TNN online เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

ตรวจโปรไฟล์ EP.4 พาไปเช็กประวัติของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของ "ปีศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังถูกแฟนบอลทั่วโลกโจมตีให้ออกจากตำแหน่งด้วย #OleOut

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เกิด : 26 กุมภาพันธ์ 1973 (2516) ที่เมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์

อายุ : 47 ปี

สัญชาติ : นอร์เวย์

ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร


เส้นทางลูกหนัง

เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

ที่มาภาพ : AFP


โอเล่ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในเมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1973 โดยเขาเริ่มเส้นทางสายลูกหนัง จากการเล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรก กับทีม เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น 3 ของนอร์เวย์ ก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นให้กับ โมลด์ ทีมในลีกสูงสุดของประเทศ ในปี 1995 ต่อมาในวัย 22 ปี เขาถูกทีมชาตินอร์เวย์เรียกตัวติดทีมชุดใหญ่ พร้อมกับถูกกล่าวขานว่าเป็น "อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์" ของยุคนั้น


ปี 1996 หลังจากที่เขาลงสนามให้ โมลด์ ไป 45 นัด และยิงไปถึง 33 ประตู เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น ก็ไม่รอช้า จัดการคว้าตัวเด็กหนุ่ม วัย 23 ปี รายนี้ ไปร่วมทีมทันที ด้วยมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่ง โอเล่ ก็ไม่ทำให้ นายใหญ่ชาวสก๊อตต์ ต้องผิดหวัง สามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกในสีเสื้อ ยูไนเต็ด หลังยิงไปถึง 19 ประตู จากการลงสนาม 46 นัดรวมทุกรายการ ครองตำแหน่ง ดาวซัลโวของทีม พร้อมพาต้นสังกัดคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1996/97 ได้สำเร็จ ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมและสามารถครองใจแฟนบอลยูไนเต็ดได้ พร้อมกับได้รับฉายาว่า "เพชฌฆาตหน้าทารก"


แต่แล้ว ในซีซั่น 1998/99 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจนำเข้าศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาในทีมนั่นคือ ดไวท์ ยอร์ค ทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องถูกกดดันอย่างหนักเนื่องจากฟอร์มการเล่นในตอนนั้นไม่คงเส้นคงวา จนทำให้เขากลายเป็นแค่ตัวสำรองของทีม แต่ทว่า เด็กหนุ่มจากนอร์เวย์ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ เขาตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไปในฐานะตำแหน่ง "ตัวสำรอง"


เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

ที่มาภาพ : AFP


เขายังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ได้รับโอกาสลงสนาม แม้จะมีเวลาให้เขาโชว์ฟอร์มเพียงน้อยนิดในแต่ละเกมก็ตาม จนสุดท้ายความพยายามของเขา ก็เริ่มเป็นผล เมื่อเขาสามารถลงสนามไปยิงประตูได้บ่อยครั้ง ในฐานะตัวสำรอง อีกทั้งยังกลายเป็นประตูชัยในเกมสำคัญเสียด้วย อย่างเช่น ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ที่เขาถูกส่งลงสนามในนาที 81 ก่อนจะกลายเป็นคนยิงประตูชัยให้ ปีศาจแดง พลิกแซงชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในช่วงปลายเดือนมกราคม 1999


จากนั้น เขาก็สร้างสถิติอันน่าเหลือเชื่อให้กับวงการลูกหนังอังกฤษ หลังยิงได้ถึง 4 ประตู ภายในเวลาเพียง 13 นาที ในเกมที่ ยูไนเต็ด บุกไปถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้ถึง 8-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก จนได้รับสมญานามจากสื่ออังกฤษว่า "สุดยอดซูเปอร์ซับ"


จนมาถึงในนัดชิงชนะเลิศ ของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1998/99 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพบกับ บาเยิร์น มิวนิค โดยเชื่อว่าเกมดังกล่าว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แฟนบอลยูไนเต็ดก็คงไม่ลืมเลือน เมื่อทีมของพวกเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ โกงความตาย ด้วยการยิง 2 ประตูรวด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พลิกแซงชนะ ยอดทีมจากเยอรมนี คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแบบสุดดราม่า พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็น "ทริปเปิ้ลแชมป์" อย่างสุดยิ่งใหญ่ โดยนักเตะผู้ยิงประตูชัยให้ทีมในนาทีสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นตำนานหน้าสำคัญของสโมสร ก็คือศูนย์หน้าตัวสำรองของทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั่นเอง


ต่อมา โอเล่ ก็ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นตั้งใจเพื่อสโมสร แต่ทว่าเขากลับเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เขาต้องพักเป็นเวลานาน และการกลับมาของเขาในฐานะตัวสำรองมันก็ยิ่งชัดเจนมากกว่าด้วยวัยที่โรยราไปด้วยนั่นเอง ในฤดูกาล 2006/07 เขากลับมาทำผลงานได้ดี หลังยิงได้ 11 ประตู จากการลงสนาม 32 นัดในทุกรายการ ซึ่งซีซั่นนี้เอง ได้กลายเป็นปีสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งของเขา โซลชา ในวัย 34 ปี ประกาศแขวนสตั๊ด หลังคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งที่ 6 กับ ยูไนเต็ด ปิดฉากเส้นทางการค้าแข้ง 11 ปีใน โรงละครแห่งความฝัน อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการลงเล่นไป 365 นัด โดยยิงไปถึง 127 ประตู


เส้นทางในฐานะกุนซือ

เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

ที่มาภาพ : AFP


หลังจากแขวนสตั๊ด โซลชา ก็เริ่มต้นเส้นทางการเป็นกุนซือทันที โดยเขาเริ่มจากการเป็น โค้ชกองหน้า ให้กับ ปีศาจแดง ในซีซั่น 2007/08 ก่อนที่เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด U23 ในฤดูกาล 2008/09 ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย อาทิ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย, แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง ตอนเหนือ 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย และแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ อีก 1 สมัย


จากผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้ในช่วงต้นปี 2011 เขาได้รับงานคุมทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ด้วยการรับหน้าที่เป็น ผู้จัดการทีม ให้กับ อดีตต้นสังกัดอย่าง โมลด์ สโมสรในลีกบ้านเกิดของเขา โดยทำยังคงสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย พร้อมทั้งแชมป์ นอร์เวย์ คัพ อีก 1 สมัย


ต่อมาในปี 2014 โอเล่ ย้ายไปคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น พร้อมกับภารกิจอันหนักอึ้ง คือ การต้องช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาล 2013/14 ให้ได้ ทว่าสุดท้ายเขาก็ทำไม่สำเร็จต้องตกชั้น ด้วยการเป็นทีมบ๊วยของตาราง จากนั้น หลัง คาร์ดิฟฟ์ หล่นลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่นต่อมา ผลงานของพวกเขาก็ยังคงไม่ดีนัก ทำให้ โอเล่ ถูกปลดออกจากเก้าอี้กุนซือ ในเดือนกันยายน 2014


ราวหนึ่งปีต่อมา ในเดือนตุลาคม 2015 โซลชา ได้กลับไปเป็นนายใหญ่ให้กับ โมลด์ อีกครั้ง ก่อนพาทีมคว้าอันดับ 6 ก่อนที่ปี 2016 จะพาทีมจบในอันดับ 5 โดย โซลชา ทำให้ทีมกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับ จน โมลด์ ขยับขึ้นไปเป็น รองแชมป์ 2 สมัยติด ในปี 2017 และ 2018


จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในอาชีพของเขาก็มาถึง ในวันที่ 19 ธันวาคม 2018 เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้งให้ โอเล่ เข้ารับตำแหน่ง รักษาการณ์ผู้จัดการทีม หรือ ผู้จัดการทีม แบบชั่วคราว แทนที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจาก เฮดโค้ชชาวโปรตุกีสต้องอำลาทีมไป โดยเชื่อกันว่า ถ้า ปีศาจแดง ต้องการจะปลุกขนบธรรมเนียม และมนต์ขลังของสโมสรขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องใช้ปีศาจเป็นคนปลุกมันขึ้นมา


การมาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลไม่น้อย โดยเขาพาทีม ชนะรวดในการคุมทีม 8 นัดแรก โดยแบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 6 นัด และ เอฟเอ คัพ 2 นัด และชนะ 10 เสมอ 1 ใน 11 เกมแรก ก่อนที่เขาจะพาทีมโกงความตาย พลิกเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้ารอบต่อไปได้ แบบสุดดราม่า


จนในที่สุด ปีศาจแดง จึงทำการแต่งตั้งให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นกุนซือแบบถาวร ในวันที่ 28 มีนาคม 2019 พร้อมฝากสถิติสุดสวยหรู ชนะ 14 เสมอ 2 แพ้ 3 จาก 19 นัด ที่คุมทีม ในฐานะ กุนซือแบบรักษาการณ์ แต่แล้ว สิ่งเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหลังจากที่ โซลชา ได้เป็นเฮดโค้ชแมนยู แบบเต็มตัว ผลงานของทีม ก็กลับย่ำแย่ลงอย่างน่าใจหาย โดย 8 เกมสุดท้ายในลีก พวกเขาทำได้เพียงชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ไปถึง 4 เกม และใน 5 เกมสุดท้าย ไม่สามารถคว้าชัยได้เลยแม้แต่เกมเดียว ทำให้ ยูไนเต็ด จบฤดูกาล 2018/19 ด้วยอันดับ 6


ในซี่ซั่น 2019/20 โซลชา ยังคงพาทีมทำผลงานได้ไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก จนกระทั่ง แมนยู สามารถคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นานเดส ไปร่วมทัพ ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2020 พวกเขาก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมแบบสุดเซอร์ไพรส์ โดย 14 นัดสุดท้ายในลีก พวกเขาชนะ 9 เสมอ 5 โดยไม่แพ้ใครเลย ทำให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 และคว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ แต่ทว่าฤดูกาล 2020/21 อนาคตของ โซลชา กับ ปีศาจแดง ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากเขาทำทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไม่น่าให้อภัย เนื่องจาก 2 เกมสุดท้าย ขอเพียงแค่แต้มเดียว ก็จะผ่านเข้ารอบทันที แต่สุดท้ายพวกเขากลับพ่ายแพ้ไปทั้ง 2 นัด


เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จากเพชฌฆาตหน้าทารก สู่กุนซือเจ้าของแฮชแท็ก OleOut

ที่มาภาพ : AFP


ต่อมาในปี 2021/22 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเอาแฟนบอลช็อกและเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันเมื่อทีมประกาศคว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาร่วมทัพอีกครั้ง รวมไปถึงได้ตรวจผู้เล่นที่ทีมโหยหามานานอย่าง เจดอน ซานโช่ และกองหลังระดับโลกอย่าง ราฟาเอล วาราน จนทำให้ ยูไนเต็ด ถูกยกให้เป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัวสำหรับในปีนี้


แต่แล้วฟอร์มการเล่นของทีมเมื่อมองถึงปัจจุบัน มาถึงสัปดาห์ที่ 7 พวกเขาอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง มี 14 คะแนน ชนะ 4 เสมอ 2 และแพ้ 1 ถือว่ายังเกาะกลุ่มโซนหัวตารางเอาไว้ได้ แต่ในเรื่องของฟอร์มการเล่น และแท็คติกแก้เกมยังคงเป็นปัญหาของโอเล่อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแฟนบอลต่างมองว่าทีมไม่ควรพลาดในเกมที่เปิดบ้านแพ้ให้กับ แอสตัน วิลล่า 1-0 และเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 เนื่องจากว่าเอฟเวอร์ตันขาดผู้เล่นตัวหลักไปเยอะ รวมไปถึงการดร็อป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวสำรองในเกมดังกล่าว


จนทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างพากันพร้อมใจแสดงความคิดเห็นลงในโลกออนไลน์ พร้อมกับติดแฮชแท็ก #OleOut แต่ทางสโมสรยังคงให้ความเชื่อใจและมั่นใจในตัวโอลเว่าเขานี่แหละคือคนที่ใช่ และคนที่จะนำความสำเร็จกลับมาสู่ทีมได้ โดยสโมสรจัดการต่อสัญญาผู้ช่วยของโอเล่อย่าง ไมค์ ฟีแลน เป็นที่เรียบร้อย และมีข่าวอีกว่ากำลังจะต่อสัญญาทีมงานของโอเล่ทั้งหมดอีกด้วย


เกียรติประวัติ

รางวัลในฐานะนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แชมป์ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย : 1996/97, 1998/99, 1999/20, 2000/01, 2002/03, 2006/07

แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย : 1998/99, 2003/04

แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย : 1998/99

แชมป์ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 1 สมัย : 1999


รางวัลในฐานะผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด U23

แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย : 2009/10

แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง ตอนเหนือ 1 สมัย : 2009/10

แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย : 2007/08

แชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย : 2008/09


รางวัลในฐานะผู้จัดการทีม โมลด์

แชมป์ ทิปเปลิเก้น (ชื่อลีกในเวลานั้น) ลีกสูงสุดของ นอร์เวย์ 2 สมัย : 2011, 2012

แชมป์ นอร์เวย์ คัพ 1 สมัย : 2013

ข่าวที่เกี่ยวข้อง