอาการเป็นๆ หายๆ อย่างน้อย 2 ครั้ง/ สัปดาห์ ต่อเนื่องกันนานเกิน 6 สัปดาห์ โดยสาเหตุจะแตกต่างจากลมพิษแบบเฉียบพลัน แต่ในปัจจุบันยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ 


ลมพิษ เกิดจากอะไร

สำหรับสาเหตุของการเกิดลมพิษนั้นสามารถมาได้จากหลายปัจจัย แต่ที่สามารถพบได้บ่อย มีดังนี้

1. การแพ้อาหาร 

2. การแพ้ยาบางชนิด  

3. การติดเชื้อ จากไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น

4. การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

5. แพ้ฝุ่น รวมถึงละอองเกสรของพืชและขนสัตว์บางชนิด 

6. แพ้พิษจากการโดนแมลงกัดต่อย 

7. พักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ

8. มีความเครียดสะสม วิตกกังวล ซึ่งสามารถเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดลมพิษแบบเรื้อรัง


อาการของโรคลมพิษ

• มีผื่นคันลักษณะบวมแดงเป็นปื้นๆ หรือบางรายอาจมีตุ่มคล้ายยุงกัด เกิดขึ้นบนผิวหนัง และมีอาการคันร่วมด้วย

• ในบางรายอาจเกิดผื่นลมพิษบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนๆ เช่น เปลือกตา ริมฝีปาก

• ผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจอันตรายถึงชีวิตได้  


วิธีการรักษาโรคลมพิษ

• พยายามหาสาเหตุและหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น เพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น

• ใช้ยาต้านฮีสตามีน (ยาแก้แพ้) เพื่อควบคุมอาการ

• สามารถใช้คาลาไมน์ ทาบริเวณผื่นลมพิษเพื่อลดอาการคัน

• หากผื่นลมพิษไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์


ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลพญาไท, โรงพยาบาลศิครินทร์, Wikipedia

ที่มาภาพ : freepik

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง