TNN online พรีวิว พรีเมียร์ลีก 2021/22 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีวิว พรีเมียร์ลีก 2021/22 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

พรีวิว พรีเมียร์ลีก 2021/22 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

พรีวิว การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2021/22 สัปดาห์ที่ 9 เกมแดงเดือด "ปีศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ "หงส์แดง"ลิเวอร์พูล

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2021/22

แมตช์การแข่งขัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 22.30 น.

สนาม : โอล์ด แทรฟฟอร์ด

ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD1


พรีวิว พรีเมียร์ลีก 2021/22 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

ที่มาภาพ : AFP

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับอันดับตารางคะแนนในพรีเมียร์ลีก ทีมของโซลชา รั้งอันดับ 6 แข่งขันไปทั้งหมด 8 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 มี 14 คะแนน ตามหลังเชลซีจ่าฝูงอยู่ 5 คะแนน และตามหลังลิเวอร์พูลรองจ่าฝูงอยู่ 4 คะแนน สำหรับกุนซืออย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งจะพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะสำคัญในบ้านด้วยการคัมแบ็คกลับมาชนะ อตาลันต้า 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทว่าอาจจะต้องได้รับข่าวร้ายเมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เพิ่งจะหายเจ็บกลับมาและลงสนามไป 2 นัด และทำประตูได้ทั้ง 2 นัด มีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกไปในเกมล่าสุด รวมไปถึง บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่ยังต้องรอลุ้นเรื่องของความฟิตอยู่ในขณะนี้ และปีศาจแดงยังไม่มี ราฟาเอล วาราน ในเกมนี้


สำหรับการจัดทัพในแนวรับ โซลชาน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากกลางสัปดาห์ โดยใช้ ดาบิด เด เคอา เป็นผู้รักษาประตู และส่ง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จับคู่กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แบ็คซ้ายมี ลุค ชอว์ รอประจำการ แบ็คขวาเป็น อาราน วาน-บิสซาก้า สำหรับแผงกองกลาง เฟร็ด น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงรวมไปถึง ปอล ป็อกบา และถ้า บรูโน่ ไม่พร้อมก็อาจจะเป็น สก๊อต แม็คโทรมิเนย์ ลงสนามเป็นตัวจริง ฝั่งซ้าย เจดอน ซานโช่ ทางขวา เมสัน กรีนวู้ด หน้าเป้าเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้


พรีวิว พรีเมียร์ลีก 2021/22 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

ที่มาภาพ : AFP

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

สำหรับอันดับตารางคะแนน หงส์แดง รั้งรองจ่าฝูง แข่งขันไปทั้งหมด 8 นัด ชนะ 5 เสมอ 3 และยังไม่แพ้ใครในซีซั่นนี้ ตามหลังจ่าฝูงเชลซีแค่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น สำหรับเยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เพิ่งจะพาลูกทีมบุกไปเกมชัยชนะเหนือ แอตเลติโก มาดริด มาได้ 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขารั้งจ่าฝูงของกลุ่ม สำหรับผู้เล่นบาดเจ็บ ลิเวอร์พูลยังจะไม่มี ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ที่กำลังฟื้นฟูร่างกายหลังเข้ารับการผ่าตัด และหงส์แดงก็ยังได้รับข่าวดี เคอร์ติส โจนส์ จะลงซ้อมเต็มที่กับเพื่อนร่วมทีมในวันนี้ เขาน่าจะลงเล่นได้ในเกมวันอาทิตย์นี้ ส่วน ติอาโก้ เริ่มกลับมาวิ่งแล้ว อาจกลับมาได้ก่อนเบรกทีมชาติ


สำหรับการจัดทัพผู้รักษาประตูก็ยังคงเป็น อลิสซง เบ็คเกอร์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จะจับคู่กับ โจเอล มาติป แบ็คขวามี เทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รอประจำการ ส่วนแบ็คซ้ายเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แผงกองกลาง 3 คน นำโดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า และ ฟาบินโญ่ ส่วนผู้เล่นตัวรุกสามประสานในแดนหน้า โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เพิ่งทำสถิติยิงประตูติดต่อกัน 9 นัดรวมทุกรายการก็พร้อมที่จะลงสนามในนัดนี้ด้วย


สถิติการพบกัน 5 นัด หลังสุด

14/05/21 พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-4 ลิเวอร์พูล

22/01/21 เอฟเอ คัพ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ลิเวอร์พูล

17/01/21 พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

19/01/20 พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

20/10/19 พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล


บทวิเคราะห์

เกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์สำหรับทั้งสองทีม ถือเป็นเกมที่กดดันของทั้งคู่เลยก็ว่าได้ มามองกันที่่งเจ้าบ้านดูจากข่าวสารที่ออกมาน่าจะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเนื่องจากอาจจะต้องขาดทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด รวมไปถึง บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่กำลังรอเช็คความฟิตอยู่ว่าจะพร้อมลงสนามได้หรือไม่ ส่วนทางด้านลิเวอร์พูลไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักทุกคนพร้อมที่จะลงสนาม ต่อมาในเรื่องขวัญและกำลังใจถึงแม้ว่า ปีศาจแดง จะได้เล่นในบ้านแต่กระแสแฮชแทกบนโลกโซเชียลที่ว่า #OleOut มันก็ร้อนระอุอยู่พอสมควร นั้นจึงทำให้ยิงเล่นในบ้านความกดดันก็จะยิงสูงเป็นเท่าทวี หากไม่ชนะในเกมนี้ สถานการณ์ของปีศาจแดงจะกลับมาย่ำแย่อีกครั้งแน่นอน ส่วนในเรื่องแท็คติกการเล่นและสถิติต้องพูดได้เลยว่า โซลชา เจอกับลิเวอร์พูล มักจะมีผลงานที่ไม่ดีนัก ซึ่งเกมนี้ก็น่าจะเป็นเกมที่ยากอีกเกมของทีมเจ้าบ้าน


สกอร์ที่คาด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 ลิเวอร์พูล