ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 26 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 26 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 26 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

เชฟฯยู เปิดรังแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก เคอร์ติส โจนส์ ซัดเปิด, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ยิงแฉลบ คีน ไบรอัน โอนโกล พาหงส์แดงหยุดสถิติย่ำแย่แพ้รวดไว้ที่ 4 นัดติด

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ 26 "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามบรามอลล์ เลน รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ.64


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 5 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อน จากลูกฟรีคิก เปิดโดย โอลิเวอร์ นอร์วู้ด โยนย้อยไปถึงเสาไกล แล้วเป็น เดวิด แม็คโกลดริค ได้ขึ้นโขก แต่ไปติดเซฟของ อาเดรียน ปัดออกมาได้

นาทีที่ 10 ลิเวอร์พูล มีโอกาส จากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ โหม่งแย่งบอลแล้วไปเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ได้จับลากจี้ ก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ แต่ไปติดเซฟของ แอรอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตู เชฟฯ ยูไนเต็ด

ต่อมาในนาทีที่ 17 เชฟฯ ยูไนเต็ด ทำเกมรุกขึ้นมาจากการวางบอลขึ้นหน้าให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ได้พักอกแล้วไหลให้ เดวิด แม็คโกลดริค ได้ง้างเท้ายิง บอลแฉลบส้น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ เปลี่ยนทาง แต่ อาเดรียน ยังพุ่งปัดเอาไว้ได้ทัน

นาทีที่ 32 เอธาน แอมปาดู เคลียร์บอลไม่ขาด ทำให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฉกบอลมาเล่นได้ ก่อนล็อกหลบหนึ่งจังหวะ แล้วซัดด้วยซ้ายเน้นๆ แต่ก็ยังไปติดเซฟของ แอรอน แรมส์เดล ชวดได้ประตูออกนำ

ถัดมาในนาทีที่ 36 เจ้าถิ่นเกือบได้ใส่สกอร์ หลังจากที่ เอ็นดาร์ สตีเว่นส์ หยอดบอลขึ้นพยายามจะให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ แต่ โอซาน คาบัค เข้าสกัดบอลผิดเหลี่ยมทำเข้าประตูตัวเอง แต่ผู้ตัดสินชี้ว่า เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 39 ลิเวอร์พูล ทำเกมรุกขึ้นมาตรงกลาง ก่อนที่ ติอาโก้ อัลคันทาร่า จะเคาะบอลให้ จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม แต่งหาช่องแล้วกดเต็มข้อ แต่ไม่ผ่านมือ แอรอน แรมส์เดล ปัดเอาไว้ได้อีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่มีจังหวะจะแจ้งอะไร หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เชฟฯ ยูไนเต็ด ยังเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0


ครึ่งเวลาหลัง

กลับมาสู่เกมครึ่งหลัง ในนาทีที่ 48 ทีมเยือนเซ็ตเกมรุกขึ้นมา ก่อนที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะกระชากบอลไปสุดเส้นหลัง แล้วเปิดเข้ามาตรงกลาง แต่โดน ฟิล จากีลก้า สกัดบอลเอาไว้ ซึ่งไปเข้าทาง เคอร์ติส โจนส์ ได้หวดโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูพา ลิเวอร์พูล บุกนำ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0

นาทีที่ 52 ทีมเยือนได้ลุ้น จากจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หยอดบอลเข้ามาในกรอบถึง เคอร์ติส โจนส์ ขึ้นโขก แต่ไปติดเซฟ แอรอน แรมส์เดล

ต่อมาในนาทีที่ 54 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไหลบอลทะลุให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้แป ส่งบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินชี้ว่า เป้นลูำล้ำหน้าไปก่อน ลิเวอร์พูล ชวดใส่สกอร์เพิ่ม

นาทีที่ 58 เชฟฯ ยูไนเต็ด ทำเกมรุกขึ้นมาจากฝั่งขวา ก่อนที่ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด จะเปิดบอลเข้าไปถึง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ขึ้นโขกสบัด แต่บอลเฉี่ยวเสาแรกหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาในนาทีที่ 64 ทีมเยือนทำเกมรุกมาจากฝั่งขวา โดย โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ทำชิ่งกับ เคอร์ติส โจนส์ ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ จะแตะบอลให้ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ได้ลากเลื้อยหาจังหวะ แล้วยิงไปแฉลบ คีน ไบรอัน ส่งบอลผ่านมือ แอรอน แรมส์เดล เข้าประตูไป ลิเวอร์พูล หนี เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0

นาทีที่ 75 ทีมเยือนได้โอกาส จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ พยายามจ่ายบอลให้ เคอร์ติส โจนส์ แต่จับบอลไม่ดี ยังมี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน รองซ้อนอยู่ แล้วได้ซัดด้วยซ้าย แต่โด่งเหินข้ามคานออกหลังไปไกล

ต่อมาในนาทีที่ 80 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้น โดย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จ่ายบอลตัดเข้าใน แล้วเลยไปถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทางเสาไกล พุ่งเข้าชาร์จ แต่จิ้มไม่ตรงกรอบ

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน เชฟฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 ทำให้ "ดาบคู่" พ่าย 4 เกมติดต่อกันในลีก ยังจมบ๊วยตาราง มีแค่ 11 คะแนน ตามหลังโซนปลอดภัยห่างถึง 15 แต้ม ด้าน "หงส์แดง" เฮแรกรอบ 5 นัด คงรั้งอันดับ 6 เก็บได้ 43 คะแนน จี้ท็อปโฟร์เหลือ 2 แต้ม และตามจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ 19 คะแนน


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เชฟฯ ยูไนเต็ด ระบบ (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล ; เอธาน แอมปาดู, ฟิล จากีลก้า (เบน ออสบอร์น น.56), คีน ไบรอัน ; จอร์จ บัลด็อก, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น ลุนด์สแตรม, จอห์น เฟล็ค (บิลลี่ ชาร์ปส์ น.80), เอ็นดาร์ สตีเว่นส์ ; โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค (โอลิเวอร์ เบิร์ค น.56)

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อาเดรียน ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, โอซาน คาบัค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; เคอร์ติส โจนส์ (นาบี เกอิต้า น.80), จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม, ติอาโก้ อัลคันทาร่า (เจมส์ มิลเนอร์ น.76) ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่


ไฮไลท์การแข่งขัน