'4 เหตุผล' ลิเวอร์พูลร้อนแรงบุกถล่มแมนยู 4-2 กุมชะตาท็อปโฟร์ในมืออีกครั้ง

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

'4 เหตุผล' ลิเวอร์พูลร้อนแรงบุกถล่มแมนยู 4-2 กุมชะตาท็อปโฟร์ในมืออีกครั้ง

'4 เหตุผล' ลิเวอร์พูลร้อนแรงบุกถล่มแมนยู 4-2 กุมชะตาท็อปโฟร์ในมืออีกครั้ง

TNNSPORTS วิเคราะห์ 4 เหตุผล ลิเวอร์พูล ฟอร์มแรงบุกอัด แมนฯ ยู ถึงถิ่น 4-2 พร้อมกับกุมโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกไว้ในมืออีกครั้ง หากชนะสามนัดสุดท้าย พวกเขาจะได้ไปถ้วยใหญ่ของยุโรปซีซั่นหน้าอย่างแน่นอน

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเกมแดงเดือด นัดตกค้าง ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ซึ่งผลการแข่งขัน เป็นทางด้านของทัพหงส์แดง ที่บุกมาอัด ผีแดง คาหลุมถึง 4-2 แม้จะเป็นฝ่ายตามหลังก่อนตั้งแต่ต้นเกมก็ตาม


เกมนัดนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาที 10 จากการยิงไซด์ก้อยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ไปแฉลบ แน็ท ฟิลลิปส์ เข้าประตูไป แต่ ลิเวอร์พูล กลับสู่เกมได้เร็ว มาตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 34 จาก ดิโอโก้ โชต้า ก่อนจะมาได้ประตูสำคัญในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกของ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่โขกจากลูกฟรีคิกเข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกพวกเขาบุกมา 2-1 ขณะที่เกมในครึ่งหลัง หงส์แดง ก็มาได้ประตูหนีห่าง 3-1 อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ออกสตาร์ทได้สองนาที จาก บ็อบบี้ เจ้าเก่า ก่อนที่ แมนฯยู จะมาไล่เป็น 2-3 จาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วงก่อนเข้า 20 นาทีสุดท้าย ซึ่งเกมยื้อกันอยู่นาน สุดท้าย โม ซาลาห์ มาตัดสินเกมนี้ให้มันจบ จากจังหวะสวนกลับในช่วงทดเจ็บ หลุดเดียวเข้าไปกดย้ำชัยให้ทีมเยือนบุกชนะ 4-2 ทำให้ยังเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ต่อไป

'4 เหตุผล' ลิเวอร์พูลร้อนแรงบุกถล่มแมนยู 4-2 กุมชะตาท็อปโฟร์ในมืออีกครั้ง

เพราะอะไรเกมนี้จึงเป็นของ ลิเวอร์พูล ทั้งที่ผลงานช่วงหลังไม่ดีเท่าไหร่ เพราะอะไรพวกเขาถึงสามารถบุกมาเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่น โดยทางทีมงาน TNNSPORTS วิเคราะห์ออกมา 4 เหตุผล โดยไม่นำเรื่องความเหนื่อยล้าของผีแดงมาเกี่ยวข้อง ดังนี้


เหตุผลแรก : แม้เสียเร็วแต่ไม่เสียขบวน

เชื่อว่าตอนแรก แฟนบอลลิเวอร์พูล ขวัญเสียแน่นอน จากการที่โดนนำตั้งแต่นาทีที่ 10 แต่พวกเขาก็ไม่ได้ผลีผลาม แม้การตัดสินของกรรมการหลายครั้งจะนำมาซึ่งความไม่พอใจ แต่ก็ยังคุมสมาธิ พยายามต่อบอลหาจังหวะเข้าทำแบบไม่ลนลาน จนกระทั่งมาตีเสมอ และสามารถยิงประตูขึ้นนำในช่วงทดเจ็บ นับเป็นอีกหนึ่งหมัดน็อคที่ทำให้ ผีแดง ต้องเล่นลำบากขึ้นในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ


เหตุผลที่สอง : ฟิร์มิโน่มาได้ถูกที่ถูกเวลา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ฟิร์มิโน่ ยิงประตูไม่ได้ก่อนแข่งนัดนี้มาเกือบ 110 วันเต็มๆ ตั้งแต่ที่เขายิง สเปอร์ส เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา วันนี้แม้เจ้าตัวไม่ค่อยมีบทบาทกับเกมเท่าไหร่นัก แต่พกสัญชาติญาณกองหน้ามาอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งลูกโขกช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ซึ่งเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมเล่นง่ายในช่วงครึ่งหลัง ก่อนจะมายิงอีกหนึ่งประตูในการออกสตาร์ทครึ่งหลัง ทำให้เข้าทางหงส์แดงสุดๆ นับว่าสองประตูของ บ็อบบี้ เป็นส่วนสำคัญที่สุดจริงๆที่ทำให้ ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าสามคะแนนออกไป


หตุผลที่สาม : ปิด บรูโน่ แฟร์นันดส์ และ เอดินสัน คาวานี่ อยู่หมัด

ต้องชมหมากของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แม้แนวรับจะเจ็บกันระเนระนาด ทำให้ต้องใช้ แน็ท ฟิลลิปส์ กับ รีส วิลเลี่ยมส์ ยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในเกมใหญ่ แต่ทั้งสองคนก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ แนท ที่คอยสกัดบอล ยืนถูกที่ถูกเวลา ซึ่งหากไม่นับจังหวะสกัดลูกยิงของ บรูโน่ แล้วเข้าประตูตัวเองแบบโชคร้าย เจ้าตัวแทบไม่มีความผิดพลาดใดๆ เช่นเดียวกับ บรูโน่ ที่เล่นแทบไม่ออกในวันนี้ ทำได้เพียงครอสส์บอลไปมาเท่านั้น ไม่สามารถเคลื่อนเกม และง้างยิงได้ถนัดเท้า เนื่องจากโดนเหล่าเกมรับของ หงส์แดง มาคอยซ้อนอยู่ตลอด ส่วน คาวานี่ ที่ฟอร์มทีเด็ดมาหลายนัด วันนี้หายไปจากเกม ไม่มีแทบโอกาสลุ้นทำประตู หลายครั้งที่ต้องลงมาล้วงบอลเองจากกลางสนามหรือแนวป้องกัน นับว่าเกมรับของลิเวอร์พูล แม้จะไม่ได้สมบูรณ์เพอร์เฟ็ค แต่ก็หยุดยั้งตัวอันตรายของผีแดงได้เยี่ยมเลยทีเดียว


เหตุผลที่สี่ : จังหวะสวนเซ็ตเพลย์และสวนกลับคมกริบ

สี่ประตูของลิเวอร์พูล ในวันนี้ เป็นการเล่นจังหวะฉาบฉวยที่ยอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่สองประตูในครึ่งแรก ที่เก็บได้จากจังหวะเตะมุมและฟรีคิก ส่วนจังหวะในการออกนำ 3-1 ก็ค่อนข้างจะฉาบฉวยโอกาสได้ดีจากความผิดพลาดของผู้เล่นแมนฯยู ที่เสียบอลกลางสนาม แล้วก็ความจมูกไวของ ฟิร์มิโน่ ส่วนประตูสุดท้าย ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาตัดบอลได้ตรงกลางสนาม และ โม ซาลาห์ ใช้ความเร็วสปีดนรก ลากเข้าไปยิงผ่าน ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไปอย่างง่ายดาย ทำให้เป็นประตูปิดชัยในวันนี้ โดยรวมแล้ว หงส์แดง ใช้จังหวะไม่เปลืองเท่าไหร่นัก โอกาสเข้าทำชัดเจน ก็ถือว่าเปลี่ยนเป็นประตูได้เกือบทั้งหมด จึงคว้าชัยชนะไปครอง


และนี่ก็คือ 4 เหตุผล ที่ทาง TNNSPORTS วิเคราะห์ออกมากับสาเหตุที่ทำให้ ลิเวอร์พูล บุกมาอัด แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ทำให้พวกเขามีลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป หากพวกเขาชนะ 3 นัดรวด ก็จะได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างแน่นอน เพราะคู่แข่งโดยตรง อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี มีเกมที่ต้องตัดกันเอง ส่งผลให้พวกเขากลับมาร่าเริงอีกครั้งในเวลานี้กับโปรแกรมในมือ สามนัดสุดท้าย ในการบุกเยือน เวสต์บรอมวิช , เยือน เบิร์นลี่ย์ และ เฝ้ารังรับ คริสตัล พาเลซ


เรียบเรียงโดย : NickyMAN (นิก ธีร์ธวัช)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง