ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 (ตกค้าง) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 (ตกค้าง) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 (ตกค้าง) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กด 2 ตุง กับ ดีโอโก้ โชต้า และ โม ซาลาห์ อีกคนละ 1 ประตู พร้อมทำ แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายต่อ ลิเวอร์พูล 2-4 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" พ่ายเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังมี 70 แต้ม รั้งอันดับ 2 ตาราง ขณะที่ "หงส์แดง" เฮ 2 ติด มีเพิ่มเป็น 60 แต้ม แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตาราง

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขันเวลา 02.15 น. ประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมการแข่งขันมาได้ 5 นาที อลีสซง เบ็คเกอร์ เตะเปิดบอลไม่ดีบอลไปเข้าทาง เอดิสัน คาวานี่ ได้จังหวะตวัดยิงสวนกลับแต่บอลหลุดเสาออกหลังไป

ต่อมาในนาทีที่ 10 เจ้าถิ่นเดินหน้าบุก มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายบอลทะลุช่องไปให้ แอรอน วาน-บิสซาก้า ทางด้านขวา ก่อนจ่ายกลับมาให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส พลิกบอลหนึ่งจังหวะในกรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงบอลกำลังจเสียบเสาสองแต่เป็น เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ ที่มาสะกัดบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ ลิเวอร์พูล 1-0

ในนาทีที่ 23 ทีมเยือนได้จังหวะบุก ก่อนเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ได้เปิดบอลจากทางด้านขวาเข้าไปกรอบเขตโทษ ก่อนเป็น ดีโอโก้ โชต้า ที่สอดเข้ามาแต่ยิงไปติดบล็อคของ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ออกมาได้เร็ว ก่อนที่กองหลังเจ้าถิ่นจะเคลียร์ทิ้งในจังหวะต่อมา

นาทีที่ 26 ทีมเยือนได้เตะมุมก่อนที่จะคลุกคลิกในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น เอริก ไบยี่ ที่สะกัดบอลได้ก่อน เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ ก่อนที่ วีเออาร์ จะเช็กในจังหวะดังกล่าว แล้วให้ผู้ตัดสินมาดูที่จอเอง ก่อนที่จะยกเลิกจุดโทษไป

นาทีที่ 33 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้บอลหลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดเข้ามาให้ ดีโอโก้ โชต้า ได้จังหวะยิงเต็มข้อบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังเป็น ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ปัดบอลข้ามคานออกไปได้

หลังจากนั้นในจังหวะเตะมุมของทีมเยือน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้ามา ดีน เฮนเดอร์สัน พยายามปัดบอลแต่บอลยังไปเข้าทาง เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ พยายามเลี้ยงบอลก่อนได้จังหวะยิงแต่บอลไปเข้าทาง ดีโอโก้ โชต้า ที่ได้จังหวะไขว้บอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1

นาทีที่ 45+3 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เปิดบอลเข้ามาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้โหม่งโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล แซงขึ้นนำ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง ลิเวอร์พูล 1-2


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 47 ลุค ชอว์ พยายามเลี้ยงบอลขึ้นหน้าก่อนไปเสียบอลแล้วบอลมาถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะยิงเต็มข้อ ดีน เฮนเดอร์สัน พยายามรับบอลแต่บอลหลุดซองไปเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้จังหวะยิงซ้ำ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1

นาทีที่ 58 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วางบอลยาวมาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนเลี้ยงบอลมาทางฝั่งขวา แล้วจ่ายต่อมาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก่อนได้ังหวะส่งต่อให้ ดีโอโก้ โชต้า ที่ได้บอลก่อนมีจังหวะได้ยิงแต่บอลพุ่งไปชนเสาเต็ม

นาทีที่ 68 เจ้าถิ่นมีจังหวะต่อบอลสวยๆกัน ก่อนเป็น เอดิสัน คาวานี่ ที่จ่ายอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้หลุดเดี่ยวก่อนยิงผ่านมือของ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าประตูไป ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ตาม ลิเวอร์พูล 2-3

นาทีที่ 77 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่รับหน้าที่ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 90 เคอร์ติส โจนส์ จ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลหลุดเดี่ยวก่อนยิงผ่านมือของ ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด 4-2

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายต่อ ลิเวอร์พูล 2-4 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" พ่ายเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังมี 70 แต้ม รั้งอันดับ 2 ตาราง ขณะที่ "หงส์แดง" เฮ 2 ติด มีเพิ่มเป็น 60 แต้ม แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตาราง


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด ระบบ (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน ; แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ,เอริก ไบยี่ (เนมานย่า มาติช น.85), ลุค ชอว์ ; สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด (เมสัน กรีนวู้ด น.63); มาร์คัส แรชฟอร์ด , บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา ; เอดิสัน คาวานี่

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,รีส วิลเลี่ยมส์ , เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; ติอาโก้ อัลคันทาร่า, ฟาบินโญ่,จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (เคอร์ติส โจนส์ น.75) ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.90+2), ดีโอโก้ โชต้า (ซาดิโอ มาเน่ น.75),โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง